แพลตฟอรมอีโคโนมีและ ผลกระทบตอแรงงาน ในภาคบริการ: ¡Ã³ÕÈÖ¡ÉÒã¹»ÃÐà·Èä·Â Platform Economy and its impact on service workers: case studies from Thailand ʶҺѹáç§Ò¹áÅÐ àÈÃɰ¡Ô¨·่Õ໚¹¸ÃÃÁ ÍÃä³Ñ° Çѹ·¹ÐÊÁºÑµÔ à¡ÃÕ§ÈÑ¡´์Ô ¸ÕÃÐâ¡ÇÔ·¢¨Ã รายงานการศึกษา เรื่อง เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และผลกระทบต่อแรงงานภาคบริการในประเทศไทย Platform economy and its impact on service workers: case studies from Thailand อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม(JELI) มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท(FES) ชื่อหนังสือ Title ISBN ตีพิมพ์ครั้งที่ 1 จ�ำนวน จัดพิมพ์โดย ผู้เขียน ออกแบบปก ออกแบบรูปเล่ม พิสูจน์อักษร ลิขสิทธิ์ ติดต่อ แพลตฟอร์มอีโคโนมีและผลกระทบต่อแรงงานในภาคบริการ: กรณีศึกษาในประเทศไทย Platform Economy and its impact on service workers: case studies from Thailand 978-616-8192-03-0 ตุลาคม 2561 1,000 เล่ม มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท(Friedrich-Ebert-Stiftung) สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร นันท์ณิชา ศรีวุฒิ ชนาเมธ เบญจาพิสุทธิ์ ชนมน วังทิพย์ © มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท อาคารธนภูมิ ชั้น 23 เลขที่ 1550 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. 10400 โทร 02-6527178-9 โทรสาร 02-6527180 Website: www.fes-thailand.org Facebook: Friedrich-Ebert-Stiftung FES Thailand ความคิดเห็นที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ ไม่ถือว่าเป็นความคิดเห็นของมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท คำ� น�ำ ปัจจุบัน ความมั่นคงในการทำ� งานเป็นประเด็นสำ� คัญของวงการแรงงาน ทั่วโลก ทั้งนี้มีเหตุผลส�ำคัญมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีไปสู่ระบบ อัตโนมัติและระบบดิจิทัล หรือที่เรียกกันว่ายุค 4.0 ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยจำ� นวนมาก บ่งชี้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างแน่นอน ผลลัพธ์ดังกล่าวท�ำให้ผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องในหลายประเทศเป็นกังวลและได้ริเริ่มศึกษา จัดท�ำข้อเสนอแนะเชิง นโยบาย พูดคุยถกเถียงและเจรจาต่อรองกัน เพื่อเป้าหมายในการส่งเสริมรักษา “งานที่มีคุณค่า” สำ� หรับทุกคน อันได้แก่ การมีงานทำ� อย่างเต็มที่ สภาพการจ้างงาน ที่ดี การคุ้มครองทางสังคม และการเจรจาร่วมทางสังคม โดยให้ความส�ำคัญกับ กระบวนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ในยุคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเร็วและเกิดในระดับปฏิบัติมากกว่าเกิดจากการวางกรอบ นโยบายระยะยาว มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท เห็นว่าประเด็นความมั่นคงในการท�ำงานและ งานในอนาคตมีความส�ำคัญเป็นอย่างยิ่งส�ำหรับทุกสังคม การมีส่วนร่วมของ ผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงาน เป็นกลไกสำ� คัญที่จะช่วยให้สามารถก้าวข้าม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ด้วยความสำ� เร็จ นั่นคือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืนพ้รอมกับการส้รางความเป็นธรรมทางสังคม นอกจากนี้ เครื่องมือสำ� คัญ ประการหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น คือ ข้อมูลและองค์ความ้รู ทั้งจากสถานการณ์จริงในประเทศและบทเรียนจากต่างประเทศ ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงได้สนับสนุนให้สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรมทำ� การศึกษาวิจัยเรื่องนี้ ขึ้น ทางมูลนิธิฯ ขอขอบคุณคณะผู้วิจัย ได้แก่ คุณอรรคณัฐ วันทนะสมบัติ และคุณเกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร ที่ได้ทุ่มเทความสนใจศึกษาเรื่องนี้ และขอขอบคุณ ผู้ให้ข้อมูลทุกท่านที่สละเวลาให้สัมภาษณ์ สุดท้าย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์สำ� หรับภาคส่วน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมพัฒนางานที่มีคุณค่าสำ� หรับทุกคน ต่อไป มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ส�ำนักงานประเทศไทย เมษายน 2561 สารบัญ หน้า Executive Summary 1 1. ข้อสรุปจากงานวิจัยในปัจจุบัน: บทเรียนจากท่ัวโลก 7 1.1 เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม 10 ค�ำนิยามและประเภทของงานบนแพลตฟอร์ม 1.2 ความหมายของ Gig work และ Crowd work 13 1.3 เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม 14 และเศรษฐศาสตร์การเมือง 1.4 ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง 15 1.5 ประเด็นท้าทายต่อการก�ำกับดูแลเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม 20 1.6 กรณีตัวอย่าง ข้อถกเถียงในกรณีแพลตฟอร์มอูเบอร์ 27 2. กรอบแนวคิดและระเบียบวิธีวิจัย 33 2.1 กรอบแนวคิดในการศึกษา 34 2.2 ระเบียบวิธีวิจัย 39 3. กรณีศึกษาในประเทศไทย 41 3.1 กรณีศึกษาที่ 1 การขนส่ง 42 – แพลตฟอร์มอูเบอร์(UBER) 3.1.1 ข้อถกเถียงในการให้บริการ 43 ของอูเบอร์ในประเทศไทย 3.1.2 ข้อถกเถียงเรื่องความยืดหยุ่น 49 และโอกาสในการประกอบอาชีพ 3.1.3 โอกาสการท�ำงานและรายได้ 55 ส�ำหรับแรงงานผู้หญิงและสูงอายุ 3.1.4 การจัดสรรทรัพยากรใหม่ในตลาดแรงงาน 59 และประเด็นเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรม 3.1.5 การส้รางสภาพควบคุมของแพลตฟอร์มอูเบอร์ 63 และผลกระทบต่อสภาพการท�ำงาน 3.1.6 ผลกระทบที่มีต่อตลาดแรงงานภาคขนส่ง 71 3.1.7 งานบนแพลตฟอร์มขนส่ง 74 กับการเป็นงานที่มีคุณค่า 3.2 กรณีศึกษาที่ 2 การให้บริการที่พักอาศัย 76 – แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี(Airbnb) 3.2.1 การตีความทางกฎหมายและการก�ำกับดูแล 78 3.2.2 แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี 80 กับการเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ 3.2.3 ความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจ 86 ระหว่างแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี เจ้าของที่พัก และผู้เช่า 3.2.4 ผลกระทบที่มีต่อตลาดแรงงาน 96 ภาคบริการที่พักอาศัย 3.2.5 งานบนแพลตฟอร์มบริการที่พักอาศัย 98 กับการเป็นงานที่มีคุณค่า 3.3 กรณีศึกษาที่ 3 การให้บริการท�ำความสะอาด 99 – แพลตฟอร์มบีนีท(BeNeat) 3.3.1 สถานการณ์ลูกจ้างท�ำงานบ้านในภาพรวม 99 3.3.2 แพลตฟอร์มบีนีท(BeNeat) 103 ค้นหาแม่บ้านคุณภาพใกล้บ้านคุณ 3.3.3 ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน 111 ภาคบริการท�ำความสะอาด 4. สรุปและข้อเสนอแนะ 113 4.1 งานบนแพลตฟอร์มในฐานะโอกาสสู่งานที่มีคุณค่า 114 4.2 ข้อสรุปเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม 116 และผลกระทบต่อตลาดแรงงาน 4.3 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ 118 บรรณานุกรม 121 Executive Summary รายงานวิจัย“เศรษฐกิจแพลตฟอร์มและผลกระทบต่อคนงานภาคบริการ กรณีศึกษาประเทศไทย” โดยนักวิจัยของสถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม (Just Economy and Labor Institute) ได้แก่ คุณอรรคณัฐ วันทนะสมบัติ และ คุณเกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร ฉบับนี้ ศึกษาวิจัยในด้านผลกระทบของเศรษฐกิจ แพลตฟอร์มต่อการจ้างงาน ท่าทีและการตอบสนองเชิงนโยบายของรัฐบาลใน ต่างประเทศ รวมทั้งสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างของผู้ให้บริการในสามธุรกิจที่ก�ำลัง ได้รับความนิยมในประเทศไทย ได้แก่ ผู้ขับอูเบอร์(Uber), เจ้าของห้องพักแอร์บีเอ็นบี(AirBnB) และแม่บ้าน หรือคนท�ำความสะอาดบ้านบนแพลตฟอร์มบีนีท (BeNeat) นอกจากต้องการประมวลถึงผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วของภาคเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และทางเลือกเชิงนโยบายที่หลากหลายของ รัฐบาลในต่างประเทศ ประการสำ� คัญที่สุด นักวิจัยทั้งสองท่านยังต้องการชี้ให้เห็น ถึงสถานะและสภาพการทำ� งาน รวมถึงประสบการณ์และทัศนคติของคนงานดิจิทัล ที่เกิดจากความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง และช่องว่างของความสัมพันธ์ รูปแบบใหม่ดังกล่าวกับการคุ้มครองของกฎหมาย รายงานวิจัยนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก ท�ำการทบทวนวรรณกรรม ข้อถกเถียงเกี่ยวกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และการตอบสนองเชิงนโยบายโดย รัฐบาลต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป และในส่วนที่สอง เป็นการศึกษา 1 ในเชิงคุณภาพโดยการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมการสัมภาษณ์และการสัมภาษณ์ กลุ่มแบบเจาะลึก(focus group interview) ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสามธุรกิจดังกล่าว ในสองจังหวัดคือ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยผู้วิจัยได้เน้นที่ประสบการณ์และ ความ้รูสึกของคนท�ำงานเป็นศูนย์กลาง ผลการศึกษาที่ส�ำคัญ คือ ในกรณีของอูเบอร์ นักวิจัยพบว่าในจังหวัด เชียงใหม่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวส�ำคัญ ผู้ขับรถมากกว่าครึ่ง หรือประมาณ 58% จากผู้ให้สัมภาษณ์ 48 ราย ทำ� งานขับรถเป็นรายได้เสริม เพราะมีรายได้หลักที่มาจาก การท�ำงานอื่น และที่น่าสังเกตก็คือ ผู้ให้บริการจ�ำนวนไม่น้อยเป็นผู้เกษียณหรือ ใกล้เกษียณอายุการท�ำงาน หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดแรงงานที่เป็นทางการ เช่น แม่บ้านที่มีภาระครอบครัว ต้องดูแลลูกที่ยังเล็ก ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและกำ� ลังพักฟื้น เพื่อกลับเข้าสู่ตลาด คนกลุ่มนี้ต่าง้รูสึกว่าแพลตฟอร์มเช่น อูเบอร์ ส้รางความยืดหยุ่น ให้พวกเขาได้ท�ำงานเพื่อหารายได้เสริม และลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวลง ได้ส่วนหนึ่ง ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศที่พบว่าเศรษฐกิจแบบ แพลตฟอร์มนั้น เอื้อให้ผู้ที่โดยปกติถูกกีดกันหรือประสบกับอุปสรรคในการเข้าสู่งาน เช่น กลุ่มแรงงานอพยพ ผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษา หรือคนที่มีภาระในการดูแลเด็กหรือ ผู้สูงอายุในครอบครัว ได้มีโอกาสท�ำงานและมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อพึงสังเกตที่ส�ำคัญจากงานวิจัยในต่างประเทศคือ งาน ในโลกแพลตฟอร์มดิจิทัลมักเป็นงานชั่วคราว รายได้ต่�ำ และในหลายกรณี เป็นงาน ที่ท�ำครั้งเดียวจบหรือเป็นรายชิ้น ขาดความมั่นคงในการทำ� งาน จึงท�ำให้เกิดความ กังวลจากองค์กรด้านแรงงานในต่างประเทศว่า คนท�ำงานบนระบบแพลตฟอร์ม อย่างเช่น อูเบอร์ หรือแกร็บแท็กซี่ ต้องท�ำงานในสภาพที่ต่�ำกว่ามาตรฐานแรงงาน สากล และอยู่นอกเหนือจากการคุ้มครองของกฎหมายแรงงาน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในภาพรวม ระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์มยังมีแนวโน้มที่จะทำ� ให้เกิดเศรษฐกิจแบบ ไม่เป็นทางการ(informal economy) ขยายตัวมากยิ่งขึ้น ประเด็นที่ผู้วิจัยจากสถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรมกังวล เป็นพิเศษ คือ หนึ่ง การตกต่�ำลงของมาตรฐานแรงงานและสภาพการท�ำงานของ กลุ่มคนท�ำงานใหม่ ที่เรียกว่า“แรงงานดิจิทัล” สอง ความคลุมเครือในสถานะของ คนทำ� งาน ที่ในทางปฏิบัติยังคงตกอยู่ภายใต้สภาพบังคับของบริษัทเจ้าของแพลต2 ฟอร์มอย่างเช่นอูเบอร์ แต่นโยบายของบริษัทเหล่านี้กลับนิยามให้คนท�ำงานเป็น “ผู้รับจ้าง(contractor)” หรือ“ผู้ประกอบการอิสระ” ทั้งสองประเด็นนี้ เป็นเงื่อนไข สำ� คัญในการทำ� ความเข้าใจประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานของแรงงานดิจิทัล ในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรูปแบบการท�ำงานก�ำลัง เปลี่ยนแปลงไปอย่างถึงรากในเชิงโครงส้ราง ในลักษณะที่เวลาและค่าตอบแทน การท�ำงานถูกก�ำหนดจากความต้องการบริโภคในตลาดเป็นหลัก ผลการศึกษาที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือผู้ให้บริการขับรถในแพลตฟอร์ม อูเบอร์บางรายตอบว่าพวกเขาสามารถส้รางรายได้มากพอที่จะเปลี่ยนงานหรือ ออกจากงานประจำ� ที่ทำ� อยู่ และหันมาขับรถเป็นอาชีพหลัก เพราะพวกเขาสามารถ เลือกเวลาท�ำงานได้เอง ในประเด็นนี้ นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่ารายได้ที่สูงของผู้ขับ อูเบอร์ในระยะเริ่มต้นนั้น อาจมาจากการเติบโตของแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลจ�ำเพาะบางประการ เช่น หนึ่ง บรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อย่างอูเบอร์ (และแอร์บีเอ็นบี) มีอ�ำนาจครอบง�ำเหนือตลาดและ/หรือมีนโยบายการอุดหนุน (subsidy) ตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมีการด�ำเนินการในอัตราระดับโลก ท�ำให้ สามารถโยกย้ายผลก�ำไรจากธุรกิจในสถานที่หนึ่งมาอุดหนุนธุรกิจในระยะเริ่มต้น ในอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งน�ำไปสู่ค�ำถามเรื่องการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ระบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม อาจส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงโครงส้รางตลาดในระดับท้องถิ่น ในลักษณะที่ท�ำให้เกิดความไม่มั่นคง ในอาชีพที่สูงขึ้นในระยะยาว ความซับซ้อนของผลกระทบนี้ก็คือ มีความเป็นไปได้ ที่แรงงานในตลาดแรงงานจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพราะความไม่มั่นคงนี้อาจยังไม่ปรากฏให้เห็นในระยะสั้น ส�ำหรับแพลตฟอร์มที่สองคือ แอร์บีเอ็นบี ที่มีขอบเขตการด�ำเนินงานใน ระดับข้ามชาติเช่นเดียวกับอูเบอร์ โดยให้บริการจับคู่ผู้ให้เช่าและผู้เช่าห้องพัก ทั่วโลกนั้น มีความเกี่ยวพันกับตลาดแรงงานในหลายระดับ กล่าวคือ ประการแรก การเติบโตของธุรกรรมบนแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี ส่งผลกระทบด้านลบโดยตรงต่อ อุตสาหกรรมโรงแรมและที่พักแบบดั้งเดิม ซึ่งยังส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อไปยัง การจ้างงานภายในอุตสาหกรรมดังกล่าวในระดับท้องถิ่นกล่าวคือทำ� ให้ธุรกิจโรงแรม ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของแอร์บีเอ็นบีตอบสนองด้วยการเลิกจ้างพนักงาน3 ประจ�ำลง และหันไปจ้างพนักงานแบบชั่วคราวแทน เพื่อลดต้นทุนการด�ำเนินการ ให้สามารถแข่งขันได้ ประการที่สอง ในขณะเดียวกัน การเติบโตภายในตลาดที่พัก แบบแพลตฟอร์มท�ำให้เกิดความต้องการบริการต่อเนื่องจ�ำนวนมาก ไม่ใช่เพียงใน ด้านพนักงานทำ� ความสะอาด ซักอบรีด แต่รวมถึงการบริหารห้องพัก เช่น การส่งมอบ และรับคืนกุญแจ การประสานกับผู้เข้าพักและอื่นๆ ที่กลายเป็นตลาดเกิดใหม่ ที่ยังคงต้องการองค์ความ้รูและการฝึกอบรม เป็นต้น เช่นเดียวกับกรณีของแพลตฟอร์มอูเบอร์ นักวิจัยตั้งข้อสังเกตในเรื่องการ เปลี่ยนแปลงสภาพการท�ำงานและสิทธิแรงงาน กล่าวคือ การขยายตัวของแอร์บีเอ็นบี อาจท�ำให้เกิดการขยายตัวของแรงงานอิสระ ที่รวมทั้งเจ้าของห้องพักและ ผู้ให้บริการต่อเนื่องต่างๆ ที่ความมั่นคงในการทำ� งานถูกนำ� ไปผูกอยู่กับความผันผวน ของอุปสงค์และอุปทานของตลาดที่พัก ถึงแม้รายงานของสถาบันฯ ยังไม่สามารถ เข้าถึงข้อมูลสถิติในระดับภาพรวมของตลาดภายในประเทศ แต่ข้อมูลจากการ สัมภาษณ์ผู้น�ำห้องพักเข้าให้บริการบนแพลตฟอร์มของแอร์บีเอ็นบี เผยให้เห็นถึง ช่องว่างที่เด่นชัด ระหว่างกฎหมายท้องถิ่นที่ล้าสมัยในการกำ� กับดูแลธุรกิจโรงแรม และที่พักกับรูปแบบธุรกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์แบบ สามเส้า ระหว่างเจ้าของแพลตฟอร์มอย่างเช่นแอร์บีเอ็นบี ผู้เข้าพักและผู้นำ� ห้องพัก ออกให้บริการ ที่ดูเหมือนว่าแอร์บีเอ็นบีจะเป็นฝ่ายกอบโกยผลกำ� ไรไปเต็มที่ แต่กลับ สามารถผลักภาระรับผิดชอบต่างๆ ไปให้กับผู้นำ� ห้องพักออกให้บริการ ไม่ว่าในเรื่อง ความเสี่ยงทั้งทางด้านธุรกิจและความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงการต้อง รับผิดชอบภาระในการจัดการความขัดแย้งกับผู้ใช้บริการ ในประเด็นเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยนั้น รายงานนี้ได้หยิบยก ประเด็นใหม่ขึ้นมาเป็นข้อสังเกตจ�ำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของ ชุมชนรอบข้าง เมื่อมีผู้เข้าพักแปลกหน้าจำ� นวนมากผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าออก โดยที่ชุมชนไม่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของผู้เข้าพัก หรือความเสี่ยงของคนท�ำงาน บริการ เช่น เรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากผู้เข้าพัก หรือประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน เรื่องการประกันความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ห้องพักนั้นอยู่ในอาคารชุดหรือ คอนโด เป็นต้น แพลตฟอร์มสุดท้ายที่เป็นแพลตฟอร์มท้องถิ่นในประเทศไทย คือ บีนีท 4 ที่ให้บริการจับคู่ผู้รับและผู้ให้บริการท�ำความสะอาดบ้านนั้น ถูกเลือกขึ้นมาเป็น กรณีศึกษาควบคู่กับแพลตฟอร์มการขนส่งและบริการที่พักเพราะสถาบันฯเล็งเห็นว่า ธุรกิจท�ำความสะอาด มีความสัมพันธ์กับสามบริบทที่ส�ำคัญ กล่าวคือ หนึ่ง บริบท เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวและการเติบโตของธุรกิจที่พักอย่างแอร์บีเอ็นบี ที่เพิ่งได้กล่าว ไปแล้ว สอง บริบทของตลาดแรงงานที่แม่บ้านทำ� ความสะอาดจำ� นวนมากเป็นผู้หญิง มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่�ำ และมีแนวโน้มที่จะเป็นแรงงานข้ามชาติที่มีอ�ำนาจ ต่อรองตำ่� และมักมีความเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบและละเมิดสิทธิ และสาม บริบท ของสังคมอุตสาหกรรมและสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่ชนชั้นกลาง ทำ� งานหนักและผลักภาระเรื่องการทำ� งานบ้านไปยังกลุ่มคนทำ� งานที่มาจากชนชั้น แรงงาน การศึกษาแพลตฟอร์มบีนีท จึงถูกก�ำหนดจากความห่วงใยที่จะศึกษาสอง ประเด็นหลักคือ หนึ่ง การเข้าถึงโอกาสการทำ� งานของผู้หญิงท�ำงานชนชั้นแรงงาน และ/หรือจากสมาชิกกลุ่มแรงงานข้ามชาติ และสอง ประเด็นเรื่องอำ� นาจต่อรองและ การละเมิดสิทธิของคนท�ำงานที่ถูกก�ำหนดจากแพลตฟอร์ม ข้อค้นพบประการแรก คือ ขณะที่ผู้ให้บริการทำ� ความสะอาดที่มีข้อจำ� กัด ในการท�ำงานเต็มเวลา บีนีทเปิดโอกาสหรือทางเลือกในการท�ำงานให้กับพวกเขา มากขึ้น แต่ความยืดหยุ่นก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนบางประการ ไม่ว่าจะเป็นการต้อง เสียค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์มเพื่อจับคู่กับผู้รับบริการ แต่ผู้ให้บริการยังคง แบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วยตนเอง เช่น อุปกรณ์และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประการที่สอง งานวิจัยนี้ยังพบอีกว่า แพลตฟอร์มบีนีทมีความโปร่งใสตำ่� เนื่องจาก กลไกในการให้/รับงานถูกก�ำหนดจากเจ้าของแพลตฟอร์มเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ ผู้ให้บริการก็ไม่มีสิทธิรับ้รูถึงเงื่อนไขและกระบวนการตัดสินใจ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มได้ก�ำหนดระบบคัดกรองขั้นสูงเอาไว้ เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ ประวัติอาชญากรรม และผู้สมัครต้องมีบัญชีธนาคาร จึงเป็นอุปสรรคในการเข้าถึง งานของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ขณะที่ภาครัฐบาลไทยกำ� ลังส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจ แพลตฟอร์มอันเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิตอลภายใต้นโยบาย“ประเทศไทย4.0” แต่ภาครัฐไทยยังขาดความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับกลไกการท�ำงานของเศรษฐกิจ แพลตฟอร์ม ยังไม่ต้องพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจรูปแบบใหม่นี้ 5 นักวิจัยทั้งสอง หวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดบทสนทนา ในเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม และกระตุ้นให้ภาครัฐมีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ ภาครัฐบาลต้องทำ� เป็นอย่างยิ่งคือเพิ่มบทบาทในเชิงรุกในการทำ� หน้าที่เป็นผู้ส่งเสริม และพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มที่มีแรงงานเป็นศูนย์กลาง บนฐานของ เป้าหมายเรื่องความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ข้อเสนอแนะของสถาบันฯเกี่ยวกับแนวทางที่ภาครัฐควรดำ� เนินการที่สำ� คัญ ได้แก่สนับสนุนทั้งในด้านเงินทุนและความ้รูให้กับสถาบันการศึกษาชั้นสูงเพื่อพัฒนา แพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับแรงงานรวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอกชนโดยเฉพาะ ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กน�ำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับแรงงานดังกล่าวไปใช้ ในการด�ำเนินธุรกิจ 6 1. ข้อสรุปจากงานวิจัยในปัจจุบัน: บทเรียนจากท่ัวโลก บทน�ำ ภายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ก�ำหนดนโยบายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหภาพยุโรป ได้ให้ความสนใจอย่างยิ่งยวดกับระบบเศรษฐกิจ แบบแพลตฟอร์ม(platform economy) เนื่องจากการรุกคืบอย่างรวดเร็วของ กิจกรรมทางเศรษฐกิจประเภทนี้ ส่งผลกระทบต่อโครงส้รางเศรษฐกิจและตลาด แรงงานของประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าระบบ เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจะขยายตัวขึ้นมากกว่ายี่สิบเท่าภายในระยะเวลาไม่ถึง ยี่สิบปีข้างหน้า 1 ความท้าทายประการส�ำคัญในการท�ำความเข้าใจและรับมือกับระบบ เศรษฐกิจแพลตฟอร์มมีหลายประการ เช่น ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในการ จ้างงานแบบใหม่ ที่ต่างไปจากรูปแบบการจ้างงานแบบทางการหรือแบบดั้งเดิม ที่มีกฎระเบียบและกฎหมายรองรับชัดเจน รวมไปถึงความคลุมเครือของผลกระทบ ที่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่า ระบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจะท�ำให้เกิดผลสุทธิ ___________________________ 1 ในสหรัฐฯ PriceWaterhouseCoopers(PwC) คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นจาก US$15bn ในปัจจุบัน เป็น US$335bn ในปี 2035(Vaughan and Hawksworth 2014); ในยุโรป คาดว่า เศรษฐกิจแพลตฟอร์มส้รางรายได้กว่า US$17bn ประเมินโดย European Commission (Fabo et al. 2017) ส�ำหรับจ�ำนวนคนท�ำงานบนแพลตฟอร์มต่างๆ โดยเฉพาะในภาคขนส่ง ท�ำงานบ้านและ crowdwork ดู Smith and Leberstein(2015) ส�ำหรับการประเมินในภาพรวม 8 อย่างไร แม้จะมีความคาดหวังว่าระบบเศรษฐกิจนี้จะก่อให้เกิดการส้รางงานใหม่ และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานที่เดิมมีข้อจำ� กัดในการเข้าถึง ตลาดงาน ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศอังกฤษ มีการส�ำรวจพบว่าอย่างน้อย 9% ของกำ� ลังแรงงานผู้ใหญ่หางานผ่านระบบแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ ยังพบว่าเศรษฐกิจ แบบแพลตฟอร์มมีผลเชิงบวกในการส้รางโอกาสการทำ� งานให้กับกลุ่มประชากร ที่ด้อยโอกาส และแรงงานวัยรุ่นในยุโรป(Joyce et al. 2016) รวมถึงเพิ่มโอกาส ในการท�ำงานของผู้หญิงที่ท�ำงานจากที่บ้าน(Dettling 2016) เพื่อหารายได้เสริม การเปลี่ยนแปลงที่ส�ำคัญคือ งานที่เกิดจากเศรษฐกิจแพลตฟอร์มมักเป็นงาน ระยะสั้นและรายได้ต่�ำ จากการศึกษาพบว่าการขยายตัวของการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัล (digital platform) เพิ่มขึ้น 25% ต่อปี ทั่วโลก(Kässi and Lehdonvirta 2016) อย่างไรก็ดี การคาดการณ์และศึกษาถึงผลกระทบในภาพรวมต่อตลาดแรงงาน ทั่วโลกนั้น แสดงให้เห็นว่าโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการทำ� ให้ เป็นดิจิทัล(digitalization) นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรมและประเภทของ งานเป็นส�ำคัญ การศึกษาส่วนใหญ่ยังชี้ให้เห็นแนวโน้มของความเสี่ยงของการ สูญเสียงานประจ�ำจ�ำนวนมาก และถูกแทนที่ด้วยงานใหม่ที่มีลักษณะเป็นงาน ชั่วคราว ปราศจากสถานที่ท�ำงานและสัญญาการจ้างงานแบบดั้งเดิม(ดู Wobbe 2016) และลักษณะส�ำคัญที่พบก็คือ การปรับโครงส้รางเศรษฐกิจที่กระทบกับ ประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นปรากฏการณ์ข้ามพรมแดน ในด้านหนึ่งรัฐบาลในหลายประเทศจึงคาดหวังว่าระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่เกิดขึ้นนี้ อาจเป็นค�ำตอบส�ำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ก�ำลังชะลอตัวลง ด้วย เงื่อนไขที่ส�ำคัญว่าภาวะว่างงาน หรือภาวะที่มีงานไม่เพียงพอส�ำหรับคนต้องการ ท�ำงาน กลายเป็นสภาวะปกติมากขึ้นในหลายประเทศ(ILO 2015) ตัวอย่างที่ ชัดเจนคือ นโยบายดิจิทัลมาเลเซีย(digital Malaysia) ของประเทศมาเลเซีย และ โครงการส้รางงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐบาลไนจีเรียที่ได้รับการสนับสนุน จากธนาคารโลก และองค์กรมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์(Rockefeller Foundation) (ดู Graham et al. 2017) 9 ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันบนภาวะสุญญากาศ ของการก�ำกับดูแล ก็ทำ� ให้เกิดความวิตกกังวลในเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตลาด แรงงานและคนงานอย่างมาก ทั้งนี้ องค์กรแรงงานและขบวนการแรงงานในกลุ่ม ประเทศยุโรปได้ให้ความสนใจกับประเด็นนี้มาโดยตลอด มีการติดตามศึกษาถึง ผลกระทบต่อรูปแบบการท�ำงานของระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และเร่งรัดให้ ผู้ก�ำหนดนโยบายออกมาตรการดูแล ก�ำกับ รวมไปถึงการตอบโต้ให้ทันท่วงทีกับ การเปลี่ยนแปลงที่ก�ำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ในส่วนของผู้ก�ำหนดนโยบายเองก็ต้องเผชิญกับอุปสรรค ส�ำคัญสองประการ กล่าวคือ ประการแรก เนื่องจากความซับซ้อนของเศรษฐกิจ แพลตฟอร์มที่ท�ำให้เกิดความสัมพันธ์ใหม่ พัฒนาการที่รวดเร็วและความใหม่ของ เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มนี้ท�ำให้ยังขาดการนิยามและการท�ำความเข้าใจอย่าง เป็นระบบ รัฐบาลประเทศต่างๆ จึงต้องใช้เวลาในการท�ำความเข้าใจถึงธรรมชาติ และรูปแบบของกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ที่เกิดขึ้น(Lenaerts et al. 2017) ประการที่สอง รายงานต่างๆ ที่ผลิตออกมาในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ได้ชี้ชัดว่ารัฐบาล ของประเทศต่างๆ มีการตอบสนองที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัย ส�ำคัญได้แก่ ประเภทของธุรกิจที่ก�ำลังศึกษา กรอบของกฎเกณฑ์ก�ำกับดูแลที่มี อยู่เดิม รวมถึงอ�ำนาจต่อรองของหุ้นส่วนทางสังคมในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ความท้าทายสำ� คัญยังมาจากลักษณะข้ามชาติของแพลตฟอร์ม แต่พัฒนาการของ แพลตฟอร์มกลับไม่ได้เสมอกันในทุกพื้นที่ ท�ำให้รัฐบาลแต่ละระดับ เช่นระดับ ท้องถิ่น ระดับภาคและระดับชาติ ได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันไป(Munkoe 2017) 1.1 เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม คำ� นิยามและประเภทของงานบนแพลตฟอร์ม เศรษฐกิจแบ่งปัน(Sharing economy), เศรษฐกิจที่ประกอบด้วยงาน ครั้งคราว หรืองานที่รับจ้างจบเป็นครั้ง(Gig economy) และเศรษฐกิจที่เกิดจาก การจับคู่ความต้องการผู้เสนอขายสินค้าและบริการกับผู้ต้องการเสนอซื้อสินค้า และบริการ(Platform economy) เป็นคำ� ที่ภาคธุรกิจและสื่อนิยมใช้อย่างแพร่หลาย 10 นักวิชาการด้านสื่อใหม่ เทรเบอร์ โชลซ์(Trebor Schulz) จากสถาบันนิวสคูล (The New School) ในสหรัฐฯ วิจารณ์ว่าค�ำเรียกเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ sharing economy ที่ใช้กันอยู่ให้ความหมายที่บิดเบือน 2 เพราะในความเป็นจริง กิจกรรม ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นคือ การซื้อขายสินค้าและบริการที่มักปรากฏในรูปของกิจกรรม การเช่าซื้อ(renting) ข้อวิจารณ์นี้สอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์อื่น (Cagle 2014; Drahokoupil and Fabo 2016) ในกรณีของแพลตฟอร์มส�ำหรับ เรียกรถโดยสารส่วนตัวอย่างอูเบอร์ นักวิจัยโดยเฉพาะที่ศึกษาประสบการณ์ของ คนงานมีความเห็นสอดคล้องว่าคนขับรถกับผู้โดยสารนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับความ สัมพันธ์ในแง่การแบ่งปันในความหมายที่เราเข้าใจกันแต่อย่างใด(McGregor 2016; Rogers 2016) ทั้งนี้โชลซ์(Schulz 2017) เสนอว่าควรเรียกแพลตฟอร์ม เหล่านี้ว่าเป็นเศรษฐกิจที่ขึ้นกับความต้องการเสนอซื้อสินค้าหรือบริการ(Ondemand economy) โดยเขาจ�ำแนกประเภทของแรงงานดิจิทัลละเอียดมากขึ้น ไปอีก ตามลักษณะหน้าที่ของแพลตฟอร์มและประเภทของงาน ได้แก่ • แรงงานตามความต้องการเฉพาะคราว(On demand labor) เช่น UberX, Lyft, TaskRabbit, SideCar, Homejoy, Handy • แรงงานผ่านนายหน้าออนไลน์(Online Labor Brokerages) เช่น Upwork, Topcoder, Peopleperhour • งานคัดลอกเนื้อหา(Content farming) เช่น Demand Media, Associated Media, Spun White ขณะที่ เดอ สเตฟาโน(De Stefano) นักวิชาการด้านกฎหมายแรงงาน ในยุโรปและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ยึดคำ� ว่างานที่รับจ้างจบเป็นครั้ง หรือ gig economy เป็นหลักในรายงานเพื่อองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ และ จ�ำแนกเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยงานครั้งคราว หรืองานที่รับจ้างจบเป็นครั้ง(gig ___________________________ 2 คำ� ว่า Collaborative economy เป็นอีกคำ� ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในยุโรป และในทำ� นอง เดียวกัน ค�ำนี้ไม่สะท้อนความหมายของกระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ บนแพลตฟอร์ม 11 economy) ว่าประกอบด้วย งานที่เรียกว่างานดิจิทัลชนิดท�ำจากที่ใดก็ได้(crowdwork) ที่มีแพลตฟอร์มเป็นสื่อกลางระหว่างผู้เสนองานและผู้รับท�ำงาน สามารถ ท�ำงานให้เสร็จจากที่ใดก็ได้ กับงานตามความต้องการเสนอซื้อสินค้าหรือบริการ ที่ท�ำผ่านระบบปฏิบัติการ(on-demand work via applications) ในรายงานฉบับนี้ ผู้วิจัยของสถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม (JELI) เห็นด้วยกับข้อวิจารณ์ว่าเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไม่ได้มีลักษณะการแบ่งปัน และปฏิเสธที่จะใช้คำ� ว่าเศรษฐกิจแบ่งปัน(sharing economy) ดังนั้น ผู้วิจัยจะยึด คำ� ว่า“เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม(platform economy)” เมื่อกล่าวถึงกิจกรรมเศรษฐกิจ ที่พึ่งพาดิจิทัลแพลตฟอร์มในการด�ำเนินการ เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค้าและบริการ(ในบางกรณี กิจกรรมนั้นปรากฏในรูปของการยืม เช่า และเช่าซื้อ) บนสมมุติฐานว่าเศรษฐกิจแพลตฟอร์มนั้น ลดต้นทุนธุรกรรมของการ แลกเปลี่ยน 3 และทำ� ให้เกิดลักษณะงานและความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างนายจ้างและ คนท�ำงาน ทั้งนี้ ค�ำนิยามดังกล่าวมีนัยที่ส�ำคัญสองประการ กล่าวคือ ประการแรก เศรษฐกิจแพลตฟอร์มมีองค์ประกอบสำ� คัญสามประการคือ(1) แพลตฟอร์มเช่น อูเบอร์หรือแอร์บีเอ็นบี(2) ผู้ให้บริการ เช่นคนขับอูเบอร์ และ(3) ผู้รับบริการหรือ ลูกค้า ประการที่สอง กิจกรรมและความสัมพันธ์ใหม่ดังกล่าวทำ� ให้เกิดช่องโหว่ และความขัดแย้งภายในกรอบของกฎหมายและนิยามในการศึกษาแรงงานแบบ ดั้งเดิมทั้งนี้ผู้วิจัยขอเรียกแรงงานทั้งหมดที่เข้ามาสัมพันธ์กับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มว่า “แรงงานดิจิทัล” และยึดเอาการนิยามและจ�ำแนก“งานดิจิทัล” ตาม Florian A. Schmidt ในรายงานของมูลนิธิ ฟรีดริค เอแบร์ท(Friedrich Ebert Stiftung- FES) ที่แบ่งงานดิจิทัลออกเป็นงานดิจิทัลที่การท�ำงานขึ้นอยู่กับสถานที่เชิงกายภาพ (gig work) และงานดิจิทัลชนิดท�ำจากที่ใดก็ได้(crowd work) ความจริงแล้ว ค�ำจ�ำกัดความนี้ คล้ายคลึงกับการจ�ำแนกเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยงานครั้งคราว หรืองานที่รับจ้างจบเป็นครั้ง(gig economy) ของ เดอ สเตฟาโน(De Stefano) ___________________________ 3 ตามนิยามของ Kilhoffer และคณะ(Kilhoffer et al. 2017) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มท�ำให้เกิด micro-transactions หรือธุรกิจที่แยกย่อยเล็กลง 12 ที่แบ่งแยกออกเป็นงานดิจิทัลตามความต้องการ ผ่านแอปพลิเคชัน(on-demand work via apps.) และงานดิจิทัลที่ไม่อิงกับสถานที่ กล่าวคือสามารถท�ำจากที่ใด ก็ได้(crowd work) ในแง่ที่งานประเภทแรกนั้น ยังคงปรากฏลักษณะของการ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการแบบดั้งเดิม คือ มีการพบกันของผู้ให้และผู้รับบริการ ในสถานที่จริง เช่น ในกรณีของบริการขนส่ง(อูเบอร์) ที่พัก(แอร์บีเอ็นบี) และ ทำ� ความสะอาด(บีนีท)ซึ่งเป็นจุดสนใจหลักของรายงานฉบับนี้ขณะที่งานประเภทหลัง (crowd work) นั้น ผู้ท�ำงานรับงานผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถทำ� งาน โดยเอกเทศและส่งมอบผลผลิตกลับไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ 1.2 ความหมายของงานดิจิทัลท่ีการทำ� งานขึ้นอยู่กับ สถานท่ีเชิงกายภาพ(Gig work) และงานดิจิทัลชนิดทำ� จากท่ีใดก็ได้(Crowd work) โดยทั่วไปงานดิจิทัลชนิดท�ำจากที่ใดก็ได้(Crowd work) หรืองาน ที่เป็นการถ่ายโอนงานจากบริษัทหรือผู้ว่าจ้างรายหนึ่งไปยังแรงงานบนโลกออนไลน์ จ�ำนวนมาก(Crowdsourcing) มีความเกี่ยวข้องกับการคาดการณ์ว่าการถ่ายโอน งานจากบริษัทหรือผู้ว่าจ้างรายหนึ่งไปยังแรงงานบนโลกออนไลน์จ�ำนวนมาก อาจช่วยบริษัทลดต้นทุนลงมากกว่าการว่าจ้างเหมาช่วง(outsourcing) หนึ่งเท่าตัว 4 ทั้งนี้ งานที่บริษัทต่างๆ เคยท�ำภายในองค์กรโดยพนักงานประจ�ำ ถูกโอนไปให้กับ แรงงานฝูงชน(crowd workers) งานประเภทนี้ มักเป็นงานที่ถูกแยกส่วนให้ย่อยลง (micro-task) เพื่อให้ทำ� ได้โดยไม่จำ� เป็นต้องเข้าใจบริบทหรือภาพรวม โดยลักษณะ งานมีความหลากหลาย ตั้งแต่ถอดข้อความจากเทปบันทึกเสียง สกรีนภาพและ ข้อความที่ไม่เหมาะสมจากโซเชียลมีเดีย เขียนคำ� อธิบายให้ตรงกับเนื้อหาของภาพ (ดูประกอบ Irani 2015; Leimeister and Durward 2015; World Bank 2015) เป็นต้น โดยตัวอย่างของการจ้างเหมาช่วงบนแพลตฟอร์มประเภทนี้ ได้แก่ Amazon Mechanical Turk, Crowdflower, Universal Human Relevance System ของ ___________________________ 4 http://www.ipeirotis.com/wp-content/uploads/2012/01/Big-Firms-Try-Crowdsourcing%E2%80%94-online.wsj_.pdf 13 Microsoft, ManPower, Zhubajie/Witsmart ของจีน ฯลฯ 5 ข้อพึงระลึกประการหนึ่งก็คือ มีการก�ำหนดค�ำศัพท์และการจ�ำแนก หมวดหมู่งานบนแพลตฟอร์มแตกต่างหลากหลายกันออกไปอย่างมาก ทั้งนี้ ยังไม่มี หน่วยงานใดเสนอวิธีการนิยามและจ�ำแนกงานแพลตฟอร์มที่สามารถอ้างอิงได้ อย่างเป็นระบบ สาเหตุพื้นฐานก็คือ แพลตฟอร์มเหล่านี้มีความหลากหลายและ ไม่ได้มีลักษณะการท�ำงานเป็นเอกภาพ เพราะในทางปฏิบัติ มีความแตกต่างกัน ในรายละเอียดเรื่องกฎเกณฑ์ของการแข่งขันและวิธีการก�ำหนดค่าแรง กล่าวคือ บางแพลตฟอร์มท�ำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ส�ำหรับการแข่งขันกันน�ำเสนองานของ คนงานจ�ำนวนมาก ผู้จ้างงานอาจจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ที่ท�ำงานสมบูรณ์เป็น รายแรก ขณะที่บางแพลตฟอร์ม ผู้เสนอซื้อบริการมีการก�ำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่�ำ เอาไว้(ดู Eurofound 2015; De Stefano 2016) ท�ำให้เกิดค�ำถามในเรื่องอ�ำนาจ ต่อรองตามมา เพราะในบางแพลตฟอร์ม ผู้จ้างหรือผู้เสนอซื้อบริการอาจเลือกไม่รับ ผู้ท�ำงานจากบางประเทศ โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาในประกาศ หรือใช้วิธีบล็อก ผู้ที่เคยรับงานที่เคยประกาศ(Schulz 2017; Milland 2016) 1.3 เง่ือนไขทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และเศรษฐศาสตร์การเมือง พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ(ICT) และการขยายความครอบคลุม ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังผู้ใช้ทั่วโลกอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา เป็น แรงขับดันสำ� คัญที่ทำ� ให้เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มทวีความสำ� คัญขึ้น(ดู ITU 2016) แรงผลักดันทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนี้ได้ยกระดับให้รูปแบบการจ้างงาน แบบยืดหยุ่น หรือการจ้างงานแบบเหมาช่วงพัฒนาขึ้นอีกระดับ โดยผ่านการจัด โครงส้รางของงานใหม่(reorganization of work) ในรูปแบบของการจ้างเหมาช่วง แบบออนไลน์(Graham et al. 2017) ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชัน Uber และ Airbnb มีส่วนช่วยลดต้นทุนธุรกรรมของการจับคู่อุปสงค์และอุปทานของบริการ และลดต้นทุนในการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจ ทำ� ให้เกิดการจ้างเหมาช่วงออนไลน์ ___________________________ 5 ดูตัวอย่างการวิจารณ์จากบทที่ 1 หน้า 17-19, Scholz(2017) 14 ส�ำหรับงานบริการขนส่งและจัดการที่พักอาศัย(Drahokoupil and Fabo 2016) นอกจากนี้ เงื่อนไขทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ก็มีส่วนผลักดันให้ระบบ แพลตฟอร์มกลายเป็นส่วนประกอบส�ำคัญในการท�ำงานหรือกระบวนการผลิต และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ หน้าที่ของเทคโนโลยี การสื่อสาร ซึ่งท�ำหน้าที่ตอบสนองพฤติกรรมใหม่ของผู้คนที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไป เช่น ผู้คนมีการเคลื่อนย้ายมากขึ้น และสมาชิกครอบครัวอยู่กระจัดกระจายและ/หรือ มีเวลาว่างไม่ตรงกันมากขึ้น ดังนั้น ระบบปฏิบัติการเช่น แอปพลิเคชัน และฮาร์ดแวร์ อย่างโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต จึงกลายเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการ บริหารความสัมพันธ์ระยะทางไกลและได้กลายเป็นปัจจัยในการผลิตแรงงานในเชิง อวัตถุหรือการผลิตสิ่งที่จับต้องไม่ได้(immaterial labor) เช่น ความรัก ความสัมพันธ์ การดูแลเอาใจใส่ ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบสำ� คัญ(แต่มักถูกละเลยในการวิเคราะห์) ในกระบวนการผลิตซำ�้ กำ� ลังแรงงาน(reproduction of labor power) อาจกล่าวได้ว่า ความย้อนแย้งประการสำ� คัญที่เกิดขึ้นก็คือ การพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัว กลับท�ำให้คนใช้เวลามากขึ้นในการสื่อสารระหว่างกัน และที่สำ� คัญ ใช้เวลาสำ� หรับการทำ� งานบนอุปกรณ์สื่อสารมากขึ้น(Fortunati 2011) ทั้งนี้ในสหภาพยุโรปพยายามรับมือกับการปรับโครงส้รางนี้ด้วยการออกมาตรการ ตลาดดิจิทัลเดี่ยว หรือ Digital Single Market Agenda 6 แต่ก็ได้รับการวิจารณ์ว่า ชุดมาตรการดังกล่าวไม่ได้ค�ำนึงถึงผลกระทบทางด้านสังคมและแรงงานอย่าง รอบด้าน 1.4 ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง 1) ภูมิศาสตร์ของงานและก�ำลังแรงงานที่เปลี่ยนไปในเศรษฐกิจดิจิทัล กลุ่มนักวิจัยคณะหนึ่งท�ำการศึกษาและพบว่ามีรูปแบบที่ชัดเจนของการ กระจุกตัวของผู้ซื้อบริการในกลุ่มประเทศรายได้สูง(ยกเว้นอินเดียและมาเลเซีย ___________________________ 6 Digital Single Market Strategy ของ European Commission http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?qid=1447773803386&uri=CELEX :52015DC0192 15 ซึ่งถือเป็นกรณีพิเศษ) ขณะที่ประเทศผู้เสนอขายแรงงานดิจิทัลกลับกระจุกอยู่ใน ประเทศรายได้ตำ่�(Graham et al. 2017) สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ขณะที่มีการกระจุกตัว ของอุปสงค์ในประเทศรายได้สูง กลับมีการกระจายตัวของอุปทานในลักษณะที่ กว้างขวาง ทั้งนี้ งานจ�ำนวนไม่น้อยยังคงท�ำในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ แคนาดา และอังกฤษ ท�ำให้เกิดข้อสรุปว่า มีการแข่งขันกันเสนอขายแรงงานของ คนงานทั้งจากในประเทศรายได้ต่�ำและรายได้สูง ขณะที่มีอุปสงค์น้อยกว่าอุปทาน อย่างมาก อันเป็นเงื่อนไขส�ำคัญที่ท�ำให้อ�ำนาจการต่อรองของแรงงานดิจิทัลที่ต่�ำ มาก(ดูประกอบ Chew Kuek et al. 2015) งานศึกษาและส�ำรวจจากหลายทวีป ยืนยันตรงกันถึงลักษณะส�ำคัญ สองประการคือ หนึ่ง ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ของแรงงานแพลตฟอร์ม ที่พบว่า มักเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อย และอาจมีภูมิหลังมาจากกลุ่มที่เป็นคนกลุ่มน้อย(Burson-Marsteller et al. 2015) และสอง มีการผสมผสานงานในโลกออฟไลน์กับ ออนไลน์ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอในการดำ� รงชีวิต(Berg 2016; Joyce et al. 2016) อย่างไรก็ตาม งานบนแพลตฟอร์มมีข้อดีในบางเรื่อง โดยเฉพาะการลด การกีดกันและเลือกปฏิบัติกับแรงงานบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นแรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานอพยพที่ไม่ได้รับสัญชาติตามกฎหมาย หรือแรงงานที่ไม่มีคุณวุฒิ ทางการศึกษาต่างเข้าแข่งขันในตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ แรงงานที่ถูกเลิกจ้างจาก ตลาดแรงงานแบบดั้งเดิม(Graham et al. 2017) คนพิการ และคนที่ไม่สามารถ เข้าถึงตลาดแรงงาน รวมถึงกลุ่มคนที่ถูกเลือกปฏิบัติจากตลาดแรงงาน เช่น อดีต ผู้ต้องขัง คนผิวด�ำ คนที่ต้องท�ำงานดูแลเด็ก ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้หญิง ที่เป็นแม่บ้าน มีโอกาสเข้าร่วมในตลาดแรงงานมากขึ้น(Milland 2016; Scholz 2017) นอกจากนี้ แรงงานดิจิทัลบางส่วนสามารถข้ามข้อจำ� กัดของตลาดแรงงาน ในพื้นที่ที่อาศัย เมื่อสามารถเสนอขายแรงงานให้กับนายจ้างที่หลากหลายมากขึ้น เลือกที่จะท�ำงานตามความถนัดในระยะเวลาที่สั้น มีรายได้มากกว่างานประจ�ำ ที่เคยท�ำ แต่ข้อเสียของงานดิจิทัลคือ ลักษณะของสัญญาจ้างที่ไม่มั่นคง(precariousness) นายจ้างมีอ�ำนาจต่อรองที่สามารถยกเลิกสัญญาหรือลดค่าแรงได้ โดยลำ� พัง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ทำ� ให้แรงงานมีความ้รูสึกไ้รอำ� นาจต่อรอง และ 16 การลดลงของค่าแรงในตลาด(downward spiral of wages) ซึ่งปัจจัยสำ� คัญมาจาก การแข่งขันจากแรงงานจ�ำนวนมากที่เสนอขายบริการในอัตราที่ต่�ำกว่า(Graham et al.) 2) สัญญาจ้างแบบยืดหยุ่นและสถานะ“กรรมกรไซเบอร์” ข้อเสียของงานดิจิทัลที่ส�ำคัญ คือ ลักษณะของสัญญาจ้างที่ไม่มั่นคง (precariousness) นายจ้างมีอำ� นาจต่อรองที่สามารถยกเลิกสัญญาหรือลดค่าแรง ได้โดยล�ำพังและไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ท�ำให้แรงงานมีความ้รูสึกไ้รอ�ำนาจต่อรอง และการลดลงของค่าแรงในตลาด(downward spiral of wages) ซึ่งปัจจัยส�ำคัญ มาจาก การแข่งขันจากแรงงานจ�ำนวนมาก ที่เสนอขายบริการในอัตราที่ต่�ำกว่า (Graham et al. 2017) ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว จากการทบทวนวรรณกรรม นักวิชาการที่ศึกษาเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม จากมุมมองของงานและสิทธิแรงงานยืนยันตรงกันว่า เศรษฐกิจแพลตฟอร์มไม่ควร ถูกพิจารณาแยกออกจากกระบวนการผลิตสินค้าและบริการโดยทั่วไป อันที่จริงแล้ว มีความต่อเนื่องของกระบวนการที่งานประจำ� ถูกเปลี่ยนเป็นงานชั่วคราว(casualization) และไม่เป็นทางการ(informalization) จากภาคอุตสาหกรรม มายังภาค บริการและภาคเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในที่สุด(ILO 2015a; 2015b) ทั้งนี้ รูปแบบ การจ้างงานแบบ“just-in-time” ที่เป็นลักษณะงานแบบหลังฟอร์ด(post-fordism) และเคยจ�ำกัดอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ก�ำลังแผ่ขยายไปเป็นรูปแบบการจ้างงานที่ “เป็นมาตรฐาน” ของงานบนแพลตฟอร์ม(De Stefano 2016) สิ่งที่ก�ำลังเกิดขึ้นคือ งานที่เคยท�ำในส�ำนักงานและท�ำโดยพนักงานประจ�ำที่กฎหมายก�ำหนดความ รับผิดชอบของนายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานนั้น กลับถูกถ่ายโอนไปเป็น งาน“อิสระ”ที่ผู้ทำ� งานไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายและได้รับเพียงค่าตอบแทน ในขณะที่กำ� ลังปฏิบัติงานเท่านั้น ส่งผลให้คนงานดิจิทัลจำ� นวนมาก ตกอยู่ในสภาพ เดียวกับคนงานในภาคที่มักเรียกกันว่า“งานที่ไม่เป็นทางการ” หรือยิ่งไปกว่านั้น มีการเปรียบเทียบคนงานดิจิทัล โดยเฉพาะแรงงานฝูงชนกับแรงงานที่ทำ� ในบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่สังคมมองไม่เห็น(Risak and Warter 2015) ที่คนทำ� งานมักถูกละเลย จากทั้งในเชิงนโยบายและเศรษฐกิจ และงานเหล่านี้ไม่ถูกจัดให้เป็น“งาน” ใน 17 ความหมายเดิมอีกต่อไป(De Stefano 2016) เงื่อนไขการท�ำงานใหม่นี้ ท�ำให้ นักวิชาการบางคนเรียกคนงานดิจิทัลเหล่านี้ว่า“กรรมกรไซเบอร์(cybertariat)” (Huws 2014; Degryse 2016) 3) สภาพการท�ำงานที่ไม่มั่นคง และการถ่ายโอนความเสี่ยงและต้นทุน ของการท�ำงานไปยังคนงาน ผลที่เกิดขึ้นตามมาในแง่ของสภาพการท�ำงานก็คือ เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมการท�ำงานที่ต่�ำกว่ามาตรฐานแรงงานของศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะใน แรงงานดิจิทัลประเภทแรงงานฝูงชน(crowd workers)(Fabo et al. 2017) กล่าวคือ คนงานดิจิทัลเหล่านี้ ประสบกับความเสี่ยงต่างๆ เช่น มีชั่วโมงทำ� งานที่ยาวนาน กว่าปกติ เนื่องจากค่าตอบแทน(ต่อชิ้นงาน) ที่ต่�ำมาก(Aloisi 2015a; Shevchuk and Strebkov 2015), ต้องทำ� งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียดและแรงกดดันสูง เนื่องจากต้องแข่งขันกับก�ำลังแรงงานในตลาดแรงงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และต้อง ทำ� งานให้ได้จำ� นวนมาก(Scholz 2017) ทั้งที่รายได้จากการทำ� งานบนแพลตฟอร์ม ได้กลายเป็นรายได้หลักของคนจ�ำนวนมาก(Berg 2016) แรงงานดิจิทัลเหล่านี้ ต้องแบกรับต้นทุนและความเสี่ยงจากการทำ� งานเหล่านี้ด้วยตนเอง และในระยะยาว ภาคธุรกิจมีแนวโน้มในการผลักภาระของการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือแรงงาน ไปให้กับคนงานเองมากยิ่งขึ้น(Huws 2016) ข้อสังเกตประการส�ำคัญคือ พบว่าสัดส่วนของแรงงานที่ท�ำงานผ่าน แพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องเป็นเพียงคนกลุ่มเล็ก แรงงานจำ� นวนมากสามารถหางาน ผ่านแพลตฟอร์มได้เพียงเป็นครั้งคราว หรือเป็นงานชั่วคราวที่อาจทำ� ครั้งเดียวจบ ไม่มีความต่อเนื่อง(Eurostat 2015; De Groen et al. 2016; Lehdonvirta and Mezier 2013) นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องการไม่ได้รับค่าตอบแทนหลังจาก ท�ำงาน ทั้งนี้ มีการศึกษาพบว่ากว่า 70% ของแรงงานฝูงชนหรือฝูงชนออนไลน์ (crowd workers) ไม่ได้ท�ำงานเดิมอีกหลังจากผ่านไป 6 เดือน(Ross et al. 2010) ทั้งที่แรงงานเหล่านี้มีความสมัครใจที่จะทำ� งานอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีงานเพียงพอ ส�ำหรับทุกคน หรือในอีกกรณีหนึ่ง คือ คนงานไม่สามารถรับกับแรงกดดันจาก การท�ำงานที่ได้รับค่าแรงต่�ำ ไม่สม่�ำเสมอและขาดหลักประกันในความมั่นคงได้ 18 คำ� กล่าวของนายลูคัส บีวัลด์(Lukas Biewald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัทคราวด์ฟลาวเวอร์(Crowdflower) แพลตฟอร์มออนไลน์สำ� หรับงานแบบ คราวด์ซอร์สซิ่ง(crowdsourcing) ที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างถึงในงานวิจัยหลาย ฉบับนั้น แสดงให้เห็นสถานะที่ไม่มั่นคงของคนงานได้เป็นอย่างดี นายบีวัลด์ กล่าวว่า “ก่อนหน้าอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องยากที่จะหาใครสักคน จับให้เขานั่งลงสักสิบนาที และท�ำให้เขาท�ำงานให้คุณ หลังจากสิบนาทีนั้นไล่เขาออกซะ แต่ด้วยเทคโนโลยี คุณสามารถหาคนเหล่านั้นได้ จ่ายเขาด้วยเงินเล็กน้อยและก�ำจัดพวกเขาหลังจาก คุณไม่ต้องการพวกเขาอีกต่อไป”(อ้างใน Schloz 2017, หน้า 4) ในเชิงโครงส้ราง งานแพลตฟอร์มนั้นจึงเป็นงานที่ไม่มั่นคงโดยธรรมชาติ เพราะรูปแบบการจ้างงานแบบรายชิ้น เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ประกอบการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเลิกจ้าง และปลดเปลื้องภาระของผู้จ้างในการจ่าย ค่าชดเชยต่างๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กรณีของคนขับอูเบอร์ ที่ต้องพยายามขับรถ ให้ได้จ�ำนวนเที่ยวตามเป้าหมายที่บริษัทก�ำหนด เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนประเภท แรงจูงใจ ในขณะเดียวกัน บริษัทอย่างอูเบอร์กลับสามารถผลักภาระในด้านความ ปลอดภัย รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไปให้กับคนขับรถผ่านระบบการ ให้คะแนน(rating and review) และเสียงสะท้อน(feedback)(De Stefano 2016) 4) งานที่รายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ งานวิจัยในต่างประเทศ ยังพบอีกว่า งานดิจิทัลเหล่านี้มักเป็นงานรายได้ตำ่� ไม่เพียงพอสำ� หรับการยังชีพของคนท�ำงาน และยังมีความมั่นคงต่ำ�(Neff 2012) ในประเด็นของทักษะในการท�ำงาน มีแนวโน้มสูงว่าเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม ก�ำลังท�ำให้เกิดการจัดโครงส้รางใหม่ของงานที่ไม่มีความมั่นคงและใช้ทักษะการ ท�ำงานต่�ำเข้าแทนที่งานที่มีความมั่นคง เนื่องจากภาคธุรกิจพยายามตัดตอนการ ท�ำงานและลดขั้นตอนในการท�ำงานเพื่อลดต้นทุนการด�ำเนินงาน หน้าที่และ ต�ำแหน่งงานบางอย่างหายไปโดยใช้แพลตฟอร์มท�ำหน้าที่แทนผู้ที่เคยท�ำหน้าที่ “คนกลาง” ในการจัดสรรงานให้กับคนงานที่ไ้รฝีมือและมีรายได้ต่�ำ เช่น บริการ คอลเซ็นเตอร์สำ� หรับแท็กซี่ หรือบริการจัดหาคนทำ� ความสะอาดบ้านถูกทำ� ให้หายไป ทั้งนี้ ปัจจัยสำ� คัญที่มีส่วนก�ำหนดระดับรายได้ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ 19 กายภาพกับงาน งานวิจัยหนึ่งพบว่าสถานที่ในเชิงกายภาพมีความสำ� คัญต่อรายได้ กล่าวคือ คนงานมักได้รับผลตอบแทนจากการทำ� งานสูงขึ้นในกรณีที่ทำ� งานออฟไลน์ (หรือการท�ำงานต้องอาศัยสถานที่ทางกายภาพ) เมื่อเปรียบเทียบกับงานออนไลน์ (Fabo et al. 2017) อย่างไรก็ตาม ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว งานบนโลกออนไลน์มีความ ต่างจากงานที่ยึดติดกับสถานที่ ตรงที่อาจเปิดโอกาสให้คนงานมีฝีมือในประเทศ ก�ำลังพัฒนาสามารถแข่งขันกับคนงานในประเทศพัฒนาแล้วมากขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เกิดการขยายตัวของงานชั่วคราว งานที่ไม่ได้รับ ค่าจ้างหรือได้รับค่าจ้างตำ่� งานที่จ่ายค่าจ้างเป็นรายชิ้น อันเป็นผลจากการขยายตัว ของคราวด์ซอร์สซิ่ง(crowdsourcing) ซึ่งในระยะกลาง ถึงระยะยาว รัฐบาลประเทศ ต่างๆ จ�ำเป็นต้องออกมาตรการเพื่อรับมือกับการเลิกจ้างขนานใหญ่ในงานบาง ประเภท การลดลงของค่าจ้าง รวมถึงสภาพการจ้างงานที่ไม่มั่นคง อันเป็นผลมาจาก การที่ผู้ประกอบการพยายามแยกย่อยกระบวนการทำ� งานให้เล็กลงและใช้แพลตฟอร์ม เป็นช่องทางในการหาคนท�ำงานเหล่านั้น เพื่อลดต้นทุนค่าจ้างและสวัสดิการ และ หลีกเลี่ยงข้อก�ำหนดในการจ้างงานที่ก�ำหนดโดยรัฐ 1.5 ประเด็นท้าทาย ต่อการกำ� กับดูแลเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม 1) รูปแบบของการจ้างงานข้ามพรมแดนและขอบเขตอ�ำนาจของกฎหมาย ดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น คราวด์ซอร์สซิ่ง(crowdsourcing) ซึ่งเป็นการ เชื่อมโยงระหว่างผู้ว่าจ้างและแรงงานทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงความหมายในเชิง เศรษฐศาสตร์ของสิ่งที่เรียกว่าตลาดแรงงานไปอย่างสุดโต่ง ผลที่เกิดตามมาคือ ก่อให้เกิดความท้าทายในการก�ำกับดูแล เพราะรูปแบบของแพลตฟอร์มและการ สื่อสารผ่านสื่อ ท�ำให้เกิดการซ่อนเ้รนความสัมพันธ์ในการจ้างงานและสภาพการ ท�ำงาน ซึ่งมีส่วนส�ำคัญในการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติที่แท้จริงของธุรกิจ แพลตฟอร์ม หรือบิดเบือนความเข้าใจของสังคมไปอย่างมาก(De Stefano 2016) ทั้งนี้ จากการทบทวนวรรณกรรมในต่างประเทศ พบว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่ ปรากฏแนวคิดในการกำ� กับดูแลที่เป็นทางการ หรืออย่างดีที่สุด มีเพียงการตอบสนอง 20 เชิงปฏิกิริยาเฉพาะหน้า และมุ่งเน้นแก้ไขผลกระทบข้างเคียงไม่กี่เรื่อง(De Groen et al. 2017) สาเหตุสำ� คัญมาจากการที่แพลตฟอร์มดิจิทัลมีลักษณะข้ามภูมิศาสตร์ ของรัฐหรือเขตการปกครอง ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ในทางตรงกันข้าม ผู้ก�ำหนด นโยบายหรือนักการเมืองมีเขตอำ� นาจยึดติดอยู่กับพื้นที่หรือเขตการปกครองที่แน่นอน ในประเด็นนี้ Graham และคณะ(Graham et al. 2017) เสนอว่า เนื่องจากมีการ กระจุกตัวของอุปสงค์หรือความต้องการเสนอซื้อบริการในประเทศรายได้สูงเพียง ไม่กี่ประเทศ เพราะฉะนั้นการก�ำกับดูแลอาจเริ่มต้นจากประเทศหรือรัฐที่มีการ กระจุกตัวซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ก่อน โดยครอบคลุมถึงอัตราค่าจ้าง(ต่อชั่วโมง) ตามอัตราค่าจ้างที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต(living wage) ให้เป็นไปตามกฎหมาย ประเทศเหล่านี้ รวมถึงค่าชดเชยและสวัสดิการอื่น เช่น เมื่อถูกเลิกจ้างก่อนครบ สัญญา เป็นต้น จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า มีความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายแรก ที่ต้องการให้มีการก�ำกับดูแล กับฝ่ายที่สอง ไม่ต้องการให้มีการก�ำกับดูแล โดยกลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีการก�ำกับดูแล มักจะกล่าวอ้างเหตุผลเรื่องการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันในบางเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม อาทิ ภาคการขนส่ง ของบางประเทศมีการก�ำกับดูแลที่เข้มข้นอยู่แล้ว เนื่องจากการขนส่งนั้นกระทบกับ ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ จึงมีการก�ำกับ โดยเฉพาะในเรื่องการให้ใบอนุญาต ประกอบอาชีพและข้อก�ำหนดด้านความปลอดภัยอื่นๆ การถือก�ำเนิดและพัฒนา อย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในภาคขนส่งในประเทศเหล่านี้จึงท้าทาย อ�ำนาจในการก�ำกับดูแลของรัฐโดยตรง ในภาคการขนส่งจึงมีแนวโน้มที่จะมีการ ก�ำกับดูแลมากกว่าภาคอื่นๆ เช่น บริการที่พักอาศัย ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องสภาพการ ทำ� งานนั้นเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษโดยรัฐสภาของเยอรมนี เบลเยียม และสเปน 2) ความสัมพันธ์ของการจ้างงานและสถานะลูกจ้าง-นายจ้าง ประเด็นเรื่องสถานะของแรงงานแพลตฟอร์มเป็นประเด็นส�ำคัญที่ยัง หาข้อสรุปไม่ได้ว่าคนงานแพลตฟอร์มเหล่านี้ควรถูกพิจารณาว่าเป็นลูกจ้าง หรือ ผู้ประกอบการอิสระ ซึ่งอุปสรรคนี้ส่งผลต่อการก�ำกับดูแลโดยใช้กฎหมายแรงงาน 21 ในทุกประเทศ Lenaerts และคณะ(Lenaerts et al. 2017) ศึกษาการตอบสนองในเชิง นโยบายของรัฐบาลในประเทศสหภาพยุโรป 7 ประเทศ พบว่าไม่มีฉันทามติและ กรอบแนวคิดที่เป็นระบบในการตอบสนองของรัฐบาลในเรื่องของการก�ำกับดูแล และการก�ำหนดสถานะของคนงานดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ การตอบสนอง ในแต่ละประเทศมักถูกกำ� หนดจากรูปแบบของกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ซึ่งไม่ครอบคลุม บริบทการจ้างงานที่เกิดขึ้นใหม่ อย่างไรก็ดี ประเทศที่มีท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องสถานะ ของคนงานคือ เดนมาร์กและสโลวาเกีย ซึ่งมีการยอมรับสถานะผู้ประกอบการอิสระ ของแรงงานแพลตฟอร์มบางประเภท ขณะที่ในประเทศเบลเยียมและฝรั่งเศส มีการน�ำหลักการเรื่องสภาพบังคับบัญชา(subordination) มาใช้เพื่อชี้ว่าคนงาน แพลตฟอร์มมีสถานะเป็นลูกจ้างของบริษัทแพลตฟอร์มหรือไม่ และยังมีดีเบตที่ เกิดจากความพยายามเสนอความคิดที่จะก�ำหนดสถานะใหม่ให้กับคนงานแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ ในประเทศอื่นๆ ใช้วิธีการแบบผสมที่เน้นพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป กล่าวโดยสรุปแล้ว ความซับซ้อนในประเด็นเรื่องการก�ำหนดสถานะของแรงงาน ยังมาจากกฎระเบียบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสาขาหรือภาคอุตสาหกรรม เช่น ประเทศ ฮังการี(ถึงแม้ในภาพรวม ฮังการีจะมีนโยบายที่ค่อนข้างเป็นกลางในเรื่องแพลตฟอร์ม) สเปน เดนมาร์ก สโลวาเกีย มีกฎหมายที่ก�ำหนดสถานะของคนท�ำงาน ในภาคการขนส่งเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ประกอบการอิสระ เป็นต้น ส่วนประเทศ ที่สถานะแรงงานยังคลุมเครือ เพราะกฎหมายนิยามสถานะไว้ว่าถูกก�ำหนดจาก รายได้ ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี ตัวอย่างข้อเสนอการนิยามสถานะคนงานดิจิทัลในประเทศต่างๆ เบลเยียม ในปี ค.ศ. 2016(พ.ศ. 2559) รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและเศรษฐกิจ เสนอให้มีการตั้งสถานะคนงานดิจิทัลใหม่ ที่ได้รับการคุ้มครองตำ่� กว่าแรงงานทั่วไป แต่สูงกว่าผู้ประกอบการอิสระ ขณะนี้ยังไม่มีแผนปฏิบัติที่ชัดเจน(Lenaerts et al. 2016) นอกจากนี้ กฎหมายเดอ ครู(Loi-De Croo) ที่เสนอโดยรัฐมนตรีด้านการ พัฒนาการสื่อสารและดิจิทัล ยังได้ให้สิทธิในการลดการจ่ายภาษีรายได้จาก 33% 22 เป็น 10% ในกรณีที่คนงานแพลตฟอร์มมีรายได้จากการทำ� งานแพลตฟอร์มเกินกว่า 5,000 ยูโรต่อปี(Kilhoffer and Lenaerts 2017) ฝรั่งเศส มีแนวคิดคล้ายคลึงกันกับเบลเยียม ผู้ตรวจแรงงานได้ท�ำการศึกษาว่า ควรเสนอสถานะใหม่หรือไม่ แต่ได้ข้อสรุปว่ากรอบของกฎหมายที่มีอยู่เดิมก็เพียงพอ ที่จะน�ำมาปรับใช้(Lenaert et al. 2017) แนวคิดนี้ สอดคล้องกับข้อเสนอในสหรัฐฯ (ดู Harris and Kruger 2015; Surowiecki 2015) 3) การนิยามแพลตฟอร์ม และการเปลี่ยนความหมายของ“บริษัท” คล้ายคลึงกับประเด็นถกเถียงในเรื่องสถานะความเป็นลูกจ้าง-นายจ้าง ในท�ำนองเดียวกัน มียังการถกเถียงเชิงนโยบายในเรื่องสถานะของแพลตฟอร์ม กล่าวคือ แพลตฟอร์มควรถูกนิยามว่าเป็นเพียงตัวกลาง(intermediary) ในการจับคู่ อุปสงค์และอุปทาน ตามที่ผู้ประกอบการอย่างเช่นอูเบอร์กล่าวอ้าง หรือควรถูก นิยามให้เป็นนายจ้างของคนทำ� งาน ทั้งนี้ มีกรณีพิเศษคือ คนงานส่งของโดยจักรยาน ที่ท�ำงานให้กับแพลตฟอร์มเดริเวอรู(Deliveroo) ในเบลเยียม แสดงความต้องการ ที่จะมีสถานะเป็นคนงานของบริษัท และทำ� ให้เกิดกระบวนการที่จะผลักดันให้บริษัท ยอมรับสถานะนายจ้างตามมา ดูเหมือนว่าในแต่ละประเทศ หน่วยงานของรัฐที่แสดงความตื่นตัวในที่จะ ก�ำหนดสถานะของผู้ประกอบการให้ชัดเจนนั้นล้วนเป็นหน่วยงานที่คาดว่าจะได้ ประโยชน์จากการก�ำหนดสถานะดังกล่าว เช่น หน่วยงานด้านภาษีในเดนมาร์ก และเบลเยียม(Lenaerts et al. 2017) เป็นต้น อย่างไรก็ดี Lenaerts และคณะ (Lenaerts et al. 2017) กล่าวว่าประเด็นนี้สัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับค�ำถามเรื่อง สถานะของคนงานแพลตฟอร์มซึ่งเป็นไปในทำ� นองเดียวกัน ผู้มีส่วนได้เสียหลักล้วนมี แรงจูงใจที่จะปล่อยให้สถานะดังกล่าวมีความคลุมเครือ กล่าวคือ ผู้ประกอบการ เจ้าของแพลตฟอร์มนั้นได้ประโยชน์จากการไม่ยอมรับสถานะลูกจ้างของคนทำ� งาน ขณะที่คนทำ� งานบางส่วนมีแรงจูงใจที่จะมีสถานะคลุมเครือเพื่อประโยชน์ที่จะไม่ต้อง จ่ายภาษี ส่วนรัฐบาลในหลายประเทศเอง เช่นในกรณีของเดนมาร์ก ก็มีแรงจูงใจ 23 ที่จะปล่อยให้เกิดความคลุมเครือ เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อสิทธิและ สวัสดิการของคนงาน ประเด็นของการนิยามความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง รวมถึงการนิยามแพลตฟอร์มและการเปลี่ยนความหมายของบริษัท น�ำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องการเก็บภาษี เงินได้ของผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มและแรงงานดิจิทัลตามมาเป็น ลูกโซ่ จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า ประเทศเบลเยียมเสนอให้มีระบบการเก็บ ภาษีใหม่ที่แบ่งแยกรายได้จากแรงงานและรายได้จากบริษัทหรือผู้ประกอบการ ที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มชัดเจน เช่น ถ้ารายได้จากแรงงานไม่ถึงขั้นตำ่� 5,100 euro ให้เสียภาษีรายได้นิติบุคคล 10% โดยไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและการหักลดภาษี สาธารณะอื่นๆ ในทางตรงกันข้าม ในบางประเทศเช่น เดนมาร์ก มีกฎหมายที่อาจ ถูกใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทแพลตฟอร์ม เช่นกฎหมายที่ว่า บริษัทต่างชาติ ที่ไม่มีสำ� นักงานในประเทศไม่จ�ำเป็นต้องรายงานข้อมูลเรื่องรายได้ ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการอิสระกลับต้องรายงานข้อมูลรายได้และจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น ประเด็นเรื่องการนิยามความสัมพันธ์จึงยังเกี่ยวโยงไปถึงการทบทวนหรือท�ำให้ กฎหมายเดิมที่มีอยู่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้วย 4) สิทธิในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรองแบบรวมหมู่ และการคุ้มครอง ทางสังคม รูปแบบการตอบสนองในเชิงนโยบายของแต่ละประเทศนั้น ยังขึ้นอยู่กับ โครงส้รางเชิงสถาบันในแต่ละประเทศ เช่น กฎหมายก�ำหนดให้ค่าแรงและสภาพ การท�ำงานถูกก�ำหนดโดยการเจรจาต่อรองรวมหมู่ภายในสถานประกอบการ หรือ เป็นไปตามกฎหมายค่าแรง เช่น ค่าแรงขั้นต่�ำ เป็นต้น กฎหมายการแข่งขันในปัจจุบันของสหภาพยุโรปนั้นไม่อนุญาตให้มีการ รวมกลุ่มของผู้ประกอบการอิสระ(self-employed) เพื่อเจรจาต่อรองแบบรวมหมู่ เพราะถือว่าการรวมกลุ่มต่อรองกันของผู้ประกอบการเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น เป็นการบิดเบือนตลาด จึงท�ำให้เกิดอุปสรรคในการรวมตัวของคนท�ำงานประเภท คราวด์ซอร์สซิ่ง(crowdsourcing) นอกจากนี้ แพลตฟอร์มของคราวด์ซอร์สซิ่ง ยังมีลักษณะคล้ายการประมูลงานของบริษัทผู้รับเหมา ที่กฎหมายยกเว้นสิทธิในเรื่อง 24 สัญญาจ้างมาตรฐานและสิทธิในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายได้กำ� หนด ให้พนักงานโดยทั่วไปได้รับจากนายจ้าง ทำ� ให้คนงานดิจิทัลประเภคราวด์ซอร์สซิ่ง หรือ crowdworkers เหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครองและสวัสดิการอื่นๆ เช่น วันหยุด ที่ได้รับค่าจ้าง เป็นต้น(Rothig 2017) ถึงแม้จะมีข้อจ�ำกัดของกฎหมายแรงงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คนงาน ดิจิทัลหลายกลุ่มมีความพยายามรวมตัวกันในแบบที่นักวิชาการเรียกว่าการริเริ่ม แบบอ่อน(soft initiatives: Scheiber 2017) หรือ สหภาพแบบอ่อน(soft union: Aloisi 2015b; Kilhoffer et al. 2017) หรือการรวมตัวแบบหลวมๆ เช่นตัวอย่างของ คนงานดิจิทัลที่แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับงานและประเมินผู้จ้างบนเว็บ Turkopticon อย่างไรก็ดี ตัวอย่างที่เป็นข้อยกเว้น คือ การรวมกลุ่มของคนงานอูเบอร์ในประเทศ ฝรั่งเศสในรูปแบบของสหภาพแรงงาน ภายใต้ชื่อสหพันธ์ผู้ขับขี่ยานพาหนะส่วนตัว (Syndicat des chauffeurs privés VTC หรือ Union of Passenger Transport Operators)(ดู Kilhoffer et al. 2017 ส�ำหรับรายละเอียด) นอกจากการผลักดันจากองค์กรแรงงานและในบางกรณีจากการรวมกลุ่ม ของคนงานแพลตฟอร์มเอง ในฝั่งของรัฐบาลและนักการเมือง มีความพยายามที่จะ ก�ำกับดูแลธุรกิจบนแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง รัฐบาลฝรั่งเศสได้ผ่าน กฎหมายใหม่ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2018(พ.ศ. 2561) ในการ เก็บภาษีจากแพลตฟอร์มที่ขายสินค้าและบริการ เพื่อน�ำภาษีไปชดเชยให้กับ คนงานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและสำ� หรับฝึกอบรมคนงานแพลตฟอร์มในภาคขนส่ง ทั้งรถยนต์และจักรยาน นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ รัฐบาลท้องถิ่นในระดับเมือง ยังได้ ออกกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น ในหลายเมืองของรัฐเท็กซัส มีแนวคิดควบคุมคนขับรถใหม่ โดยเพิ่มมาตรการตรวจสอบลายนิ้วมือและประวัติอาชญากรรม ขณะที่ในรัฐนิวยอร์ก เนื่องจากบริการเรียกรถโดยสารผ่านระบบร่วมเดินทาง(ride-hailing) ยังผิดกฎหมาย อูเบอร์จึงให้บริการภายใต้กฎหมายควบคุมบริการขนส่งเอกชนหรือรถด�ำที่ควบคุม แท็กซี่และบริการลิมูซีน ดังนั้น คนขับรถของอูเบอร์หรือแพลตฟอร์มอื่น จ�ำเป็นต้อง มีใบขับขี่สำ� หรับบริการรถเอกชนที่เรียกว่า TLC(Taxi and Limousine’s Commission license) ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวด และมักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณี 25 ศึกษาของโมเดลความร่วมมือระหว่างธุรกิจแพลตฟอร์มและการรวมกลุ่มของคนงาน ที่สามารถจัดให้มีการคุ้มครองทางสังคมกับคนงานแพลตฟอร์ม คือ พันธมิตรธุรกิจ ระหว่างเดลิเวอรู(Deliveroo) และเอสเอ็มอาร์ท(SMart) แพลตฟอร์มสหกรณ์ใน ประเทศเบลเยียม ที่เปิดโอกาสให้คนงานเดลิเวอรูมีทางเลือกที่จะมีสถานะผู้รับจ้าง อิสระและได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า หรือถ้าหากเลือกมีสถานะเป็นลูกจ้างของเอสเอ็มอาร์ทที่มีค่าตอบแทนเป็นตัวเงินต่�ำกว่า แต่ได้รับสวัสดิการ อาทิ การฝึกอบรม เรื่องความปลอดภัย ประกันอุบัติเหตุและได้รับค่าชดเชยรายจ่ายอุปกรณ์ในการ ทำ� งานฯลฯเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เดลิเวอรูยุติความร่วมมือในปลายปีค.ศ.2016 (พ.ศ. 2559) ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่าท่าทีของรัฐบาล ในกรณีนี้คือ รัฐบาลเบลเยียม ต่อเรื่องสถานะและสิทธิของคนงานแพลตฟอร์มนั้น มีส่วนส�ำคัญอย่างยิ่งในการ ส่งเสริมหรือส้รางอุปสรรคต่อนวัตกรรมในการรวมกลุ่มที่เป็นประโยชน์ของการ คุ้มครองทางสังคมของคนงาน 5) สภาพการท�ำงานและการละเมิดสิทธิฯ เทรเบอร์ โชลซ์(Trebor Scholz) เปิดเผยว่าคนงานแพลตฟอร์มของ แอมะซอน(Amazon) และอูเบอร์(Uber) นั้นถูกละเมิดสิทธิต่างๆ หลายประการ ในการท�ำงาน อาทิ การถูกควบคุมในทางกายภาพ เช่นกรณีของคนงานในโกดัง ของแอมะซอนที่ถูกติดตามการเคลื่อนไหวด้วยระบบเซ็นเซอร์ทั้งนี้มีกรณีที่แอมะซอน เลิกจ้างคนงานในโกดัง โดยใช้หลักฐานที่เป็นบันทึกการท�ำงานซึ่งติดตามการ เคลื่อนไหวทางกายภาพและเวลาหยุดพักของคนงานละเอียดในระดับนาทีและ วินาที ในทำ� นองเดียวกัน ก็มีหลักฐานที่เปิดเผยว่าอูเบอร์ใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน ที่บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ขับและผู้โดยสาร ซึ่งเข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัว ของเจ้าของข้อมูล และถือเป็นการละเมิดสิทธิฯ ขั้นรุนแรง(2017) นอกจากนี้มิลแลนด์(Milland 2016) ได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ส่วนตัว จากการท�ำงานคราวด์ซอร์สซิ่ง(crowdsourcing) ของตนเองที่มีชั่วโมงยาวนาน มากเนื่องจากได้รับค่าตอบแทนที่ต่�ำมาก รวมถึงปัญหาอื่น เช่น การถูกโกงค่าจ้าง และต้องทำ� งานที่ไม่พึงปรารถนา เช่น จัดหมวดหมู่หรือเขียนคำ� บรรยายให้ภาพถ่าย อาชญากรรมหรือภาพโ๊ปเปลือย ซึ่งถือเป็นสภาพการท�ำงานที่ต้องเผชิญกับความ 26 กลัวและความกดดันในทางจิตวิทยา ยังไม่รวมถึงความเครียดที่เกิดจากการแข่งขัน กับคนงานอื่นบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ มิลแลนด์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่างานบนแพลตฟอร์ม ประเภทคราวด์ซอร์สซิ่ง เป็นงานที่มีผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจของคนทำ� งาน อย่างมาก จึงจำ� เป็นต้องถูกก�ำกับดูแลหรือตรวจสอบจากสังคม เขายังได้ยกประเด็น เรื่องแนวโน้มที่คนงานดิจิทัลจ�ำนวนมาก ถึงแม้จะท�ำงานเต็มเวลา แต่กลับไม่มี ความสามารถในการจ่ายเงินอุดหนุนระบบประกันสังคม เพราะมีรายได้ต่�ำเกินไป ท�ำให้ต้องพึ่งพาระบบสวัสดิการและความช่วยเหลือจากรัฐมากยิ่งขึ้น 1.6 กรณีตัวอย่าง ข้อถกเถียงในกรณีแพลตฟอร์มอูเบอร์ 1) ดาบสองคม: การแข่งขันเสรีหรือการผูกขาด? บริชเชน โรเจอร์ส(Brishen Rogers) อาจารย์ด้านกฎหมาย มหาวิทยาลัย เทมเพิล(Temple University) เสนอว่าบริการของอูเบอร์มีส่วนดีในการลดต้นทุน ธุรกรรมในธุรกิจแท็กซี่ และท�ำให้เกิดการแข่งขันที่เสรีมากขึ้น เนื่องจากรากของ ปัญหาแท็กซี่ในสหรัฐฯ นั้นมาจากต้นทุนธุรกรรม(transaction costs) ในการเรียกรถ ที่สูง ขณะที่แท็กซี่มักกระจุกตัวในเขตที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ด้วยสาเหตุดังกล่าว ผู้ใช้บริการโดยทั่วไปจึงไม่สามารถเรียกรถแท็กซี่เมื่อมีความต้องการใช้บริการได้ ในอดีต รัฐแก้ปัญหาดังกล่าวโดยลดการก�ำกับดูแล ซึ่งกลับท�ำให้ปัญหานี้แย่ลง เพราะจ�ำนวนแท็กซี่ที่ให้บริการเพิ่มจ�ำนวนมากขึ้น แต่การกระจุกตัวของแท็กซี่ ในบางพื้นที่ยังคงเกิดขึ้นเช่นเดิม และส่งผลกระทบข้างเคียงให้ผู้ให้บริการต้องขึ้น ราคาค่าบริการเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ ดังนั้นความสำ� เร็จของอูเบอร์จึงไม่ได้มาจากความสามารถในการหลีกเลี่ยง และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการ ช่วยลดต้นทุนธุรกรรมในการเรียกหาบริการของผู้บริโภค ซึ่งท�ำให้เกิดประโยชน์ต่อ ผู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ไขปัญหาของบริการเรียกรถจากบริษัท ที่ผู้ให้บริการ และผู้รับบริการมีแรงจูงใจที่จะไม่ตามนัดกล่าวโดยสรุปแล้วตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ กระแสหลัก รูปแบบของบริการที่เสนอโดยอูเบอร์ทำ� ให้เกิดตลาดแข่งขันแบบสมบูรณ์ 27 มากขึ้น เพราะราคาและปริมาณของบริการถูกก�ำกับโดยกลไกอุปสงค์และอุปทาน ที่มีต้นทุนธุรกรรมต่�ำและมีการบังคับใช้สัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี มีข้อกังวลว่าการผูกขาดตลาดผ่านการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มของบริษัทอย่าง อูเบอร์นั้น อาจเปิดโอกาสให้อูเบอร์สามารถก�ำหนดราคาเทียมในช่วงเริ่มต้นของ การให้บริการ เพื่อให้เกิดอุปสงค์ของผู้ใช้บริการใหม่ ซึ่งเป็นความเสี่ยงในระยะยาว ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ ข้อโต้แย้งอีกประการเกี่ยวกับข้อดี ซึ่งเป็นลักษณะร่วมของระบบแพลตฟอร์ม ของทั้งบริการเรียกรถอย่างอูเบอร์ และเช่าที่พักอย่างแอร์บีเอ็นบี คือ ช่วยให้ เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในแง่เศรษฐกิจมากขึ้น ในกรณีของอูเบอร์ มีข้อโต้แย้งว่าบริการของอูเบอร์อาจช่วยลดการเพิ่มจำ� นวนรถยนต์ส่วนบุคคลในเมือง และลดพื้นที่ส�ำหรับจอดรถ รวมไปถึงการลดลงของอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ อย่างไรก็ดี โรเจอร์ส(Rogers 2016) สรุปข้อวิจารณ์และข้อกังวลเกี่ยวกับโมเดล ธุรกิจของอูเบอร์เอาไว้ดังนี้ (1) เป็นการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมกับผู้ขับเดิมที่ทำ� ตามกฎระเบียบของ การจราจรและการขนส่ง (2) อาจก่อให้เกิดการผูกขาดในอนาคต (3) ก่อให้เกิดความเสี่ยงส�ำหรับผู้โดยสาร เพราะไม่ได้มีการก�ำหนด มาตรฐานประกันภัยเอาไว้ (4) เกิดการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการหรือผู้โดยสาร เพราะ มีการน�ำข้อมูลของผู้โดยสารไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต (5) เปิดโอกาสให้เกิดการเลือกปฏิบัติแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร (6) ลดมาตรฐานของสภาพการทำ� งานและค่าตอบแทนของคนขับแท็กซี่ ทั้งนี้ ถึงแม้ข้อวิจารณ์ในเรื่องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและการครอบง�ำ ตลาดจะมีน�้ำหนักค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นไปได้ว่า อูเบอร์อาจพบกับการแข่งขัน ที่รุนแรงจากธุรกิจคู่แข่งบนแพลตฟอร์มที่สามารถลอกเลียนเทคโนโลยี เพราะ ต้นทุนการเปลี่ยนไปใช้บริการผู้ให้บริการอื่นค่อนข้างต่�ำ 28 2) คนขับรถอูเบอร์ ผู้ประกอบการอิสระหรือคนงาน โรเซนบลาทและสตาร์ค(Rosenblat and Stark 2015) นิยามคนขับอูเบอร์ ว่าเป็น“แรงงานอัลกอริทึ่ม(algorithmic labor)” เพราะกระบวนการทำ� งานของ คนขับรถถูกควบคุมจากอัลกอริทึ่ม(algorithm) ในระบบปฏิบัติการ ที่เป็นเครื่องมือ ส�ำคัญในการก�ำหนดความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจระหว่างบริษัทและคนขับ อูเบอร์จึง มีอ�ำนาจเต็มที่ในการควบคุมวิธีการท�ำงานของคนขับโดยผ่านระบบปฏิบัติการ ดังกล่าว นอกจากนั้นแล้ว อูเบอร์ยังสามารถใช้กลยุทธ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มอ�ำนาจการ ควบคุมต่อคนขับรถ เช่น ใช้การตลาดและภาษาที่สื่อให้เข้าใจว่าคนท�ำงานเป็น ผู้ประกอบการที่มีเสรีภาพในการท�ำงาน เช่นสามารถเลือกชั่วโมงการท�ำงานของ ตนเอง เป็นต้น ในความเป็นจริง ในฐานะเจ้าของแพลตฟอร์ม อูเบอร์สามารถ ใช้อ�ำนาจตลาดในหลีกเลี่ยงและลดการก�ำกับดูแลลง(de Groen and Maselli 2016) ดังจะเห็นได้จากการที่ในปัจจุบัน คนทำ� งานเป็นฝ่ายเดียวที่แบกรับความเสี่ยง จากการไม่มีงานบนแพลตฟอร์ม ข้อสังเกตประการสำ� คัญ นายแม็ทธิว เทย์เลอร์(Matthew Taylor) ผู้ได้รับ มอบหมายจากนายกฯ อังกฤษให้ท�ำรายงานเกี่ยวกับข้อนโยบายในการก�ำกับดูแล เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม กล่าวว่าแรงงานแพลตฟอร์มมีสิทธิแรงงานต่างๆ อยู่แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าในข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิแรงงาน มักจะเริ่มต้นจากสมมุติฐาน ว่าแรงงานเหล่านี้ไม่มีสิทธิใดๆ เลย อย่างไรก็ดี การตีความสถานะของคนขับรถอูเบอร์นั้น แตกต่างกันไปตาม บริบทของกฎหมายและความเข้มแข็งของขบวนการแรงงานในแต่ละประเทศ อาทิ ในสหรัฐฯ กรณีของคนขับอูเบอร์เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ตัวอย่างที่เด่นชัด ที่ชี้ชัดว่า คนงานแพลตฟอร์มมีสถานะผู้ประกอบการอิสระ(contractor) ขณะที่ในสัญญาของอูเบอร์ในอังกฤษ กลับก�ำหนดให้คนขับอูเบอร์เป็น “ผู้บริโภค” หรือผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่าในยุโรปเอง เมื่อมีการฟ้อง้รองจากฝ่ายของคนงาน มีแนวโน้มที่ศาลจะตัดสินชี้ไปในทางสนับสนุน ข้อโต้แย้งของฝ่ายคนขับรถอูเบอร์ อาทิ • ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2016(พ.ศ. 2559) ศาลแรงงานชั้นต้นประจ�ำ ลอนดอน(London Employment Tribunal) ในอังกฤษ ชี้ให้คนขับอูเบอร์มีสถานะ 29 เป็นพนักงานของอูเบอร์ จึงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามกฎหมายเช่น ค่าแรงขั้นต่�ำ เงินบำ� นาญและเงินชดเชยวันหยุดประจ�ำปี ต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) ปรากฏว่าศาลในชั้นอุทธรณ์ ยังคงยืนยันให้คนขับอูเบอร์มีสถานะเป็น พนักงานของบริษัท • ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2017(พ.ศ. 2560) ศาลสหภาพยุโรป (European Court of Justice) วินิจฉัยให้อูเบอร์เป็นบริษัทผู้ด�ำเนินการด้าน การขนส่ง จำ� เป็นต้องทำ� ตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการขออนุญาต(http://www.bbc. com/news/technology-39882766) • ในสหรัฐฯ คณะกรรมาธิการด้านพาณิชย์(Federal Trade Commission) สั่งปรับอูเบอร์ในเรื่องการโฆษณาเกินจริงในเรื่องรายได้ของผู้ขับ ที่อูเบอร์โฆษณา เกินจริงให้ผู้ขับรถเช่ารถผ่านระบบ“ต้นทุนตำ่�” ที่ในความเป็นจริง ไม่ได้มีต้นทุนตำ่� ตามที่ประกาศไว้ 3) การต่อสู้ของคนงานกลุ่มต่างๆ มีความพยายามจากฝั่งของคนขับรถอูเบอร์ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯในการใช้ กระบวนการศาลเพื่อกำ� หนดสถานะแรงงานให้กับตนเองอาทิในกรกฎาคมค.ศ.2017 (พ.ศ. 2560) ศาลรัฐบาลกลางในรัฐนอร์ธ แคโรไลนา(North Carolina) ของสหรัฐฯ ได้ตัดสินเบื้องต้นรับการฟ้อง้รองคดีต่อบริษัทอูเบอร์ ในนามของกลุ่มคนขับรถ โดยผ่านตัวแทน(class action lawsuit) ซึ่งมีผลให้คนขับรถอูเบอร์ทั่วประเทศ สามารถเข้าร่วมสนับสนุนการดำ� เนินคดีกับอูเบอร์เพื่อคัดค้านการก�ำหนดสถานะ ดังกล่าว ภายใต้กฎหมาย Fair Labor Standards Act อีกกรณี คือ การรวมตัวของคนขับรถอูเบอร์ในเมืองนิวยอร์กผ่านตัวแทน ของกลุ่มเครือข่ายคนงานแท็กซี่นิวยอร์ก(New York Taxi Workers Alliance) เพื่อเรียก้รองให้อูเบอร์จ่ายค่าแรงขั้นต่�ำ สวัสดิการและค่าชดเชยย้อนหลังให้กับ คนขับรถของอูเบอร์ ทั้งนี้ มีกรณีของการฟ้อง้รองจากคนขับรถอูเบอร์ที่ยังค้างอยู่ ในศาลทั่วสหรัฐ อย่างน้อย 8 กรณีใน 7 รัฐ ไม่นับรวม 4 กรณีที่ศาลไม่รับฟ้องคดี ในนามของกลุ่ม แต่โอนไปเป็นการไกล่เกลี่ยระหว่างคนขับอูเบอร์เป็นรายบุคคล กับบริษัท 30 4) การตีความสถานะ“แรงงาน” โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่ นักวิชาการอเมริกันที่สนับสนุนการก�ำกับดูแลแพลตฟอร์มเพื่อคุ้มครอง สิทธิแรงงานได้สนับสนุนการตีความกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงาน บนแพลตฟอร์ม(ดู Scholz 2017 บทที่ 5 และ Rogers 2015) ว่า มีกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงานหลายฉบับ ได้แก่ (1) กฎหมายมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม(Fair Labor Standards Act, FLSA) ก�ำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่�ำและค่าตอบแทนสำ� หรับ การท�ำงานล่วงเวลาให้กับลูกจ้าง ดังนั้น ในกรณีของอูเบอร์ หากคนขับ อูเบอร์มีสถานะลูกจ้าง บริษัทอูเบอร์มีภาระหน้าที่ต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่�ำ และค่าตอบแทนล่วงเวลาให้กับคนขับรถทุกคน (2) กฎหมายแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ(National Labor Relations Act) ได้รับรองสิทธิในการรวมตัวต่อรองของคนงานในรูปของสหภาพแรงงาน นอกจากนี้ ลูกจ้างในสหรัฐฯ ยังได้รับความคุ้มครองในเรื่องของการเลือก ปฏิบัติบนพื้นฐานเรื่องเพศ ผิวสี ความพิการ ฯลฯ และการคุ้มครองอื่นๆ เช่น จากการล่วงละเมิดทางเพศ ภายใต้กฎหมายสิทธิพลเมือง(Civil Rights Act 1964) และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน (Discrimination in Employment Act) ในบริบทของกฎหมายแรงงานสหรัฐฯ โดยปกติ นายจ้างมีอ�ำนาจควบคุม กระบวนการท�ำงานของพนักงานหรือลูกจ้าง ขณะที่ผู้ทำ� สัญญาจ้างอิสระ(independent contractor) จะไม่ถูกควบคุมกระบวนการท�ำงาน แต่ถูกควบคุมผ่าน ผลลัพธ์ของงานที่ต้องส่งมอบให้ครบถ้วน มีคุณสมบัติที่ตรงตามสัญญาจ้าง ดังนั้น ศาลจึงใช้หลักเกณฑ์เรื่อง“การควบคุม” ในการตัดสินว่าคนงานดิจิทัล เป็นลูกจ้าง หรือพนักงานของบริษัทแพลตฟอร์มหรือไม่ กล่าวอีกนัยก็คือ สามารถชี้ได้ว่าเกิด ความสัมพันธ์ของการจ้างงานขึ้น เมื่อความสัมพันธ์ผ่านการทดสอบ 4 ประการ ดังนี้ 31 (1) การทดสอบอย่างง่าย ในกรณีที่นายจ้างมีการจัดหาเครื่องมือและ อุปกรณ์ในการท�ำงานให้ (2) นายจ้างมีความสามารถในการควบคุมกระบวนการของงาน (3) นายจ้างจัดหาสถานที่ท�ำงานให้ (4) คนงานท�ำงานให้กับนายจ้างเพียงรายเดียว จึงมีความสัมพันธ์แบบ พึ่งพิงกับนายจ้างหรือบริษัทดังกล่าว บริชเชน โรเจอร์ส(Brishen Rogers) ยังโต้แย้งอีกว่า ความไม่สามารถชี้ชัด ไปได้ว่าคนขับรถอูเบอร์เป็นพนักงานของบริษัทหรือทำ� งานตามสัญญาจ้างอิสระนั้น เกิดจากธรรมชาติของการท�ำงานที่เปลี่ยนไป กล่าวคือ ความไม่สมบูรณ์ของ องค์ประกอบทั้งสี่เกิดจากขาดหลักเกณฑ์ในการตัดสินเรื่องความสัมพันธ์ของการ จ้างงาน โดยเฉพาะบนหลักของการควบคุม(control) ของนายจ้างตามกฎหมาย ทั้งนี้ เขาโต้แย้งว่าหลักเกณฑ์เรื่องการควบคุมและการพึ่งพิงนั้นอาจไม่ได้มีความ สำ� คัญในตัวของมันเอง การยึดถือหลักในการทดสอบ 4ประการดังกล่าวที่ผู้พิพากษา ในคดีต่างๆ มีการตีความที่แตกต่างกันออกไป ทำ� ให้เกิดปัญหาเรื่องความไม่คงเส้นคงวาในการตัดสินสภาพการจ้างงานและสถานะของคนงาน ดังนั้นเขาจึงเสนอว่า ในที่สุดแล้ว ศาลควรกลับไปยึดถือหลักเกณฑ์พื้นฐานที่สุดในเรื่องของศักดิ์ศรีของ คนทำ� งาน, การป้องกันการกระจุกตัวของความมั่งคั่งและทรัพย์สิน และการป้องกัน การครอบงำ�(domination) ทั้งนี้ โรเจอร์สมองว่าชุดของหลักการหรือคุณค่าเหล่านี้ ถือเป็นเหตุผลที่ดีในการกำ� หนดให้บริษัทอย่างอูเบอร์ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่พื้นฐาน ของนายจ้าง นั่นคือ จ่ายค่าแรงขั้นต่�ำและค่าตอบแทนหรือค่าชดเชยที่กฎหมาย ก�ำหนด(Rogers 2015) ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอของเทรเบอร์โชลซ์(TreborScholz) ว่าในระยะสั้น รัฐควรจัดให้มีการคุ้มครองสำ� หรับคนงานทุกประเภท โดยไม่คำ� นึงถึง เงื่อนไขเชิงสถาบันในการท�ำงาน อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่าคนงานคราวด์ซอร์สซิ่งบางส่วนเองอาจต่อต้านการก�ำกับดูแลแพลตฟอร์ม เพราะไม่ต้องการให้ พื้นที่เหล่านี้ถูกปิด(Scholz 2017) 32 2. กรอบแนวคิดและระเบียบวิธีวิจัย 2.1 กรอบแนวคิดในการศึกษา ในรายงานฉบับนี้ นักวิจัยของ JELI ได้ท�ำการศึกษาผลกระทบที่มีต่อ ตลาดแรงงานของธุรกิจในภาคบริการที่ใช้แพลตฟอร์มในการจับคู่ระหว่างผู้เสนอ บริการและผู้ต้องการใช้บริการในประเทศไทย 3 กลุ่ม ได้แก่ การขนส่งท�ำการศึกษา แพลตฟอร์มอูเบอร์(UBER) การให้บริการที่พักอาศัยท�ำการศึกษาแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบี(Airbnb) และการให้บริการท�ำความสะอาดศึกษาแพลตฟอร์มบีนีท (BeNeat) จากการศึกษาพบว่าผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการมีช่องทางในการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างกันบนแต่ละแพลตฟอร์ม 2 ช่องทางด้วยกันคือ แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ค�ำจ�ำกัดความที่ใช้ในรายงานฉบับนี้จึงให้ค�ำจ�ำกัดความที่แตกต่างกัน โดยค�ำว่า “บริษัท” เช่น บริษัทอูเบอร์ หรือ บริษัทแอร์บีเอ็นบี ใช้เพื่อหมายถึงผู้เป็นเจ้าของ แพลตฟอร์ม และคำ� ว่า“แพลตฟอร์ม” หมายรวมถึงช่องทางในการเชื่อมผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการทั้งสองช่องทางอันประกอบด้วยแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ กล่าวคือ บริษัทอูเบอร์ เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอูเบอร์ บนแพลตฟอร์มอูเบอร์ มีช่องทางใน การเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการหรือผู้ขับอูเบอร์ 2 ช่องทางคือผ่าน แอปพลิเคชันอูเบอร์และเว็บไซต์อูเบอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ ต้องการสำ� รวจภาพรวมของการท�ำงานผ่าน แพลตฟอร์มในประเด็นที่มีส่วนได้ส่วนเสียในประเด็นแรงงานทั่วโลกต้องการจะ 34 ผลักดัน นั่นคือ งานที่มีคุณค่า(Decent Work) ว่าเทคโนโลยีแพลตฟอร์มถูกนำ� มาใช้ เพื่อเอื้อให้การทำ� งานมีความเป็น งานที่มีคุณค่า ตามคำ� จำ� กัดความ งานที่มีคุณค่า มากน้อยเพียงใด ส�ำหรับ งานที่มีคุณค่า องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ(International Labor Organization – ILO) เป็นผู้ริเริ่มแนวความคิดนี้โดยเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ของ ILO เมื่อปี พ.ศ. 2547 งานที่มีคุณค่าหมายถึงงานที่ตอบสนองความต้องการ เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ได้ ซึ่งจ�ำแนกตัวชี้วัดออกเป็นประเด็นต่างๆ ได้ 10 ประเด็น ได้แก่ 7 • การมีโอกาสในการได้รับการจ้างงาน(employment opportunities) • การมีรายได้ที่เพียงพอและงานที่มีผลิตผล(adequate earnings and productive work) • การมีเวลาท�ำงานที่เหมาะสม(decent working time) • การมีความสามารถในจัดการผสมผสานระหว่าง งาน ครอบครัว และ ชีวิตส่วนตัวอย่างพอเหมาะ(combining work, family and personal life) • งานที่สมควรถูกยกเลิก(work that should be abolished) • การมีความมั่นคงในการท�ำงาน(stability and security of work) • การมีโอกาสที่เท่าเทียมและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในการ จ้างงาน(equal opportunity and treatment in employment) • การท�ำงานในสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย(safe work environment) • การมีหลักประกันทางสังคม(social security) • การมีความสามารถในการเจรจาต่อรองทางสังคมโดยตัวแทนของ คนท�ำงานและนายจ้าง(social dialogue, employers’ and workers’ representation) โดยในปี พ.ศ. 2555 ILO ได้เพิ่มคำ� จำ� กัดความของงานที่มีคุณค่าเพิ่มเติม จากเดิมอีก 1 ข้อ คือ ___________________________ 7 ดู http://www.ilo.org/integration/themes/mdw/WCMS_189392/lang--en/index.htm 35 • บริบททางเศรษฐกิจและสังคมของงานที่มีคุณค่า(economic and social context for decent work) ฮีคส์(Heeks 2017) ได้ท�ำการศึกษาค�ำจ�ำความของงานที่มีคุณค่าทั้ง 11 ประเด็น และพิจารณาความสัมพันธ์ของบริบทการจ้างงาน การจ้างงาน และ สภาพการทำ� งาน ผ่านกรอบคำ� จ�ำกัดความของงานที่มีคุณค่า 11 ประเด็นดังกล่าว จากนั้นได้ใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับบริบทงานที่ทำ� ผ่านแพลตฟอร์ม ประเภทงานดิจิทัลที่สัมพันธ์กับสถานที่เชิงกายภาพ(gig work) และได้เสนอ แผนภูมิที่ทำ� ให้ง่ายต่อการทำ� ความเข้าใจ และเป็นกรอบในการพิจารณาความเป็น งานที่มีคุณค่าของการท�ำงานผ่านแพลตฟอร์มประเภทงานดิจิทัลที่สัมพันธ์กับ สถานที่เชิงกายภาพ(gig work)ได้ดังนี้ • บริบทของการจ้างงาน - การปกป้องทางสังคม - เสรีภาพในการพบปะแลกเปลี่ยน - การมีความสามารถในการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง - การจัดการแพลตฟอร์ม - ความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม - กฎหมายและสิทธิต่างๆ • การจ้างงาน - การมีโอกาสในการได้รับการจ้างงาน - การมีโอกาสได้รับความก้าวหน้าในสายงาน - การมีความสามารถในจัดการผสมผสานระหว่าง งาน ครอบครัว และ ชีวิตส่วนตัวอย่างพอเหมาะ - การมีความมั่นคงในการท�ำงาน - การมีโอกาสที่เท่าเทียมและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในการ จ้างงาน 36 - สถานการณ์จ้างงาน - การเลือกปฏิบัติ - การได้รับการเคารพในความเป็นส่วนตัวและกลไกการจัดการความ ขัดแย้ง • สภาพการทำ� งาน - การมีรายได้ที่เพียงพอและงานที่มีผลิตผล - การมีเวลาท�ำงานที่เหมาะสม - ขั้นตอนในการท�ำงาน - การท�ำงานในสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย 37 ค�ำจ�ำกัดความ“งานที่มีคุณค่า” เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ ของบริบทการจ้างงาน การจ้างงาน และสภาพการท�ำงาน(Heeks 2017) 38 กรอบในการพิจารณางานที่มีคุณค่าในกรณีที่เป็นการท�ำงานดิจิทัล ที่การท�ำงานขึ้นอยู่กับสถานที่เชิงกายภาพ(Heeks 2017) ในการวิเคราะห์ในเรื่องการเป็นงานที่มีคุณค่าของงานบนแพลตฟอร์ม ที่เป็นกรณีศึกษาในรายงานฉบับนี้จะใช้กรอบการทำ� งานของฮีคส์เป็นกรอบในการ วิเคราะห์ 2.2 ระเบียบวิธีวิจัย ในรายงานฉบับนี้ผู้วิจัยได้ท�ำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในภาคบริการ 3 กลุ่มธุรกิจ ดังที่ได้กล่าวถึงในส่วนก่อนหน้า ส�ำหรับการศึกษา แพลตฟอร์มอูเบอร์ผู้วิจัยเน้นสัมภาษณ์ผู้ขับในจังหวัดเชียงใหม่ จ�ำนวน 48 ราย เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ให้บริการไม่ใหญ่เท่ากรุงเทพฯ และมีรูปแบบที่เอื้อ ต่อการศึกษาในกรอบระยะเวลาที่ก�ำหนด ทั้งยังมีความน่าสนใจในแง่ของการเป็น เมืองท่องเที่ยว แต่มีข้อจ�ำกัดเรื่องบริการขนส่งสาธารณะ นอกจากนี้ การศึกษาใน พื้นที่เชียงใหม่เอื้อให้ผู้วิจัยเชื่อมโยงผลกระทบกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ในภาค บริการท่องเที่ยวเช่น มัคคุเทศก์และธุรกิจนำ� เที่ยว รวมถึงผลกระทบกับอุตสาหกรรม 39 การท่องเที่ยวโดยภาพรวมอันเป็นรายได้ส�ำคัญของจังหวัด สำ� หรับการศึกษาแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี ผู้วิจัยได้ทำ� การเก็บข้อมูลโดย การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้เช่าห้องพักรายวันผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีในกรุงเทพมหานคร 21 ราย และจังหวัดเชียงใหม่ 20 ราย รวมทั้งสิ้น 41 ราย มีการจัดกลุ่ม สัมภาษณ์เชิงลึก 2 ครั้ง คือ ในกรุงเทพฯ 1 ครั้งและจังหวัดเชียงใหม่ อีก 1 ครั้ง และการประเมินความคิดเห็นจากชุมชนของผู้ให้บริการแอร์บีเอ็นบี โดยผู้วิจัย ได้ตั้งค�ำถามในกลุ่มโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งเป็นกลุ่มปิด ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้ให้เช่าห้องพักผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี โดยผู้วิจัย ได้รับอนุญาตจากผู้ก่อตั้งกลุ่มให้เข้าเป็นสมาชิกเพื่อสังเกตการณ์ การศึกษาแพลตฟอร์มบีนีท ผู้วิจัยได้ท�ำการสัมภาษณ์ผู้เป็นเจ้าของ แพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการ 5 ราย และผู้ใช้บริการ 5 ราย โดยเปรียบเทียบกับงานศึกษา แพลตฟอร์มลักษณะเดียวกันที่มีผู้ท�ำการศึกษาในประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ยังได้สัมภาษณ์นักวิจัย นักวิชาการ เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนา เอกชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น 5 รายประกอบการวิจัยอีกด้วย เพื่อเป็นการปกป้องความเป็นส่วนตัว ผู้วิจัยจึงปกปิดตัวตนของผู้ให้ข้อมูล ทั้งหมด รายชื่อของผู้ให้ข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในงานศึกษาฉบับนี้จึงเป็นรายชื่อสมมติ 40 3. กรณีศึกษาในประเทศไทย 3.1 กรณีศึกษาท่ี 1 การขนส่ง – แพลตฟอร์มอูเบอร์(UBER) แพลตฟอร์มอูเบอร์เริ่มให้บริการในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 โดยให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนจะขยายตัวไปตามพื้นที่ และจังหวัดที่มีความต้องการบริการขนส่งสูง เช่น เชียงใหม่ ชลบุรีในเขตพัทยา ฯลฯ อูเบอร์ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากบริบทและภาพรวมของการขนส่งในเขต เมืองที่มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการขนส่งและปัญหาด้านบริการของผู้ขับแท็กซี่ เช่นปฏิเสธที่จะไปส่งผู้โดยสารยังสถานที่ที่ผู้โดยสารต้องการจะเดินทางไปมีพฤติกรรม ไม่สุภาพ ไม่ใช้มิเตอร์ในการคิดค่าโดยสาร เป็นต้น ซึ่งส้รางความไม่พอใจให้แก่ ผู้ใช้บริการเป็นจำ� นวนมาก ช่องว่างที่ผู้ขับแท็กซี่เดิมไม่สามารถสนองความต้องการ ของผู้ใช้บริการได้ ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจแก่อูเบอร์ ในพื้นที่อื่นที่อูเบอร์เปิดให้บริการ เช่น พัทยา และจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ ท่องเที่ยวที่มีปัญหาเชิงโครงส้รางของบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากท้องถิ่นไม่มี การจัดบริการขนส่งสาธารณะที่เพียงพอและเป็นระบบ ผู้ใช้บริการขนส่งเอกชน ที่เป็นนักท่องเที่ยวจึงประสบกับปัญหาทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของบริการ เช่น จำ� นวนผู้ให้บริการไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ ค่าโดยสารที่สูง ตลอดจนพฤติกรรม ของผู้ขับที่ไม่เรียบ้รอย ขับรถด้วยความเร็วและหวาดเสียว เป็นต้น ด้วยสาเหตุดังกล่าว แพลตฟอร์มเพื่อบริการขนส่งอย่างอูเบอร์จึงได้รับ ความนิยมอย่างสูงตั้งแต่เปิดให้บริการ และมีอุปสงค์ต่อบริการมีปริมาณสูงกว่า 42 อุปทานของผู้ให้บริการ ขณะที่จ�ำนวนผู้ขับก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแรกเปิดให้ บริการในปี พ.ศ. 2557 เวลาเฉลี่ยในการรอรถของผู้โดยสารที่ใช้บริการอูเบอร์ นับจากเวลาที่เรียกรถจนถึงการได้ขึ้นรถอยู่ที่ 10.69 นาที และเวลาเฉลี่ยที่ใช้ใน การรอรถนี้ลดลง เหลือ 6.68 นาที และ 5.65 นาที ในปี พ.ศ. 2558 และ พ.ศ. 2559 ตามล�ำดับ แสดงให้เห็นว่ามีอุปทานหรือผู้เข้าร่วมขับอูเบอร์เป็นจ�ำนวนมากขึ้น ตามล�ำดับ 8 ตามการนิยามของ Florian A. Schmidt ในรายงานของมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท(FES) แพลตฟอร์มอูเบอร์จัดเป็นงานดิจิทัลที่สัมพันธ์กับพื้นที่เชิงกายภาพ (gig work) เนื่องจากเป็นงานที่การท�ำงานขึ้นอยู่กับสถานที่เชิงกายภาพโดยอาศัย แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการจับคู่ความต้องการระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้ บริการ 3.1.1 ข้อถกเถียงในการให้บริการของอูเบอร์ในประเทศไทย เช่นเดียวกับในหลายประเทศที่อูเบอร์ให้บริการ การให้บริการของอูเบอร์ ในประเทศไทยได้ก่อให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง แต่ขณะที่ข้อถกเถียงในสหรัฐอเมริกาและยุโรปครอบคลุมหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการก�ำกับ ดูแลบริการขนส่งในเมือง ผลกระทบทางสังคมเช่นความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ มิติเศรษฐกิจเช่น การจ้างงานและสิทธิแรงงาน รวมทั้งข้อกฎหมายในเรื่องรูปแบบ ของการจ้างงาน ของความสัมพันธ์ของการจ้างงาน สถานะนายจ้าง/ลูกจ้าง สุขภาวะ ในการท�ำงาน ในสหรัฐอเมริกา ความขัดแย้งในประเด็นสิทธิแรงงานระหว่างคนขับอูเบอร์ และบริษัทอูเบอร์น�ำไปสู่การฟ้อง้รองในศาล จนถึงปี พ.ศ. 2559 บริษัทอูเบอร์ถูก ฟ้อง้รองมากกว่า 70 คดี ในระบบศาลรัฐบาลกลาง 9 (Federal Court) ไม่นับรวม คดีในระดับรัฐ(State Court) และคดีความส่วนมากเป็นกรณีการตีความเรื่องความ ___________________________ 8 ดู https://www.blognone.com/node/81029 9 http://www.mercurynews.com/2016/07/04/uber-battling-more-than-70-lawsuits-infederal-courts/ 43 สัมพันธ์ของการจ้างงานและสถานะนายจ้าง/ลูกจ้าง(Lowe 2017) ซึ่งประเด็น ส�ำคัญคือ การตีความว่าผู้ขับอูเบอร์ถือเป็นลูกจ้างของอูเบอร์หรือไม่ หากว่าใช่ จะมีผลผูกพันให้บริษัทต้องปฏิบัติต่อคนขับอย่างลูกจ้าง และคนขับอูเบอร์มีสิทธิ ในสวัสดิการและสวัสดิภาพตามที่กฎหมายคุ้มครอง แต่หากมีการตีความว่าผู้ขับ ถือเป็นผู้รับเหมาอิสระ(independent contractor) บริษัทอูเบอร์ย่อมปราศจาก ความรับผิดชอบตามกฎหมายในเรื่องการเคารพกฎหมายแรงงานและรับรองสิทธิ แรงงานของคนขับรถ งานศึกษาจ�ำนวนมากในระยะหลัง โดยเฉพาะนักวิชาการด้านกฎหมาย จึงมุ่งศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างอูเบอร์และผู้ขับอูเบอร์เพื่อที่จะตอบค�ำถาม ดังกล่าว เช่น งานของเอลเลียต(Elliott 2016) งานของ เบลส์และวู(Bales& Woo 2017) ซึ่งได้ข้อสรุปว่า กรณีของสหรัฐอเมริกาไม่สามารถส้รางกรอบที่ครอบคลุม ทุกรัฐเพื่อหาข้อสรุปที่แน่นอนได้ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป ขณะที่ข้อถกเถียงในประเทศไทยยังคงจ�ำกัดอยู่ในวงแคบเฉพาะในเรื่อง ของการตีความทางกฎหมายและการก�ำกับดูแลโดยรัฐ ว่าการให้บริการของแพลตฟอร์มอูเบอร์เป็นการท�ำผิดกฎหมายขนส่งหรือไม่ ยังไม่มีการถกเถียงในตัวบท กฎหมายในแง่ความสัมพันธ์ของการจ้างงานสถานะนายจ้าง/ลูกจ้างซึ่งอาจเป็นเพราะ ในบริบทของประเทศไทย ในทางกฎหมาย อาชีพขับรถแท็กซี่ถือเป็นผู้ประกอบ อาชีพอิสระ ส่วนมากผู้ขับจะเช่ารถขับ เช่าซื้อ หรือเป็นเจ้าของรถ จะมีเพียงบางกรณี ซึ่งเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่คนขับถือเป็นลูกจ้างของบริษัทที่ให้บริการแท็กซี่ กรณีนี้ บริษัทจะเป็นเจ้าของรถแท็กซี่และจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ขับ งานศึกษาของไวแมน(Wyman 2017) เสนอว่า ก่อนการมาของแพลตฟอร์มอูเบอร์ กฎระเบียบต่างๆ ที่ก�ำกับดูแลบริการขนส่งสาธารณะ จะมุ่งเน้น เรื่องของความปลอดภัย สุขอนามัยและการก�ำหนดค่าโดยสาร และมักจะมีการ จ�ำกัดจ�ำนวนไม่ให้มีมากจนเกินไป กฎระเบียบต่างๆ ถูกบังคับใช้มาเป็นเวลานาน โดยไม่มีการปรับเปลี่ยน ขณะที่ผู้โดยสารเป็นฝ่ายที่ต้องอดทนใช้บริการ ฝ่ายผู้ขับ ผู้ได้รับสิทธิในการขับ หรือผู้ถือใบอนุญาตมักจะเป็นผู้ได้เปรียบและได้ผลประโยชน์ มากกว่า การมาถึงของแพลตฟอร์มอูเบอร์ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทาง ตรงข้าม คือฝ่ายผู้โดยสารซึ่งมีทางเลือกมากขึ้นมีอ�ำนาจต่อรองสูงขึ้น ท�ำให้เกิด 44 การเคลื่อนไหวจากฝ่ายผู้ขับที่จะเรียก้รองให้ผู้รักษากฎบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายเจ้าของแพลตฟอร์มและผู้โดยสารซึ่งมีอ�ำนาจต่อรองมากขึ้น จะเรียก้รองให้ภาครัฐท�ำการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อที่จะท�ำให้บริการขนส่งของ แพลตฟอร์มเช่นอูเบอร์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไป ในมุมของผู้มีหน้าที่ก�ำกับ ดูแล จึงมีแนวทางปฏิบัติ 2 แนวทาง คือ การไม่อนุญาตให้อูเบอร์ด�ำเนินกิจการ หรือยินยอมให้อูเบอร์ด�ำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในแนวทางหลังนั้น สามารถท�ำได้ 2 รูปแบบ คือ โดยการส้รางระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายขึ้นใหม่ เพื่อรวมเอาคนขับบนแพลตฟอร์มอูเบอร์รวมเข้าไว้ในกฎหมายด้วย เช่นในรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐอาร์คันซอ(Sanders and Pattison 2016) หรืออีกรูปแบบคือ การปรับปรุงกฎหมายเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว โดยลดข้อจ�ำกัดบางประการเพื่อเอื้อให้ แพลตฟอร์มอูเบอร์ถูกกฎหมาย เช่นในรัฐนิวยอร์ก สอดคล้องกับข้อค้นพบของไวแมน(Wyman)การให้บริการขนส่งสาธารณะ ในประเทศไทยมีกฎหมายกำ� กับดูแล เพื่อเหตุผลในเรื่องความปลอดภัยและควบคุม ค่าโดยสารเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารเป็นเหตุผลหลัก อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ที่ผ่านมาคนขับแท็กซี่และผู้ให้บริการจะมีอ�ำนาจต่อรองสูงกว่าผู้โดยสาร ที่ต้อง อดทนใช้บริการโดยมีทางเลือกไม่มากนัก ท่าทีของภาครัฐต่อการด�ำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มขนส่งของอูเบอร์ สำ� หรับการเปิดให้บริการของแพลตฟอร์มอูเบอร์ ในมุมของภาครัฐ อธิบดี กรมการขนส่งทางบก 10 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงในหลายวาระว่าการ ให้บริการขนส่งในลักษณะแท็กซี่โดยผ่านแอปพลิเคชันไม่ถือเป็นการทำ� ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากรถและผู้ขับรถไม่ใช่คนขับแท็กซี่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการท�ำความผิด ท่าทีของเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวที่มุ่งเน้นตีความกฎหมายอย่างแคบ กับตัวผู้ให้บริการขนส่งหรือผู้ขับรถของอูเบอร์ แทนที่จะปรับเปลี่ยนกฎหมายให้ทัน กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและรูปแบบการท�ำงานใหม่นั้น สะท้อนให้ ___________________________ 10 ดูข่าวกรมการขนส่งทางบกข่าวที่ 35 วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 และ ข่าวที่ 129 วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560 45 เห็นว่าภาคนโยบายและผู้บังคับใช้กฎหมายยังคงไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับ การเปลี่ยนแปลง และไม่เข้าใจถึงนัยยะของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การตีความกฎหมายเอาผิดเฉพาะกับผู้ขับอูเบอร์บนสมมุติฐานของรูปแบบ ธุรกิจบริการแท็กซี่แบบดั้งเดิมยังมีผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย กับผู้ที่เป็นแรงงาน แทนที่จะเป็นเจ้าของหรือผู้ดำ� เนินกิจการ ซึ่งในกรณีนี้เป็นบรรษัท ข้ามชาติ ตามการตีความดังกล่าว ถือว่า ตัวผู้ขับอูเบอร์ฝ่าฝืนกฎหมายในหลาย มาตรา อาทิ ตามกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งก�ำหนดให้รถยนต์ขนาด ไม่เกิน 7 ที่นั่ง รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร นอกจากรถยนต์โดยสารประจำ� ทาง ถือเป็น รถยนต์สาธารณะ ดังนั้นเมื่อผู้ขับอูเบอร์น�ำรถมารับจ้างบรรทุกคนโดยสารก็จะต้อง ถือว่าเป็นรถยนต์สาธารณะตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 และเมื่อถือเป็นรถยนต์ สาธารณะก็ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2550(ในพื้นที่อื่นที่อูเบอร์ ให้บริการก็จะใช้กฎหมายฉบับอื่น แต่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน) ซึ่งได้กำ� หนดลักษณะ ขนาดของรถยนต์ที่จะจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ เครื่องอุปกรณ์สำ� หรับรถ เครื่อง สื่อสาร แผ่นป้ายทะเบียนรถ เครื่องหมายประเภทรถ และเครื่องหมายอื่น รวมทั้ง วิธีแสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมายสี คนขับจะต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่ประเภท สาธารณะตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาต การออกใบอนุญาตประกอบการ รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร และการรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างในเขตกรุงเทพมหานครนอกจากนี้ในขณะขับรถรับจ้างคนขับรถยนต์สาธารณะต้องติดเครื่องหมาย เช่น ชื่อตัวและสกุลของผู้ขับรถยนต์เป็นภาษาไทย ขนาดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 1.50 เซนติเมตร ตัวอักษรต้องเป็นแบบตัวพิมพ์ อ่านได้ง่าย โดยเย็บติดหรือปักไว้ ที่อกเสื้อด้านซ้าย สีของตัวอักษรให้ตัดกับสีเสื้อ เป็นต้น ในส่วนของตัวเจ้าของแพลตฟอร์ม คือ บริษัทอูเบอร์ มีข้อถกเถียงที่ต้อง ตีความตามกฎหมาย ว่าเป็นการให้“บริการขนส่งไม่ประจ�ำทาง” หรือไม่ โดยปกติ แล้วผู้ให้บริการแท็กซี่ ตามกฎหมาย พ.ร.บ. ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4(8) ถือเป็น“การรับจัดการขนส่ง” ซึ่งหมายถึง การรับจ้างรวบรวมคน สัตว์หรือสิ่งของ และจัดให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ท�ำการขนส่งจาก 46 ที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งในความรับผิดชอบของผู้รับจัดการขนส่ง ผู้ให้บริการ แท็กซี่ ถือเป็นผู้ให้“บริการขนส่งไม่ประจ�ำทาง” ชนิดหนึ่ง และโดยความในมาตรา 4(3) ระบุว่าเป็นธุรกิจที่ควบคุมโดยกฎหมาย ผู้ที่จะให้บริการต้องได้รับอนุญาตจาก นายทะเบียนกลาง ตามมาตรา 65 วรรค 1 และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือ ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ ตามมาตรา 126 ระยะเวลากว่า 3 ปี ที่แอปพลิเคชันอูเบอร์ได้เปิดให้บริการในประเทศไทย ยังไม่มีการเอาผิดกับบริษัทอูเบอร์ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม แต่มีการเอาผิดผู้ขับ อูเบอร์ไปแล้วเป็นจำ� นวนมาก ซึ่งข้อกล่าวหาที่ผู้ขับอูเบอร์ถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับกุมคือ ความผิดฐานใช้รถผิดประเภท โทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ตามที่ทางราชการก�ำหนด โทษปรับสูงสุด 1,000 บาท และไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะ โทษปรับสูงสุด 1,000 บาท สำ� หรับค่าปรับดังกล่าว ผู้วิจัยได้รับข้อมูลจากผู้ขับอูเบอร์ที่เคยถูกปรับว่า ทางผู้ให้บริการแอปพลิเคชันอูเบอร์จะจ่ายค่าปรับชดเชยกลับคืนให้ หากผู้ขับแสดง หลักฐานว่าได้เสียค่าปรับจริง ขณะที่ฝั่งผู้เสียประโยชน์จากการด�ำเนินกิจการของแพลตฟอร์มอูเบอร์ อันได้แก่ผู้มีอาชีพขับรถแท็กซี่ ก็ได้พยายามเคลื่อนไหว กดดัน ให้ผู้มีอ�ำนาจและ หน้าที่ก�ำกับดูแลได้ท�ำการเข้มงวดและบังคับใช้กฎหมาย โดยมีการรวมตัวยื่น ข้อเรียก้รองในหลายวาระ 11 ข้อโต้แย้งของกลุ่มผู้ขับแท็กซี่ทั้งกลุ่มที่เป็นผู้ขับรถ แท็กซี่มิเตอร์และกลุ่มผู้ขับรถสาธารณะอื่น เช่น รถแดง ในจังหวัดเชียงใหม่และ ผู้เสียประโยชน์รายอื่น เช่น รถสามล้อ จะอยู่บนพื้นฐานของการสูญเสียความมั่นคง ทางอาชีพและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้ขับแท็กซี่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งท�ำให้มีต้นทุนที่สูงกว่า เช่น ค่าธรรมเนียมต่างๆ การต้องน�ำรถเข้าตรวจสภาพ บ่อยครั้งกว่า ค่าโดยสารก็ถูกกำ� หนดโดยกฎหมาย ขณะที่อูเบอร์มีการเก็บค่าโดยสาร ในลักษณะที่มีความยืดหยุ่น ในชั่วโมงเร่งด่วนหรือช่วงที่มีการจราจรหนาแน่น อูเบอร์ จะค�ำนวณค่าโดยสารสูงกว่าปกติ ขณะที่แท็กซี่ท�ำเช่นนั้นไม่ได้ ___________________________ 11 ดู http://www.komchadluek.net/news/economic/266713 47 บริษัทอูเบอร์ โต้แย้งว่า แอปพลิเคชันอูเบอร์ไม่ถือเป็นการให้บริการขนส่ง ไม่ประจำ� ทาง เนื่องจากไม่ได้เป็นการรับจ้างรวบรวมคน หากแต่เป็นตัวกลางในการ อ�ำนวยความสะดวกให้ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการได้พบกันเท่านั้น การให้บริการ ของอูเบอร์ไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับระบบ การร่วมเดินทาง 12 และบริษัทได้ต่อสู้ด้วยการผลักดันให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ข้อกฎหมายด้วยการรวบรวมรายชื่อประชาชนที่เห็นด้วยกับการมีทางเลือกในการ เดินทางที่เพิ่มขึ้น และต้องการให้บริการของผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะและ รถสาธารณะเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย โดยอูเบอร์ได้ท�ำการยื่นหนังสือต่อ ประธานสภานิติบัญญัติ พ้รอมรายชื่อประชาชนผู้ให้การสนับสนุน 51,000 รายชื่อ เพื่อขอให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นตัวแทนประชาชนในการแก้ไข พระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับปัจจุบัน(พ.ศ. 2522) ให้รองรับการร่วมเดินทางผ่าน แอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 13 โดยอูเบอร์ได้ เสนอให้แก้ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ใน 3 มาตราด้วยกัน 14 สำ� หรับบริษัทอูเบอร์ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอูเบอร์ ได้จดทะเบียนเป็น นิติบุคคลโดยมีข้อมูลที่ให้ไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อตอนจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ในนาม บริษัท อูเบอร์(ประเทศไทย) จ�ำกัด มีวัตถุประสงค์ด�ำเนินกิจกรรม วิชาชีพวิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ จดทะเบียนจัดตั้งในหมวดธุรกิจ 73200 เพื่อการวิจัยตลาดและการส�ำรวจความคิดเห็นของประชาชน(ประชามติ) มีทุนจดทะเบียนแรกตั้ง 3,000,000 บาท และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียน 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2559 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 4,400,000 บาท และในปี พ.ศ. 2560 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกครั้งเป็น 8,400,000 บาท ซึ่งหากพิจารณารายละเอียด จะพบว่าวัตถุประสงค์ละประเภทธุรกิจที่บริษัทได้ท�ำการจดเบียนต่อกรมพัฒนา ธุรกิจการค้ามีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับกิจกรรมที่แท้จริงของบริษัท ___________________________ 12 ดู http://www.bltbangkok.com/News/TAXIถูกกฎUBERถูกใจทางออกของปัญหานี้จะจบ ลงเช่นไร 13 ดู https://www.dailynews.co.th/it/586248 14 ดูรายละเอียดการเสนอให้แก้ พ.ร.บ. รถยนต์ของอูเบอร์ได้ที่ https://www.uber.com/th/blog/ bangkok/regth/ 48 รายได้ของบริษัทตามที่แจ้งไว้ในงบดุลของบริษัท ในปี พ.ศ. 2557 มีรายได้ สุทธิ 7,450,152 บาท และมีรายเพิ่มขึ้นเป็น 43,275,901 บาท และ 90,596,895 บาท ในปี พ.ศ. 2558 และ พ.ศ. 2559 ตามล�ำดับ ก�ำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการ คือ 625,692 บาท ในปี พ.ศ. 2557 เพิ่มเป็น 1,498,350 บาท ในปี พ.ศ. 2558 และ 3,707,904 บาท ในปี พ.ศ. 2559 ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 3.1.2 ข้อถกเถียงเรื่องความยืดหยุ่น และโอกาสในการประกอบอาชีพ แม้จะมีงานศึกษาและงานวิจัยจ�ำนวนเกี่ยวกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอูเบอร์เป็นจ�ำนวนมากในต่างประเทศ แต่ผู้วิจัยยังไม่พบ งานที่ศึกษาเฉพาะถึงบริบทในเรื่องการส้รางความยืดหยุ่นและโอกาสในการ ประกอบอาชีพที่เพิ่มขึ้นจากการถือกำ� เนิดของแพลตฟอร์มอูเบอร์โดยตรง งานศึกษา ที่กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวจะเป็นงานที่ศึกษาเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในภาพรวม ซึ่งมี 49 ข้อค้นพบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน งานศึกษาจ�ำนวนหนึ่ง(Dettling, 2016; Codagnone& Martens 2016) เสนอข้อค้นพบว่าเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเพิ่มโอกาส ในการประกอบอาชีพให้กับสตรีที่มีครอบครัวและมีบุตรแล้ว สามารถใช้เวลาว่าง ที่มีอยู่ในการหารายได้ รายงานของสถาบัน เจ. พี. มอร์แกน เชส(JP Morgan Chase& Co.) โดยฟาร์เรลและเกร็ก(Farrell and Greig 2016) กล่าวถึงการส้ราง โอกาสในการท�ำงานที่ยืดหยุ่นของอูเบอร์ ช่วยให้คนงานที่มีรายได้ไม่แน่นอน สามารถส้รางรายได้ที่สม่�ำเสมอยิ่งขึ้น งานศึกษาของเบิร์ก(Berg 2016) พบว่า แพลตฟอร์มได้เพิ่มโอกาสในการท�ำงานให้กับผู้ที่แต่เดิมต้องดูแลเด็ก ผู้สูงวัย และ ผู้พิการ ในรายงานของสถาบันสหภาพแรงงานแห่งยุโรป European Trade Union Institute(Valenduc& Vendramin 2016) ได้กล่าวถึงงานเมื่อมีความต้องการ เสนอซื้อสินค้าหรือบริการ(on-demand หรือ on-call) ที่จับคู่ผู้ให้บริการและผู้เสนอ บริการผ่านแพลตฟอร์ม ว่าแม้จะมีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องของเวลาทำ� งาน แต่รายได้ จะไม่มีความแน่นอน สภาพการท�ำงานและสุขภาวะในการท�ำงานต่�ำ ความมั่นคง ในอาชีพตำ่� โอกาสในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้มากขึ้นมีน้อยในการจ้างงานแบบปกติ เมื่อแรงงานสะสมความช�ำนาญและความเชี่ยวชาญจากการท�ำงานไปสักระยะ เวลาหนึ่ง ย่อมมีโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้ตนเองเพิ่มมากขึ้นแม้จะใช้เวลาในการ ท�ำงานเท่าเดิม แต่การท�ำงานผ่านแพลตฟอร์มมีโอกาสน้อยที่ผู้เสนอบริการจะ ใช้ความชำ� นาญจากการทำ� งานในการเพิ่มรายได้เมื่อใช้เวลาในการทำ� งานเท่าเดิม และผู้ที่ท�ำงานในรูปแบบนี้มักถูกบีบบังคับให้ไม่สามารถคาดการณ์เวลาในการ ท�ำงานล่วงหน้าได้ ในส่วนของความยืดหยุ่นในการท�ำงาน ผู้วิจัยพบว่ามีความสอดคล้อง กับข้อมูลที่ได้จากการวิจัยโดยการสัมภาษณ์ผู้ขับอูเบอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ 48 ราย พบว่ามีผู้ใช้แพลตฟอร์อูเบอร์ในการประกอบอาชีพในฐานะเป็นช่องทางหลักในการ ส้รางรายได้ ประมาณ 42% และการส้รางรายได้เสริม 58% โดยรูปแบบของการ ขับอูเบอร์เป็นช่องทางในการหารายได้เสริมยังแยกย่อยลงไปได้อีก 2 ลักษณะ กล่าวคือเป็นรายได้เสริมที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพหลักเลย และอาชีพเสริมที่เกี่ยวข้อง หรือส่งเสริมอาชีพหลัก สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ท�ำงานแพลตฟอร์มอย่างเช่นแพลตฟอร์มอูเบอร์บางราย สามารถส้รางรายได้มากพอที่จะเปลี่ยนงานหรือออกจาก 50 งานประจ�ำที่ท�ำอยู่ เช่น ผู้ขับอูเบอร์เป็นงานหลักรายหนึ่ง เริ่มต้นด้วยการขับอูเบอร์ เป็นรายได้เสริม ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจ�ำในโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อมา ขับอูเบอร์อย่างเดียว โดยให้เหตุผลว่าสามารถเลือกเวลาท�ำงานได้ ต่างจากการ ท�ำงานโรงแรมที่ในบางครั้งจะต้องถูกก�ำหนดให้ท�ำงานในผลัดดึก ท�ำให้ผู้วิจัย ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่ารายได้จำ� นวนมากที่ผู้ขับอูเบอร์ได้รับนั้นมาจากการเติบโตของ แพลตฟอร์มอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มต้น ที่ยังไม่มีคู่แข่งทางธุรกิจ และ/หรือมาจาก การสนับสนุน(subsidy) ของบริษัทเพื่อการแข่งขันและการตลาด ที่อาจจะลดลง ในระยะยาว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น การเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มที่ส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนงานของคนงานแพลตฟอร์มในระดับท้องถิ่น อาจท�ำให้เกิดความไม่มั่นคง ในอาชีพที่สูงขึ้นในระยะยาว ความซับซ้อนของผลกระทบนี้ก็คือ มีความเป็นไปได้ ที่แรงงานในตลาดแรงงานมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพราะความไม่มั่นคงนี้อาจยังไม่ปรากฏให้เห็นในระยะสั้น 51 จากการสัมภาษณ์ของผู้วิจัยพบว่า 1. ผู้เข้าร่วมขับอูเบอร์ส่วนใหญ่ หรือประมาณ 58% ท�ำงานขับรถเป็น อาชีพเสริม โดยจ�ำนวนนี้ยังแบ่งออกสองส่วน กล่าวคือ • ประมาณ 34% มีรายได้จากการขับอูเบอร์ในฐานะที่เป็นอาชีพเสริม ที่มีส่วนส่งเสริมอาชีพหลัก เช่น ผู้ขับที่มีอาชีพหลักเป็นมัคคุเทศก์ และหารายได้เสริม จากการขับอูเบอร์เพื่อที่จะมีโอกาสในการที่จะแนะนำ� ตัวเองและนำ� ไปสู่การให้บริการ น�ำเที่ยวในภายหลัง หรือผู้ประกอบกิจการรถให้เช่า ที่น�ำรถออกมาวิ่งรับผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชันอูเบอร์ในวันที่ไม่มีลูกค้าเช่ารถเพื่อจะมีโอกาสได้พบกับนักท่องเที่ยว 52 ที่อาจจะสนใจเช่ารถขับเองในวันต่อๆ ไป • 66% ขับอูเบอร์เป็นอาชีพเสริมจากงานที่ท�ำ โดยใช้เวลาหลังเลิกจาก งานประจ�ำ เช่น งานในโรงแรม งานในส�ำนักงาน งานราชการ ฯลฯ หรือเวลาว่าง ในวันหยุดเพื่อหารายได้พิเศษ 2. ขณะที่ 42% ของผู้ขับอูเบอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ผู้วิจัยท�ำการส�ำรวจ มีรายได้จากการขับอูเบอร์เป็นรายได้หลัก ในจ�ำนวนนี้มีส่วนหนึ่ง คือ 4 ราย ที่มี ภูมิล�ำเนาอยู่ที่อื่น และตั้งใจมาจังหวัดเชียงใหม่เพื่อที่จะขับอูเบอร์โดยเฉพาะ เนื่องจากเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพจากการที่เคยเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตแล้วพบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีปัญหาเรื่องขนส่งสาธารณะ และคาดการณ์ว่า การเปิดให้บริการของแอปพลิเคชันอูเบอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับความนิยมจาก ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว ในจำ� นวนนี้มีกลุ่มที่น่าสนใจคือ ขับอูเบอร์เป็นอาชีพหลัก และก่อนหน้านี้ไม่มีอาชีพประจ�ำเนื่องจากเงื่อนไขส่วนตัว บางประการท�ำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างได้ เช่น ผู้ที่เป็นแม่บ้าน และ แม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งผู้วิจัยได้รับการบอกเล่าจากผู้ขับที่เป็นแม่บ้านว่าใช้เวลาว่างหลังจาก การท�ำงานบ้านและรับส่งลูกไปโรงเรียน หารายได้ด้วยการขับอูเบอร์ ส่วนผู้ขับ ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งมีลูกอายุน้อยและต้องใช้เวลาดูแลลูกมากในแต่ละวัน สามารถ ที่จะใช้เวลาว่างขณะที่ส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล หารายได้ด้วยการขับอูเบอร์ กรณีตัวอย่าง 1 – กรณีศึกษาผู้ขับอูเบอร์เ็ปนอาชีพหลัก กรณีท่ี 1-1 คุณวิชัย ผู้ขับอูเบอร์รายหนึ่งให้ข้อมูลผู้วิจัยว่า ตัวเขา นั้นมีภูมิล�ำเนาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากจบการศึกษา ในระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ได้ย้ายไป ท�ำงานที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาสิบสี่ปี ในแผนกซ่อมบ�ำรุงของ โรงงานแห่งหนึ่ง โดยที่ภรรยาและลูกยังอาศัยอยู่ที่จังหวัด 53 เชียงใหม่ โดยปกติ เขาจะกลับเชียงใหม่ในช่วงวันหยุดยาวตาม เทศกาลเช่น ปีใหม่ และสงกรานต์ ในแต่ละปี เขามีเวลาได้ อยู่พ้รอมหน้า พ่อ แม่ ลูก ไม่ถึงยี่สิบวันต่อปี เขาตัดสินใจลาออก จากงานประจ�ำ เพื่อกลับจังหวัดเชียงใหม่มาขับอูเบอร์ เพราะ ต้องการใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ตั้งแต่เริ่มแรกที่เขา ทราบว่าอูเบอร์จะเปิดให้บริการที่เชียงใหม่ ที่ผ่านมารายได้ จากการขับรถใกล้เคียงกับเงินเดือนที่เคยได้รับ แต่ค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจ�ำวันน้อยลงเพราะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน และ ค่าครองชีพที่เชียงใหม่ถูกกว่าที่กรุงเทพฯ เขายังไม่แน่ใจว่าจะ สามารถขับอูเบอร์เป็นอาชีพประจ�ำได้หรือไม่ ระหว่างนี้ก็ พยายามสมัครงาน แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นและวุฒิการศึกษา ชั้น ปวส. ที่เขามี เขาไม่แน่ใจว่าจะมีใครรับเขาเข้าทำ� งานหรือไม่ เขาได้ยื่นใบสมัครงานยังโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือที่จังหวัดล�ำพูนไว้หลายโรงงาน แต่ยังไม่มี โรงงานใดเรียกเขาเข้าสัมภาษณ์ กรณีท่ี 1-2 คุณพิพัฒน์ มีภูมิล�ำเนาอยู่จังหวัดพิษณุโลก เป็น ตัวแทนบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง เขาเล่าว่า เมื่อทราบข่าวว่าอู เบอร์ได้เปิดบริการในจังหวัดเชียงใหม่ เขาก็ตัดสินขับรถมาจาก จังหวัดพิษณุโลกมาเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่แถวบริเวณ ถ.สุเทพ หรือที่้รูจักกันดีในนาม“หลังมอ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอพาร์ตเมนต์ หลายแห่งที่ผู้ประกอบ-การลงทุนส้รางเพื่อรองรับความต้องการ ที่พักอาศัยของนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อพาร์ตเมนต์เหล่านี้จึงมีราคาไม่แพงมาก คุณพิพัฒน์คาด การณ์ด้วยตนเองว่า อูเบอร์จะเป็นที่นิยมในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเคยเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วพบ ว่าจังหวัดเชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวจำ� นวนมากแต่มีปัญหาระบบ 54 ขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ และประเมินว่าเมื่ออูเบอร์เปิดให้ บริการจะสามารถส้รางรายได้ที่ดีแก่ผู้ขับ คุณพิพัฒน์ขับอูเบอร์ เป็นอาชีพหลัก โดยเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณตีสี่ ซึ่งจะเริ่มมีผู้ โดยสารที่โดยสารรถประจ�ำทางจากกรุงเทพฯ มาถึงสถานีรถ โดยสารเชียงใหม่(อาเขต) หลังจากนั้นจะไปรอรับผู้โดยสารแถว ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เนื่องจากมีเที่ยวบินขาเข้าในช่วงเช้า หนาแน่น ทำ� ให้มีความต้องการสูง เขาจะขับจนถึงประมาณสอง ทุ่ม รวมเวลาประมาณ 15-16 ชั่วโมงต่อวัน จึงกลับเข้าที่พักเพื่อ พักผ่อนและออกรับผู้โดยสารอีกครั้งประมาณตีสี่ของวันถัดไป 3.1.3 โอกาสการทำ� งานและรายได้ สำ� หรับแรงงานผู้หญิงและสูงอายุ ผู้วิจัยยังได้พบกับผู้ขับอูเบอร์จ�ำนวนหนึ่งซึ่งแต่เดิมเป็นผู้ว่างงานมาก่อน เช่น เป็นเพศหญิงและผู้สูงวัย ในงานของ Hall& Krueger(2017) ได้อ้างถึง ผลส�ำรวจของ ในปี ค.ศ. 2014(พ.ศ. 2557) ซึ่งอูเบอร์ได้ว่าจ้างให้ Benenson Strategy Group(BSG) ท�ำการส�ำรวจผู้ขับอูเบอร์ใน 20 เมืองในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์พบว่า ผู้ขับอูเบอร์ 14% เป็นผู้หญิง เมื่อเทียบกับผู้ขับ แท็กซี่รูปแบบเดิมในสหรัฐอเมริกา ที่มีจำ� นวนผู้ขับที่เป็นผู้หญิงเพียง 8% สอดคล้อง กับสิ่งที่ผู้วิจัยพบระหว่างทำ� การศึกษาว่าผู้ขับอูเบอร์ในจังหวัดเชียงใหม่จำ� นวนหนึ่ง เป็นเพศหญิง ซึ่งโดยปกติ อาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะในประเทศไทยไม่ใช่อาชีพ ที่เป็นที่นิยมส�ำหรับเพศหญิง โดยในจังหวัดเชียงใหม่มีผู้ขับรถแดงหรือรถแท็กซี่ ที่เป็นเพศหญิงน้อยมาก 15 ในจำ� นวนผู้ขับอูเบอร์ที่ผู้วิจัยได้ทำ� การสัมภาษณ์ มีผู้สูงวัยที่เคยรับราชการ และเกษียณอายุราชการแล้ว รายหนึ่งเป็นอดีตนายทหาร ให้ข้อมูลว่ามาขับอูเบอร์ ในฐานะกิจกรรมที่จะได้พบปะผู้คนและมีความต้องการจะฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ ___________________________ 15 ดู http://www.manager.co.th/local/viewnews.aspx?NewsID=9580000142676 55 กับนักท่องเที่ยว ผู้ขับอีกท่านหนึ่งเป็นสุภาพสตรีมีอายุ 64 ปี เกษียณจากการทำ� งาน ประจ�ำ มีรายได้จากเงินบ�ำนาญชราภาพจากส�ำนักงานประกันสังคมเดือนละ ประมาณ 3,000 บาท ซึ่งไม่พอใช้ในชีวิตประจ�ำวัน และไม่อยากเป็นภาระแก่ บุตรธิดา จึงตัดสินใจหารายได้ด้วยการขับอูเบอร์ และการสมัครเข้าเป็นผู้ขับอูเบอร์ ไม่มีการก�ำหนดอายุขั้นต่�ำเอาไว้ ผู้ขับอูเบอร์เป็นรายได้หลักรายหนึ่งอยู่ระหว่างการพักฟื้นร่างกายจาก การเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก โดยร่างกายซีกที่เคยอ่อนแรงมีอาการดีขึ้นมากจากการทำ� กายภาพบำ� บัด แต่ยังไม่หายดี จึงไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติแต่สามารถ ขับรถได้ จึงเข้าเป็นผู้ขับอูเบอร์ โดยปกติขั้นตอนในการสมัครเข้าเป็นผู้ขับอูเบอร์ ไม่ได้มีขั้นตอนการคัดกรองทางสุขภาพ จะเห็นได้ว่าแพลตฟอร์มอูเบอร์ได้ส้รางโอกาสใหม่ในการประกอบอาชีพจริง อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน เพราะอย่างน้อยที่สุดผู้ที่จะเข้าถึง โอกาสนี้จะต้องมีทรัพยากรอยู่ก่อนระดับหนึ่งแล้ว นั่นก็คือ ต้องมีรถยนต์ หรือจะมี โอกาสเข้าถึงรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี อูเบอร์เปิดโอกาสให้ผู้ที่สมัครขับรถ สามารถนำ� รถที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรถมาลงทะเบียนกับอูเบอร์ได้ จึงเปิดโอกาสให้มีการ เช่ารถผู้อื่นมาขับ นอกจากนี้บนเว็บไซต์ของอูเบอร์ ยังมีพื้นที่ประกาศจับคู่ผู้ต้องการ ให้เช่ารถกับผู้ที่ต้องการขับอูเบอร์อีกด้วย 16 เงื่อนไขของการขับรถมีเพียงแค่ผู้ขับ จะต้องมีใบขับขี่และต้องเป็นผู้ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน 17 แม้แพลตฟอร์มอูเบอร์เป็นช่องทางหนึ่งการส้รางโอกาสในการประกอบ อาชีพ ทั้งในฐานะการส้รางงานใหม่ให้กับผู้ที่ไม่มีอาชีพ เนื่องจากข้อจ�ำกัดในการ เข้าสู่ตลาดแรงงานและ/หรือถูกกีดกันออกจากความสัมพันธ์ของสัญญาจ้างแบบ เป็นทางการ เช่น ผู้มีปัญหาทางสุขภาพ ผู้สูงวัยและกลุ่มของผู้หญิงที่มีภาระในการ ดูแลสมาชิกในครอบครัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรงงานที่สำ� คัญในตลาดแรงงาน“นอก ระบบ” ได้มีช่องทางการหารายได้เสริม หรือเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ มากขึ้น แต่ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ประเด็นสำ� คัญที่ต้องพึงพิจารณาอย่างระมัดระวังก็คือ เศรษฐกิจแพลตฟอร์มได้เปลี่ยนแปลงธรรมชาติและความหมายของ“เศรษฐกิจ ___________________________ 16 ดู http://www.uberthai.com/marketplace/ 17 ดู http://www.uberthai.com/type-of-car/ 56 นอกระบบ” ไปอย่างไร จะเห็นได้ว่าแรงงานบางส่วน เช่น แม่บ้านซึ่งเคยท�ำหน้าที่ หลักในการผลิตซำ�้ กำ� ลังแรงงาน(reprodution of labor power) ให้กับสังคม ในพื้นที่ ชายขอบของเศรษฐกิจที่เป็นทางการนั้น กลับถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการ ทำ� งานภาคบริการที่เป็นภาคเศรษฐกิจหลักของเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขใหม่ ที่เกิดจากสภาพการทำ� งานแพลตฟอร์มนั้น ยังคงมีธรรมชาติของงานที่เป็นส่วนหนึ่ง ของเศรษฐกิจ“นอกระบบ” และกีดกันแรงงานออกจากการคุ้มครองสิทธิแรงงาน และการคุ้มครองทางสังคม ทั้งที่กำ� ลังแรงงานกลุ่มนี้เข้ามามีส่วนในพื้นที่ใจกลางของ กระบวนการผลิตและแลกเปลี่ยนสินค้าบริการของเมืองอย่างยิ่งยวด กล่าวโดยสรุป เศรษฐกิจแพลตฟอร์มได้ท�ำให้เส้นแบ่งของเศรษฐกิจในและนอกระบบมีความ คลุมเครือและแยบยลขึ้นไปอีก เนื่องจากกิจกรรมเศรษฐกิจที่เคยอยู่ภายใต้การ ก�ำกับดูแลและความสัมพันธ์ของการจ้างงานแบบเก่า ถูกเทคโนโลยีใหม่เปลี่ยนให้ เป็นกิจกรรมแบบ“นอกระบบ” มากขึ้น ผู้วิจัยเห็นว่าประเด็นนี้อาจเป็นประเด็น ท้าทายในเชิงนโยบายและวิชาการที่ส�ำคัญในระยะยาว กรณีตัวอย่าง 2 – กรณีศึกษาผู้ขับอูเบอร์เพศหญิงและผู้สูงวัย ระหว่างการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยได้พบกับคุณวิภา ผู้ขับ อูเบอร์ ซึ่งคะเนด้วยสายตาน่าจะมีอายุพอสมควร และเรียก แทนตัวเองว่า“ป้า” ตลอดการสนทนา คุณวิภาให้ข้อมูลว่า มีอายุ 64 ปี เป็นอดีตลูกจ้างบริษัทเอกชน ซึ่งเกษียณอายุ การท�ำงานได้ราว 4 ปี ก่อนหน้านี้อยู่บ้านโดยที่ไม่ได้ท�ำอะไร ช่วงเวลากลางวันที่ลูกๆ ออกไปท�ำงาน เธอจะอยู่บ้านคนเดียว และแม้จะมีสื่อสังคมออนไลน์ที่ท�ำให้ยังพอติดต่อกับเพื่อนๆ ได้บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกับสมัยที่ยังท�ำงานอยู่ที่มีโอกาสได้ ปฏิสัมพันธ์กันแบบเห็นหน้าค่าตากัน ลูกสาวแนะน�ำให้เธอมา ขับอูเบอร์ เพื่อที่จะได้ใช้เวลายามว่างหารายได้เสริมจากเงิน 57 บ�ำนาญที่ได้รับเป็นประจ�ำทุกเดือนอยู่แล้ว เธอเล่าว่า สาเหตุ ที่มาขับอูเบอรนั้นมีหลายเหตุผล ไม่เฉพาะเรื่องรายได้เป็นหลัก เท่านั้น แต่เป็นเพราะเธอไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆ เธอขับอูเบอร์ ในช่วงเวลากลางวัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยเริ่มประมาณ 10 นาฬิกา จนถึงประมาณ 15-16 นาฬิกา เธอก็จะแวะตลาด เพื่อซื้ออาหารสดกลับบ้านเพื่อประกอบอาหาร รายได้จากการ ขับไม่แน่นอนในแต่ละวัน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมาก หักค่าใช้จ่าย แล้วมีเหลือเป็นรายได้สุทธิ ประมาณ 300-400 บาท เธอบอก ว่า“ก็พอได้ค่ากับข้าว” ที่ส�ำคัญคือไม่เหงา เมื่อถามถึงเรื่อง ผลกระทบต่อสุขภาพ เธอเล่าว่าก็มีอาการปวดแขนปวดขาบ้าง บางวันก็มีอาการปวดตา แต่ยังไม่ถึงกับต้องไปพบแพทย์ เธอ ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการรักษา คุณพิชิตเป็นอดีตทหารอากาศที่เกษียณอายุราชการ แล้ว ตัดสินใจขับอูเบอร์ตามค�ำแนะน�ำของบุตรสาว เพื่อหา กิจกรรมท�ำไม่ให้้รูสึกเหงา คุณพิชิตยังได้เล่าถึงอาการหลงลืม และการเป็นอัลไซเมอร์ที่เขาเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้สูงวัย ที่เกษียณแล้วไม่มีกิจกรรมทำ� อีกเหตุผลที่คุณพิชิตเล่าเมื่อถาม ถึงเหตุผลในการขับอูเบอร์ก็คือ ครอบครัวของคุณพิชิตจะไป เที่ยวต่างประเทศด้วยกันทุกปี และเขาเชื่อว่าการขับอูเบอร์ใน จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น จ�ำนวนมากนั้นจะท�ำให้เขามีโอกาสได้รับผู้โดยสารที่เป็นชาว ต่างชาติ และเขาจะอาศัยโอกาสนี้ในการฝึกการใช้ภาษา อังกฤษ นอกจากนี้เขายังเล่าให้ฟังว่าเขาได้พัฒนาความ สัมพันธ์กับผู้โดยสารหลายคนโดยกลายมาเป็นเพื่อน และได้ ติดต่อสื่อสารกันทางอีเมลหรือเฟซบุ๊ก การรับผู้โดยสารที่หลาก หลายท�ำให้เขาเข้าใจวัฒนธรรมและนิสัยของชาวต่างชาติ แต่ละชาติมากขึ้น รวมทั้งยังมีเรื่องที่จะไปเล่าสู่กันฟังใน ครอบครัวในแต่ละวันว่าเขาไปเจออะไรมาบ้าง 58 3.1.4 การจัดสรรทรัพยากรใหม่ในตลาดแรงงาน และประเด็นเรื่องการแข่งขันท่ีเ็ปนธรรม แพลตฟอร์มอูเบอร์ได้เพิ่มระดับการแข่งขันและน�ำไปสู่ความขัดแย้งของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจขนส่งมากยิ่งขึ้น 18 กล่าวคือ ในจังหวัดเชียงใหม่มี ผู้ประกอบการแท็กซี่ที่ได้รับอนุญาตในรูปของสหกรณ์ 2 ราย คือ สหกรณ์นครลานนาเดินรถ ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานหลักในการด�ำเนินกิจการรถสองแถวแบบ ประจำ� ทางและไม่ประจำ� ทางในเชียงใหม่ ที่้รูจักกันในนาม“รถแดง” รวมถึงยังได้รับ สิทธิ์ในการด�ำเนินการแท็กซี่ในจังหวัดเชียงใหม่ อีกสหกรณ์ที่ได้รับสิทธิ์ให้บริการ ในจังหวัดเชียงใหม่ คือ สหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ ขณะที่การดำ� เนินการของอูเบอร์ในเชียงใหม่ ทำ� ให้เกิดความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มผู้ขับรถแดงภายใต้สหกรณ์นครลานนาเดินรถกับผู้ใช้ แพลตฟอร์มอูเบอร์และคนขับอูเบอร์ ท�ำให้เกิดการกระทบกระทั่งจนเป็นข่าว หลายต่อหลายครั้ง สหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์นั้นกลับมองเห็นประโยชน์จากการใช้แพลตฟอร์ม ในการให้บริการ จึงร่วมมือกับแพลตฟอร์มแกร็บ แกร็บ(Grab) เป็นแอปพลิเคชัน ที่เริ่มให้บริการครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซียในปี พ.ศ. 2555 ปัจจุบันให้บริการใน หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เดิม แกร็บเป็นแอปพลิเคชันส�ำหรับ ใช้ในการวางแผนการเดินทางสำ� หรับผู้ใช้บริการเรียกแท็กซี่ซึ่งเป็นแท็กซี่ที่จดทะเบียน รถแท็กซี่ประจ�ำท้องถิ่นนั้นๆ เป็นเพียงแค่การอ�ำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ และผู้ขับแท็กซี่ ในช่วงเริ่มต้น การด�ำเนินการของแกร็บจึงยังไม่ขัดต่อผลประโยชน์ และกฎหมายของประเทศนั้นๆ ปัจจุบัน แกร็บเปิดให้บริการ 30 เมืองใน 6 ประเทศ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ต่อมา แกร็บได้ ขยายการให้บริการจากแท็กซี่ ไปสู่ผู้ที่มีรถยนต์เช่นเดียวกับอูเบอร์ ในนาม‘แกร็บคาร์’ และยังมีบริการอื่น เช่น‘แกร็บไบค์’ ส�ำหรับผู้ต้องการใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และ ‘แกร็บเอ็กซ์เพรส’ สำ� หรับการรับส่งเอกสาร(เมสเซนเจอร์) และส่งของ ในแพลตฟอร์ม ___________________________ 18 ส�ำหรับปัญหาขนส่งสาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่และความขัดแย้ง อ่านเพิ่มเติมใน http://www.tcijthai.com/news/2017/15/scoop/6833 59 ของแกร็บจึงมีทั้งส่วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ แกร็บแท็กซี่ แกร็บเอ็กซ์เพรส ส่วนที่ถูกกฎหมายครึ่งหนึ่งผิดครึ่งหนึ่งคือแกร็บไบค์(ถูกกฎหมายสำ� หรับมอเตอร์ไซค์ รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ผิดกฎหมายสำ� หรับมอเตอร์ไซค์ที่ผู้ขับขี่ ไม่ได้ขึ้นทะเบียน) และที่ผิดกฎหมายคือ แกร็บคาร์ สหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ นำ� รถแท็กซี่ในสังกัดเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มแกร็บ ทั้งหมด โดยเข้าร่วมในส่วนที่เป็นแกร็บแท็กซี่ของแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มแกร็บก็เปิดให้ผู้ขับทั่วไปสมัครเข้าขับแกร็บคาร์ด้วย ดังนั้นบนแพลตฟอร์ม แกร็บที่ให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่จึงมีทั้งส่วนที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แพลตฟอร์มอูเบอร์และแพลตฟอร์มแกร็บ(ในส่วนที่เป็น Grab Car) จึงเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ“รถแดง” และผู้ขับแท็กซี่ในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ดี ผู้ขับแท็กซี่ของสหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์รายหนึ่งที่ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์ ซึ่งโดยปกติ ใช้ช่องทาง Grab Taxi ช่วยในการหาลูกค้า มีการใช้แพลตฟอร์มอูเบอร์ในการส้ราง โอกาสเข้าถึงลูกค้าด้วยโดยให้เหตุผลว่าเป็นช่องทางในการหารายได้เพิ่ม โดยปกติ หากต้องขับออกไปส่งผู้โดยสารในพื้นที่นอกตัวเมือง หลังจากส่งผู้โดยสารแล้วจะต้อง วิ่งกลับเข้าเมืองโดยไม่มีผู้โดยสาร ซึ่งผู้ขับแท็กซี่รายนี้จะเปิดใช้แอปพลิเคชันอูเบอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาผู้ใช้บริการระหว่างขับรถกลับเข้าเมือง และพบว่าสามารถ หารายได้เพิ่มได้ แม้จะเป็นการทำ� ผิดระเบียบของสหกรณ์ที่ตนสังกัดอยู่ซึ่งไม่อนุญาต ให้ใช้แพลตฟอร์มอื่นนอกเหนือจากแกร็บ(ในส่วนของ Grab Car) และผิดกฎของ แพลตฟอร์มอูเบอร์ด้วย โดยผู้ขับรายนี้จะต้องโทรแจ้งผู้เรียกใช้บริการก่อน เนื่องจาก ใช้รถอีกคันในการลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มอูเบอร์ ผู้ขับรายนี้จะขอความร่วมมือ จากผู้เรียกบริการในการที่จะไม่รายงานไปยังแพลตฟอร์มอูเบอร์ว่าลักษณะของรถ ไม่ตรงกับข้อมูลที่ให้ไว้กับอูเบอร์แต่แรก กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าตัวผู้ขับเองก็ไม่ได้มี ความภักดี(Loyalty) ต่อแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งหากแต่มีพยายามในการ ที่จะท�ำรายได้และส้รางประโยชน์สูงสุดในภาวะแห่งการแข่งขัน 60 กรณีตัวอย่าง 3 – กรณีศึกษาความขัดแย้งบริการขนส่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2560 มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการให้บริการ ขนส่งผ่านแพลตฟอร์มเหตุการณ์หนึ่งที่ได้รับความสนใจและ วิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนจำ� นวนมาก คือ เจ้าหน้าที่ขนส่ง ท�ำการ“ล่อซื้อ” ให้ผู้ขับอูเบอร์เข้ามารับผู้โดยสารภายในขนส่ง จังหวัดเชียงใหม่แล้วท�ำการจับปรับ ในเรื่องนี้นักวิจัยได้รับ การชี้แจงจากขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นายชาญชัย กีฬาแปง ถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ขนส่งจังหวัดไม่ได้ท�ำการล่อซื้อ อย่างที่เป็นข่าว เหตุการณ์เริ่มจากกลุ่มผู้ขับแท็กซี่จากสหกรณ์ แท็กซี่เวียงพิงค์ ได้รวมตัวกันเข้ามายื่นหนังสือต่อขนส่งจังหวัด ให้ท�ำหน้าที่กวดขันวินัยการจราจรและบังคับใช้กฎหมาย จากการที่มีการเปิดให้บริการขนส่งผ่านแพลตฟอร์มในจังหวัด เชียงใหม่โดยอูเบอร์และแกร็บ กลุ่มผู้ยื่นหนังสือได้มีการเชิญ ผู้สื่อข่าวมาท�ำข่าวด้วย หลังจากยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่แล้ว กลุ่มผู้ยื่นได้ทำ� การหลอกเรียกผู้ขับแกร็บคาร์ แส้รงทำ� ทีเป็นว่า ให้เข้ามารับผู้โดยสารในส�ำนักงานขนส่ง เมื่อผู้ขับแกร็บคาร์ มาถึง กลุ่มผู้ขับจากสหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ได้เข้าล้อมรถ และเรียกตัวผู้ขับลงจากรถ ให้เจ้าหน้าที่มาทำ� การเปรียบเทียบ ปรับ กรณีนี้ถือเป็นการกระท�ำความผิดซึ่งหน้า หากเจ้าหน้าที่ ไม่ท�ำอะไรก็จะถือเป็นการท�ำผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 เจ้าหน้าที่ก็ต้องเปรียบเทียบ ปรับ แต่ข่าวที่ออกมามีความคลาดเคลื่อนว่าเป็นการล่อซื้อของ เจ้าหน้าที่ นายชาญชัยชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ไม่มีนโยบายล่อซื้อ ที่ผ่านมาเมื่อมีผู้้รองเรียนก็จะออกจดหมาย เชิญผู้ขับมาพบและขอให้ชี้แจง หากมีความผิดจริงทางขนส่ง 61 ก็จะท�ำการตักเตือนและปรับตามที่กฎหมายก�ำหนด หากส่ง จดหมายเชิญแล้วไม่มาพบ ก็จะขึ้นเตือนในระบบเมื่อมาติดต่อ สำ� นักงาน เช่น มาเสียภาษีหรือต่อใบขับขี่ ตนในฐานะเจ้าหน้าที่ ของรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ยอมรับว่ากฎหมายที่มี อาจจะไม่ทันสมัย ไม่ตรงตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ภาครัฐก็ต้องด�ำเนินการแก้ไขกฎหมายต่อไป กรณีนี้น่าสนใจว่ารายงานข่าวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้แพร่กระจายออกไป กลับกลายเป็นว่ารถแดงร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ท�ำการล่อซื้อ ท�ำให้เกิดกระแสสังคมต�ำหนิเจ้าหน้าที่ และรถแดง ทั้งที่วันนั้นเป็นกรณีของกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ และแท้จริงแล้วพวกเขาก็ได้ รับผลกระทบจากแอปพลิเคชันแกร็บในส่วนของ‘แกร็บคาร์’ เองด้วย ขณะที่กลุ่มผู้ขับรถแดงไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่อย่างใด กลับได้รับการตำ� หนิ อาจจะเป็นเพราะสังคมมีความ ไม่พอใจการให้บริการของรถแดงอยู่เป็นทุนเดิม ทางฝ่ายรถแดง ซึ่งก็เป็นผู้เสียประโยชน์จากการเปิด ให้บริการขนส่งผ่านแพลตฟอร์มในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียก ประชุมสมาชิกสหกรณ์นครลานนาเดินรถและออกมาตรการ ตอบโต้ นายสิงห์ค�ำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ ในขณะนั้นให้ข้อมูลว่า มองในแง่ของความมั่นคงในอาชีพ จะเข้าใจได้ว่ากลุ่มผู้ขับรถแดงไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะ ขณะที่ผู้ขับต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง แต่กฎหมายกลับ ไม่สามารถส้รางการแข่งขันที่มีความเป็นธรรมให้กับกลุ่ม ผู้ขับได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มผู้ขับ ก็ต้องหามาตรการเพื่อคุ้มครองตัวเอง โดยขณะนั้นได้มีการ รวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ท�ำงาน โดยการสอดส่องและ ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ หากพบตัวผู้กระท�ำผิดจะกักตัว และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวไปเปรียบเทียบปรับ ตนในฐานะ 62 ประธานสหกรณ์ฯ เมื่อสมาชิกเสียประโยชน์ ตนก็ต้องท�ำอะไร สักอย่าง แต่ยืนยันว่าท�ำในกรอบของกฎหมาย หากอูเบอร์และ แกร็บอยากรับผู้โดยสารก็ไปทำ� ให้ถูกกฎหมาย ตน้รูปัญหาของ รถแดงทุกอย่าง ทั้งสิ่งที่ประชาชนไม่พอใจ ทั้งพฤติกรรมของ รถแดงที่ไม่เหมาะสม ทั้งโก่งราคา ท�ำการจราจรติดขัด หากมี ผู้้รองเรียนมาตนก็เรียกคนขับที่เป็นสมาชิกเข้ามาตักเตือน ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่พยายามปรับปรุงตัวมาหลายปี หาก ท�ำใจให้เป็นกลาง แยกความ้รูสึกความร�ำคาญที่เคยได้รับจาก ประสบการณ์การให้บริการของรถแดงที่แย่ออกไป จะเข้าใจว่า คนขับรถแดงไม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพอื่นมากนัก ขณะที่คนขับอูเบอร์และแกร็บส่วนใหญ่ท�ำเป็นอาชีพเสริม มีบ้างที่ขับเป็นอาชีพหลักแต่มีไม่มาก สิ่งเหล่านีท�ำให้กลุ่มคน ขับรถแดง้รูสึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกแย่งอาชีพ 3.1.5 การสร้างสภาพควบคุมของแพลตฟอร์มอูเบอร์ และผลกระทบต่อสภาพการทำ� งาน ดังที่ได้อภิปรายถึงงานศึกษาของ Rosenblat and Stark(2015) ในตอนต้น ของรายงานฉบับนี้ ว่าได้วิพากษ์คนขับอูเบอร์ว่าเป็นแรงงานอัลกอริทึ่ม(algorithmic labor) เพราะกระบวนการทำ� งานของคนขับรถถูกควบคุมจาก อัลกอริทึ่ม(Algorithm) ในระบบปฏิบัติการ ที่เป็นเครื่องมือสำ� คัญในการก�ำหนดความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจ ระหว่างบริษัทและคนขับ ทั้งนี้ อูเบอร์มีอ�ำนาจในการควบคุมวิธีการท�ำงานของ คนขับโดยผ่านแพลตฟอร์มในลักษณะที่มองไม่เห็นจากภายนอก นอกจากนี้ Rosenblat and Stark ยังวิพากษ์เพิ่มเติมว่า นอกจากควบคุมด้วยอัลกอริทึ่มของ แพลตฟอร์มแล้ว อูเบอร์ยังใช้กลยุทธ์อื่นๆ เช่น ใช้การตลาดและการส้รางวาทกรรม เกี่ยวกับผู้ประกอบการและเสรีภาพในการท�ำงานโดยเลือกชั่วโมงการท�ำงานของ คนขับ จากการศึกษาของ JELI พบว่า บริษัทอูเบอร์เป็นผู้มีอ�ำนาจในการควบคุม 63 การท�ำงานของอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม ซึ่งทำ� ให้บริษัทสามารถก�ำหนดรูปแบบ ของความสัมพันธ์ที่มีระหว่างแพลตฟอร์มอูเบอร์กับคนขับอูเบอร์เองทั้งหมด 1) การสร้างสภาพบังคับ การก�ำหนดความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจ และสภาพการท�ำงาน การก�ำหนดความสัมพันธ์ระหว่างแพลตฟอร์ม ผู้ขับ และผู้ใช้บริการ เป็นการก�ำหนดโดยอูเบอร์เองทั้งหมด โดยผู้ขับและผู้ใช้บริการ ไม่มีส่วนร่วมในการ ควบคุมอัลกอริทึ่ม จากการสัมภาษณ์ของผู้วิจัยพบว่า ผู้ขับอูเบอร์จ�ำนวนหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเริ่มสมัครเข้าเป็นผู้ขับใหม่ๆ จะมีโอกาสในการได้รับการเรียก ผู้โดยสารสูง มีความเป็นไปได้ว่าแพลตฟอร์มได้ส้รางแรงจูงใจให้ผู้ขับรายใหม่ โดยการมอบโอกาสในการรับบริการมากกว่าผู้ขับรายเก่า แอปพลิเคชันก�ำหนด ค่าตอบแทนแบบแรงจูงใจ(Incentive) ค่อนข้างสูง เพื่อจูงใจให้คนออกมาขับใน ห้วงเวลาที่มีความต้องการใช้บริการสูง ในบางพื้นที่ที่มีความต้องการใช้บริการสูง แพลตฟอร์มก็จะก�ำหนดพื้นที่บริเวณนั้นให้มีตัวคูณค่าโดยสารที่มากขึ้นกว่าปกติ โดยจะปรากฏให้เห็นในแพลตฟอร์มฝั่งคนขับเท่านั้น เพื่อจูงใจให้ให้คนขับไปรอรับ ผู้ต้องการใช้บริการในบริเวณนั้น ในส่วนของผู้ต้องการใช้บริการอูเบอร์จะไม่ทราบ เลยว่าพื้นที่ที่ตนเองต้องการเรียกใช้บริการเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้บริการ อูเบอร์สูงกว่าปกติ และจะต้องเสียค่าโดยสารมากกว่าปกติ นอกจากผู้โดยสาร ที่เดินทางเป็นประจ�ำในเส้นทางนั้นๆ จึงจะสังเกตได้ว่าค่าโดยสารแพงมากขึ้นกว่า ปกติ(Price Surge) จะเห็นได้ว่าการส้รางแรงจูงใจให้คนขับอูเบอร์ด้วยตัวคูณ ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นเป็นต้นทุนที่ผู้ใช้บริการต้องจ่าย และบริษัทฯ ได้ประโยชน์จาก การได้ส่วนแบ่งตาม้รอยละของค่าโดยสาร ซึ่งก็มากขึ้นไปด้วยเมื่อผู้ใช้บริการต้อง จ่ายสูงขึ้นตามตัวคูณที่แอปพลิเคชันเป็นผู้ก�ำหนด 64 จอแสดงผลของแพลตฟอร์มฝั่งผู้ขับที่ส้รางแรงจูงใจให้คนขับไปรับผู้โดยสาร ในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้บริการสูง โดยเสนอค่าโดยสารที่สูงกว่าค่าโดยสารปกติ เพื่อเป็นการป้องกันการปฏิเสธผู้โดยสารเมื่อมีผู้เรียกใช้บริการแพลตฟอร์ม ในฝั่งของคนขับจะขึ้นพิกัดของผู้เรียกเพื่อให้ไปรับผู้โดยสาร โดยที่ผู้ขับจะไม่ทราบว่า จุดหมายปลายทางอยู่ที่ใดจนกว่าจะรับผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว และจะไม่ทราบว่า ค่าโดยสารที่จะได้รับจะมีมูลค่าเป็นเท่าใด โดยจะทราบค่าโดยสารที่จะได้รับก็ต่อเมื่อ ส่งผู้โดยสารถึงที่หมายแล้ว ซึ่งจากการสัมภาษณ์ผู้ขับเกือบทุกรายไม่เห็นด้วยที่ ไม่ทราบจุดหมายและค่าโดยสารล่วงหน้า เพราะบ่อยครั้งที่ผู้โดยสารมีความต้องการ ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปซึ่งผู้ขับไม่ประสงค์จะขับไปส่งเช่นนักท่องเที่ยว เรียกใช้บริการจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดเชียงราย หรือ อ�ำเภอปาย ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน เมื่อมารับผู้โดยสารแล้วผู้ขับจึงทราบจุดหมาย และหากปฏิเสธก็มีโอกาส ที่จะเกิดข้อขัดแย้งโต้เถียงกับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้แพลตฟอร์มก็มีระบบเรตติ้ง คะแนน ซึ่งเป็นการให้คุณให้โทษแก่ผู้ขับและมีผลต่อการค�ำนวนค่าตอบแทนแบบ จูงใจและการเรียกใช้บริการครั้งต่อๆ ไป ผู้ขับรายหนึ่งให้ข้อมูลแก่ผู้วิจัยว่า เคยทดลอง ด้วยการอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับผู้ขับอีกรายที่มีคะแนนไม่เท่ากัน เมื่อมีผู้ต้องการ ใช้บริการเรียกใช้บริการ ระบบจะเรียกผู้ขับที่มีคะแนนสูงกว่าก่อน และแพลตฟอร์ม 65 อาจจะยกเลิกสถานะผู้ขับหากคะแนนที่ได้รับต่�ำกว่ามาตรฐาน 19 การควบคุมความสัมพันธ์ผ่านอัลกอริทึ่มและการให้คุณให้โทษผ่านระบบ ยังน�ำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างผู้ขับและผู้โดยสารในบางกรณีนำ� ไปสู่การทะเลาะ วิวาทระหว่างผู้ขับและผู้โดยสาร อาทิ การไม่ยอมยกเลิกการเดินทาง การถกเถียง เรื่องจุดหมายที่จะไปส่ง 20 จะเห็นได้ว่า แม้แพลตฟอร์มจะช่วยแก้ปัญหาผู้ขับแท็กซี่ แบบเดิมไม่ยอมไปส่งผู้โดยสารยังจุดหมายที่ผู้โดยสารต้องการ แต่ก็อาจจะส้ราง ปัญหาใหม่ซึ่งอาจจะแก้ไขได้ยากยิ่งกว่า คือ ปัญหาการขาดตัวกลางที่จะชี้ขาด เรื่องความขัดแย้งระหว่างผู้ขับกับผู้โดยสาร แอปพลิเคชันอูเบอร์ในส่วนของคนขับมีการรับการเรียกรถในขณะที่กำ� ลัง เดินทางเพื่อส่งผู้โดยสารอื่นแม้การเดินทางยังไม่สิ้นสุด คือยังไม่ทันที่ผู้ขับจะส่ง ผู้โดยสารถึงที่หมาย ในกรณีที่ไม่มีผู้ขับรายอื่นอยู่ในบริเวณที่มีผู้ต้องการใช้บริการ แต่มีผู้ขับที่กำ� ลังอยู่ระหว่างส่งผู้โดยสารรายอื่นในบริเวณใกล้เคียง โดยผู้ขับสามารถ เลือกที่จะรับหรือไม่รับผู้โดยสารรายใหม่ได้แม้จะยังอยู่ในระหว่างส่งผู้โดยสาร อีกราย ผู้ขับรายหนึ่งให้ข้อมูลกับผู้วิจัยว่า ในวันที่มีความต้องการใช้บริการสูงจะมี การแจ้งเตือนการเรียกซ้อนเข้ามาตลอด และแม้จะเลือกได้ที่จะไม่รับ แต่ผู้ขับบางคน ให้ข้อมูลแก่ผู้วิจัยว่า ผู้ขับไม่แน่ใจว่าหากไม่รับจะมีผลต่อการขับหรือไม่ คือ ไม่แน่ใจ ว่าหากปฏิเสธหรือไม่กดรับผู้โดยสาร ระบบจะไม่จับคู่ให้ในอนาคต หรือในกรณีที่มี ผู้ขับรายอื่นอยู่ในบริเวณเดียวกัน ระบบจะเลือกให้ผู้ขับรายอื่นให้ได้รับผู้โดยสาร ก่อนหรือไม่ ความไม่แน่นอนและไม่ทราบวิธีการทำ� งานของอัลกอริทึ่มอย่างแท้จริง ส่งผลให้ผู้ขับกลัวที่จะเสียโอกาส และต้องกดรับผู้โดยสารทุกครั้ง ท�ำให้ต้องขับรถ หลายชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่ได้พักรับประทานอาหารหรือต้องเตรียมอาหารไว้สำ� หรับ เผื่อไว้รับประทานบนรถขณะท�ำงาน การท�ำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานโดย ไม่ได้หยุดพักส่งผลให้เกิดผลกระทบทางร่างกาย นอกไปจากนี้ คนทำ� งานยังต้อง ประสบกับความวิตกกังวลอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของการท�ำงานของ ___________________________ 19 มีรายงานการถอดผู้ขับออกจากระบบเมื่อได้คะแนนตำ่� กว่ามาตรฐานของอูเบอร์โดย Business Insider เข้าถึงได้ที่ http://uk.businessinsider.com/leaked-charts-show-how-ubers-driverrating-system-works-2015-2 20 ดูกรณีทะเลาะวิวาท https://www.beartai.com/news/it-thai-news/120926 66 อัลกอริทึ่มเหล่านี้ ส่งผลกระทบในแง่จิตวิทยาจากสภาพการทำ� งาน อาจส่งผลเสีย ต่อสภาพจิตในระยะยาว และไม่เป็นไปตามกรอบการทำ� งานด้านสุขอนามัยในการ ท�ำงานขององค์การอนามัยโลก 21 2) เส้นแบ่งระหว่างชีวิตการท�ำงานและชีวิตส่วนตัวถูกท�ำให้พร่าเลือน ในงานศึกษาของ Degryse(2016) ได้กล่าวถึงสภาพในการท�ำงานของ งานที่จับคู่ความต้องการผ่านแพลตฟอร์มไว้อย่างน่าสนใจว่า งานลักษณะนี้ทำ� ให้ เส้นแบ่งระหว่างชีวิตการท�ำงานและชีวิตส่วนตัวจะถูกท�ำให้พร่าเลือน ผู้วิจัยเคย พบกับผู้ขับอูเบอร์รายหนึ่งซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว น�ำบุตรสาวอายุ 4 ขวบติดรถ มาด้วย เนื่องจากวันนั้นไม่มีผู้ดูแล ไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลเพราะป่วย และคุณครู ขอให้หยุดเรียนเนื่องจากกังวลว่าเพื่อนๆ ในชั้นเรียนจะไม่สบายไปด้วย เนื่องจาก วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการคำ� นวณค่าตอบแทนแบบจูงใจ ผู้ขับรายนั้นจึงต้องนำ� ลูกเดินทางไปด้วย เพราะหากท�ำจ�ำนวนรอบไม่ถึงเป้าที่จะได้รับค่าตอบแทนแบบ จูงใจ ความพยายามตลอดสัปดาห์จะเป็นเรื่องสูญเปล่า โดยผู้ขับรายนั้นได้้รองขอ ผู้วิจัยไม่ให้รายงานเรื่องนี้ให้อูเบอร์ทราบ เนื่องจากอูเบอร์ไม่อนุญาตให้มีบุคคลอื่น นอกจากผู้ขับเดินทางไปด้วย กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่เผยให้เห็นว่า เส้นแบ่งระหว่าง การทำ� งานในฐานะผู้ขับและชีวิตส่วนตัวของผู้ขับที่ต้องดูแลลูกได้ถูกทำ� ให้พร่าเลือน นอกจากนี้กรณีนี้ยังเผยให้เห็นการส้รางสภาพควบคุมที่ท�ำให้ผู้ขับต้องท�ำงาน เนื่องจากไม่อยากเสียประโยชน์จากผลตอบแทนแบบจูงใจที่แพลตฟอร์มเสนอ แม้ว่าเงื่อนไขส่วนตัวบางประการจะไม่เอื้อให้ทำ� งานแต่ผู้ขับก็ต้องทำ� งานเพื่อไม่ให้ การท�ำงานที่ผ่านมาที่ได้สะสมจ�ำนวนรอบในการส่งผู้โดยสารไว้ต้องสูญเปล่าไป 3) กลยุทธ์การตลาดและการสร้างวาทกรรม เกี่ยวกับผู้ประกอบการ และเสรีภาพในการท�ำงาน อูเบอร์เป็นผู้ก�ำหนดรูปแบบและความหมายในเรื่องความสัมพันธ์กับ ผู้ขับโดยหลีกเลี่ยงการใช้คำ� ที่มีความหมายไปในแนวทางที่มีลักษณะไม่เท่าเทียมกัน ___________________________ 21 สำ� หรับการทำ� งานด้านสุขอนามัยในสถานที่ท�ำงานขององค์การอนามัยโลกสามารถเข้าถึงได้ที่ http://www.who.int/occupational_health/healthy_workplace_framework.pdf 67 ทางความสัมพันธ์ อูเบอร์เลือกใช้ค�ำว่า“พาร์ตเนอร์” ซึ่งมีความหมายถึงการเป็น หุ้นส่วนในทางธุรกิจ โดยปกติแล้วความเป็นหุ้นส่วนในทางธุรกิจไม่ได้มีความหมาย เพียงแค่การมีส่วนแบ่งในรายได้ แต่หมายถึงความสามารถในการที่จะก�ำหนด นโยบายและทิศทางของธุรกิจมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่างๆซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อูเบอร์ไม่เคยเปิดโอกาสให้คนขับอูเบอร์ หรือในภาษาของอูเบอร์คือ“พาร์ตเนอร์” มีส่วนร่วมเลยแม้แต่น้อย การมีจำ� นวนผู้ขับที่มากขึ้นย่อมส่งผลในเชิงบวกกับอูเบอร์เพราะเป็นการ เพิ่มโอกาสในการส้รางรายได้ให้กับอูเบอร์ ในทางตรงข้ามการมีจำ� นวนผู้ขับที่มาก ส่งผลให้การแข่งขันกันเองระหว่างผู้ขับอูเบอร์มีสูงขึ้น อูเบอร์ส้รางแรงจูงใจให้ผู้ขับ บอกต่อและชักชวนคน้รูจักให้สมัครเข้ามาขับอูเบอร์โดยการเสนอผลตอบแทนให้ 2,500 บาท หากเพื่อนสมัครเป็นผู้ขับอูเบอร์และวิ่งรับผู้โดยสารครบ 25 เที่ยว การเสนอผลตอบแทนลักษณะนี้ท�ำให้ผู้ขับชักชวนเพื่อนให้สมัครเข้าเป็นผู้ขับ จำ� นวนมาก ซึ่งผู้ขับบางรายให้ข้อมูลว่าจำ� นวนผู้ขับที่มากขึ้นเรื่อยๆ นี้ ส่งผลให้ผู้ขับ แต่ละรายได้รับผู้โดยสารโดยเฉลี่ยต่อวันน้อยลงเพราะต้องแข่งขันกันเอง ขณะที่ ผู้ขับมองว่าอูเบอร์ได้ส่วนแบ่งคงที่เท่าเดิม แต่ลดความเสี่ยงกรณีผู้ขับมีจ�ำนวน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการลง และทำ� ให้อูเบอร์ไม่จำ� เป็นต้องเสนอ ค่าตอบแทนชนิดจูงใจมาก เพราะมีผู้ขับในจำ� นวนที่มากพอ ทำ� ให้ค่าตอบแทนที่ผู้ขับ ได้รับมีความไม่แน่นอน ไม่มั่นคง นอกจากนี้ในการเชิญชวนให้คนเข้ามาร่วมเป็นผู้ขับผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของอูเบอร์(www.uber.com/th) และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก(www.facebook.com/uberthai) อูเบอร์ก็เลือกใช้ถ้อยค�ำที่มี ความหมายเชิงบวก เช่น“เป็นเจ้านายตัวเอง”“Uber ให้อิสระคุณในการเลือกขับ ได้เต็มที่” หรือ“แอปพลิเคชัน Uber Driver ออกแบบมาเพื่อคุณ” ขณะที่ผู้ขับอูเบอร์ จ�ำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์แพลตฟอร์มอูเบอร์ว่าออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของ บริษัทและผลักภาระเสี่ยงทั้งหมดให้กับผู้ขับที่อูเบอร์เรียกว่า“พาร์ตเนอร์” ขัดแย้งกับ ภาพที่พยายามส้รางและวาทกรรมที่อูเบอร์น�ำมาใช้ 68 4) การผลักภาระและความเสี่ยงให้ผู้ขับและผู้ใช้บริการ การสื่อสารระหว่างผู้ขับและบริษัทอูเบอร์ มีทางเลือกไม่มากนัก ในส่วน ภูมิภาค ไม่มีสถานที่ติดต่อที่สามารถช่วยเหลือหรือตอบคำ� ถามอย่างถาวร มีเพียง สถานที่อำ� นวยความสะดวกในการรับสมัครคนขับที่จะย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ สำ� หรับ ในจังหวัดเชียงใหม่ มักจะใช้สถานที่ เช่น้ รานกาแฟ และจะมีเจ้าหน้าที่เพียง 1-2 คน คอยอำ� นวยความสะดวกในการสมัคร และแนะน�ำวิธีการใช้แอปพลิเคชัน โดยปกติ เวลาที่มีปัญหาผู้ขับมักจะใช้วิธีสื่อสารโดยการโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ หรือส่งข้อความ ผ่านแพลตฟอร์ม ดังที่ได้ยกตัวอย่างให้เห็นก่อนหน้านี้ อูเบอร์อาศัยช่องว่างในการสนอง ตอบความต้องการของผู้โดยสารของบริการรถแท็กซี่ในประเทศไทย บริการขนส่ง สาธารณะที่มีไม่เพียงพอ การขาดประสิทธิภาพในการก�ำกับดูแลของรัฐ เป็นโอกาส ในการท�ำธุรกิจ การให้บริการของอูเบอร์ส้รางโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งเป็น รายได้หลัก ส้รางรายได้เสริม เพิ่มโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสในหลากหลายกรณี ขณะเดียวกัน ผู้ขับอูเบอร์และผู้ใช้เองก็มีภาระและความเสี่ยงในหลายรูปแบบ ที่เกิดจากการขับและใช้บริการอูเบอร์ โดยที่ดูเหมือนว่าตัวบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์ม นั้นได้ผลักภาระความรับผิดชอบออกไปยังคนขับและคนใช้บริการ ตามมุมมองของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ขับอูเบอร์ท�ำผิดกฎหมายหลายมาตรา ทั้ง พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. ขนส่งทางบกตามที่ได้อภิปรายไปแล้ว โดยที่กฎหมาย ไม่สามารถเอาผิดบริษัทฯ เจ้าของแพลตฟอร์มได้ แม้อูเบอร์จะมีการชดเชยค่าปรับ ที่ผู้ขับอูเบอร์ต้องเสีย แต่ประวัติการทำ� ผิดจะติดตัวผู้ขับไปตลอด ต้องถูกเรียกเข้ารับ การอบรม และมีโอกาสที่จะถูกพักใบอนุญาตหากถูกจับในความผิดเดียวกัน ซ�้ำหลายครั้ง 22 ความเสี่ยงต่อการถูกจับกุมและความวิตกกังวลจึงตกอยู่กับผู้ขับ อูเบอร์แต่ฝ่ายเดียว การถือกำ� เนิดของอูเบอร์ในประเทศไทย ทำ� ให้ผู้ขับรถแท็กซี่และรถรับจ้าง สาธารณะทั้งหลายเสียประโยชน์ จึงเป็นเหตุที่ส้รางความไม่พอใจ น�ำไปสู่ความ ขัดแย้งที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำ�้ รายร่างกายและทรัพย์สิน ดังที่ได้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะ ___________________________ 22 ดูข่าวการจับกุมคนขับอูเบอร์โดยกรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ-ทหารได้ที่ https://www.matichon.co.th/news/486176 69 วิวาทชกต่อยระหว่างคนขับอูเบอร์และผู้ควบคุมคิวรถแท็กซี่ที่พัทยา 23 หรือเหตุการณ์ การจัดชุดไล่ล่ากักตัวเรียกเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งมาเปรียบเทียบปรับโดยรถสองแถว หรือ“รถแดง” ในจังหวัดเชียงใหม่ 24 คนขับอูเบอร์จึงต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการ ถูกทำ�้ รายร่างกายและทรัพย์สินของตนเองโดยที่บริษัทฯ ไม่มีส่วนร่วมรับความเสี่ยง นี้ด้วย แม้อูเบอร์จะใช้กลยุทธ์การตลาดส้รางวาทกรรมเกี่ยวกับผู้ประกอบการ เพื่อเชิญชวนให้มีผู้สนใจมาร่วมเป็น“พาร์ตเนอร์” ด้วยถ้อยคำ� ที่ส่งผลทางความ้รูสึก เชิงบวก อาทิ“แอปพลิเคชัน Uber Driver ออกแบบมาเพื่อคุณ” แต่ผู้ขับอูเบอร์ จ�ำนวนมากไม่ได้้รูสึกว่าอูเบอร์ออกแบบมาเพื่อคนขับตามที่กล่าวอ้าง ผู้ขับอูเบอร์ ที่ผู้วิจัยทำ� การศึกษาทุกรายให้ความเห็นว่า แอปพลิเคชันยังคงมีปัญหา โดยเฉพาะ แผนที่ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และบางครั้งน�ำไปสู่การถกเถียง กับผู้โดยสาร ผู้ขับจ�ำนวนมากเล่าถึงประสบการณ์ที่ไม่มีความช�ำนาญเส้นทาง จึงต้องขับตามแผนที่ของอูเบอร์และพบว่าแผนที่มีความบกพร่อง ใช้เวลาในการ ค้นหาผู้ใช้บริการมากจนบางครั้งผู้ใช้บริการรอไม่ไหวจนต้องยกเลิก หรือผู้โดยสาร ไม่พอใจที่ใช้เวลานานเกินไปจึงให้คะแนนต่�ำซึ่งมีผลต่อการได้รับค่าตอบแทนแบบ จูงใจ และมีโอกาสที่จะได้ผู้โดยสารน้อยลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าความบกพร่องจากตัว แพลตฟอร์มของอูเบอร์ได้ส้รางความล�ำบากต่อผู้ขับขับอูเบอร์เอง การติดต่อสื่อสารระหว่างคนขับอูเบอร์และผู้เรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันอูเบอร์ ท�ำได้สองลักษณะคือโดยการแชตและการโทร ส�ำหรับการแชต สามารถทำ� ผ่านแอปพลิเคชันได้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในทางปฏิบัติผู้ขับอูเบอร์ จะไม่ค่อยใช้ช่องทางนี้ เพราะการพิมพ์ข้อความแชตผ่านแอปพลิเคชันขณะขับรถ มีความอันตราย และด้วยภาวะที่ต้องเร่งรีบเพื่อไปรับผู้เรียกใช้บริการ จึงไม่อาจจะ หยุดรถเพื่อท�ำการแชต วิธีการติดต่อที่ใช้ส่วนมากคือการโทรศัพท์ ซึ่งการติดต่อกัน โดยการโทรศัพท์นี้ ค่าใช้จ่ายจากการโทรศัพท์เป็นภาระของผู้ขับและผู้เรียกใช้บริการ ___________________________ 23 ดูข่าวการทะเลาะชกต่อยระหว่างคนขับอูเบอร์และผู้ควบคุมคิวรถแท็กซี่ที่พัทยา https://www.thairath.co.th/content/1079542 24 ดูข่าวการจัดชุดไล่ล่าคนขับอูเบอร์โดยรถสองแถวแดงจังหวัดเชียงใหม่ http://www.manager.co.th/local/viewnews.aspx?NewsID=9600000023664 70 ในหลายกรณีที่ผู้เรียกใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ การโทรศัพท์ติดต่อกันมี ต้นทุนสูงเนื่องจากเป็นการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ผู้ขับอูเบอร์รายหนึ่งเล่า ประสบการณ์ที่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ติดต่อกับผู้ใช้บริการและต้องเสียค่าโทรศัพท์ มากกว่าค่าโดยสารที่ได้รับ ค่าใช้จ่ายในการติดต่อกันระหว่างผู้ขับอูเบอร์และผู้ใช้ บริการเป็นภาระที่บริษัทฯ ผู้เป็นเจ้าของแอปผลักให้เป็นภาระของผู้ขับและผู้ใช้ อูเบอร์หักส่วนแบ่งรายได้25%จากค่าโดยสารโดยที่การกำ� หนดค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียมต่างๆ นั้นเป็นสิทธิ์ของอูเบอร์แต่ฝ่ายเดียว ขณะที่ต้นทุนต่างๆ เป็นภาระของผู้ขับ ทั้งค่าน�้ำมันเชื้อเพลิง ค่าสึกหรอ ค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ อาทิ น�้ำมันเครื่อง ที่ส�ำคัญคือ การประกันอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียง เนื่องจากผู้ขับอูเบอร์นั้น ตามกฎหมายถือเป็นการใช้รถผิดประเภท เอารถยนต์ ส่วนบุคคลมาให้บริการสาธารณะ ซึ่งผิดประเภทจากที่ได้จดทะเบียนเอาไว้ ท�ำให้ บริษัทประกันภัยปฏิเสธที่จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ 25 หากตรวจสอบ ได้ว่าเป็นการน�ำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้เพื่อรับจ้างขนส่ง ภาระและความเสี่ยงจึง ตกเป็นของผู้ขับและผู้ใช้บริการ 3.1.6 ผลกระทบท่ีมีต่อตลาดแรงงานภาคขนส่ง ดังที่ได้อภิปรายก่อนหน้า ผลกระทบของแพลตฟอร์มอูเบอร์ที่มีต่อสังคม และตลาดแรงงานภาคขนส่ง มีทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบ ผลกระทบเชิงบวก คือ แพลตฟอร์มอูเบอร์ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ส้รางโอกาสในการ ประกอบอาชีพ เพิ่มความยืดหยุ่นในการประกอบอาชีพ ลดสิ่งกีดขวางและต้นทุน ในการเข้าสู่ตลาด ท�ำให้ผู้ด้อยโอกาสสามารถเข้าสู่ตลาดได้ ลดการผูกขาด และ ท�ำให้ผู้ที่อยูในตลาดก่อนหน้าได้หันกลับมาทบทวน แก้ไขและพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 26 ___________________________ 25 ประเด็นการประกันภัย และบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม ดูเพิ่มเติมที่ https://www.posttoday.com/economy/insurance/486500 และ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/748604 71 ผลกระทบเชิงลบคือเพิ่มการแข่งขันในตลาด เมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ ตลาดแรงงานมากขึ้นทั้งยังท�ำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความ้รูสึก ไม่มั่นคงในอาชีพส�ำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพนี้อยู่แต่เดิม มีความเสี่ยงในการที่จะ สูญเสียรายได้และสูญเสียอาชีพ ทำ� ให้เกิดการต่อต้าน นำ� ไปสู่ความขัดแย้ง ภาครัฐ ถูกท้าทายในการบังคับใช้กลไกควบคุมดูแล การอำ� นวยความยุติธรรมให้กับผู้ที่อยู่ใน ตลาดอยู่แต่เดิมภายใต้ข้อกำ� หนดและกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้เข้าสู่ ตลาดรายใหม่ที่พยายามหลีกเลี่ยงข้อบังคับ โรเจอร์ส(Rogers 2016a) พูดถึงผลได้ในเชิงสังคมที่อูเบอร์ทำ� ให้เกิดการ ใช้ทรัพยากรเช่น รถยนต์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ยังส้รางแรงจูงใจให้ ผู้เดินทางลดการซื้อและใช้รถยนต์ส่วนตัว ที่จะท�ำให้เกิดผลดีในแง่สิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เขาสรุปว่ามีการวิจารณ์อูเบอร์ใน 6 มิติหลักคือ 1) การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับคนขับแท็กซ่ีเดิม โดยการเข้าสู่ตลาดที่ไร้การก�ำกับดูแลและการก�ำหนดค่าโดยสาร ประเด็นนี้ค่อนข้างชัดเจนในบริบทของประเทศไทยทั้งในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากคนขับแท็กซี่เดิมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย มีต้นทุน ในการประกอบอาชีพที่สูงกว่า การเรียกเก็บค่าโดยสารถูกกำ� หนดโดยรัฐ มาตรฐาน ที่เกี่ยวกับตัวรถ ตามกฎหมายรถที่จะมาจดทะเบียนแท็กซี่จะต้องมีขนาดเครื่องยนต์ ไม่ตำ่� กว่า 1,500 ซีซี ขณะที่อูเบอร์ไม่จำ� กัดขนาดของเครื่องยนต์ที่จะนำ� มาให้บริการ ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของรถแท็กซี่แบบเดิมจึงสูงกว่า เมื่อเทียบกับรถที่มีเครื่องยนต์ ขนาดเล็กที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มอูเบอร์ 2) จากประเด็นแรก อาจน�ำไปสู่การผูกขาด ประเด็นนี้ในบริบทของพื้นที่ที่ทำ� การศึกษา พบว่าแม้ความนิยมในแพลตฟอร์มอูเบอร์จะมีสูง แต่การผูกขาดคงจะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก กรณีศึกษาในจังหวัด เชียงใหม่ พบว่า“รถแดง” ยังคงได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ___________________________ 26 ดูการปรับปรุงการให้บริการของรถแดง https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1496739539 72 ชาวต่างชาติ เนื่องจากถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในแง่ รูปลักษณ์ และรูปแบบการให้บริการ ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งได้ให้ความเห็นว่า สำ� หรับเขาแล้ว รถแดง มีความเป็น“Share Riding” มากกว่า ที่อูเบอร์นิยามตัวเอง เนื่องจากรูปแบบการรับผู้โดยสารที่มีจุดหมายที่แตกต่างกัน ขึ้นบนรถและเดินทางไปพ้รอมกัน 3) รถหรือคนขับไม่ปลอดภัย ประเด็นนี้ค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากตามกฎหมาย ถือเป็นการใช้รถยนต์ ผิดประเภทดังที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ บริษัทประกันจึงปฏิเสธที่จะจ่ายสินไหม หากรถหรือผู้ขับได้รับอุบัติเหตุขณะให้บริการรับส่งผู้โดยสาร 4) อาจน�ำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร เนื่องจากแพลตฟอร์มอูเบอร์ไม่มีการตรวจสอบ บันทึกข้อมูลส่วนตัวของ ผู้ขับ แสดงข้อมูลของผู้ขับ ให้ผู้ใช้บริการสามารถเห็นได้ดังเช่นการให้บริการแท็กซี่ แบบเก่า แม้อูเบอร์จะมีการเก็บข้อมูลผู้ขับเมื่อลงทะเบียนเป็นผู้ขับ แต่ก็ไม่มีความ ชัดเจนว่า ผู้ใช้บริการจะสามารถตรวจสอบหรือขอข้อมูลผู้ขับได้อย่างไรบ้าง จึงมี โอกาสที่จะนำ� ไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ขับสามารถ ทราบหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการ รวมถึงอาจจะทราบที่พักจากการส่งผู้โดยสาร ในต่างประเทศเคยมีกรณีคนขับข่มขืนผู้ใช้บริการ 27 ขณะที่ในประเทศไทยเอง มีรายงานการละเมิดความเป็นส่วนตัวโดยผู้ขับอูเบอร์ 28 และลวนลามผู้โดยสารจาก ผู้ขับแกร็บ 29 5) เิปดโอกาสให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยคนขับและผู้โดยสาร ระบบเรตติ้งและรีวิวอาจน�ำไปสู่การเลือกปฏิบัติโดยคนขับและผู้โดยสาร ___________________________ 27 ดู https://www.theguardian.com/technology/2017/jun/15/uber-india-woman-rapelawsuit 28 ดู https://pantip.com/topic/33972026 29 ดู https://www.dailynews.co.th/crime/576277 73 ผู้โดยสารและผู้ขับมีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้ง โต้เถียง หรือถึงขั้นทะเลาะวิวาท ระบบการให้คะแนนของอูเบอร์ถูกตั้งค�ำถามอย่างมาก เนื่องจากมาตรฐานความ พอใจของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน การให้คะแนนที่ต่�ำแก่ผู้ขับทั้งที่ผู้โดยสารเป็น ฝ่ายผิด เช่นการปักหมุดจุดนัดรับผิดโดยผู้โดยสาร ทำ� ให้ผู้ขับต้องใช้เวลาในการหา ผู้โดยสาร ส้รางความไม่พอใจให้กับผู้โดยสารที่รอนานจึงให้คะแนนผู้ขับต่�ำ มีผล ท�ำให้คะแนนเฉลี่ยของผู้ขับต่�ำ ซึ่งมีผลต่อการที่ผู้โดยสารจะไม่เรียกหรือปฏิเสธ ผู้ขับรายนั้น 6) ลดทอนมาตรฐานแรงงานส�ำหรับคนขับรถแท็กซ่ี สำ� หรับคนขับแท็กซี่แบบเดิม กฎหมายได้กำ� หนดให้ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ สาธารณะ ซึ่งมีข้อกำ� หนดว่าจะต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่ตำ่� กว่า 1 ปี และต้องเข้ารับการอบรม ขณะที่อูเบอร์ไม่ได้กำ� หนดว่าผู้ขับต้องมีใบขับขี่สาธารณะ จึงถือเป็นการลดทอนมาตรฐานแรงงานส�ำหรับคนขับแท็กซี่ 3.1.7 งานบนแพลตฟอร์มขนส่งกับการเ็ปนงานท่ีมีคุณค่า หากพิจารณาบริบททั้งหมดจากข้อมูลที่ได้จากการวิจัย โดยอาศัยกรอบ ความคิดเรื่องงานดิจิทัลที่มีคุณค่าของ ฮีคส์(Heeks 2017) จะพบข้อบ่งชี้จำ� นวนมาก ที่แสดงให้เห็นว่างานบนแพลตฟอร์มขนส่งในปัจจุบันยังไม่ใช่งานที่มีคุณค่า ในบริบท ของการจ้างงาน ยังคงขาดการปกป้องทางสังคม ไม่มีการกลไกในการปรึกษาหารือ ระหว่างผู้ท�ำงาน เจ้าของแพลตฟอร์ม และเจ้าหน้าที่รัฐ มีเพียงการพูดคุย ปรึกษา และปรับทุกข์กัน โดยการนัดพบหรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของผู้ขับเท่านั้น แต่ก็ไม่มีความสามารถในการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง การจัดการแพลตฟอร์มเป็นสิทธิ ของเจ้าของแพลตฟอร์มเท่านั้น ความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม การท�ำงานของ อัลกอริทึ่มต่างๆ ไม่มีการแจ้งให้ผู้ใช้งานได้รับทราบ ในมุมมองของหน่วยงานรัฐ มองผู้ขับอูเบอร์ว่าละเมิดกฎหมายทำ� ให้ขาดการเข้าถึงสิทธิต่างๆที่กฎหมายคุ้มครอง การมีโอกาสในการได้รับการจ้างงานที่ไม่เท่าเทียมขึ้นอยู่กับการทำ� งานของอัลกอริทึ่ม ของแพลตฟอร์ม ไม่มีโอกาสได้รับความก้าวหน้าในสายงาน การท�ำงานอาจจะ 74 ทำ� ให้เส้นแบ่งระหว่าง งาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัวพร่าเลือน ความมั่นคงในการ ทำ� งานมีน้อย มีความเป็นไปได้ที่จะถูกเลือกปฏิบัติจากการรูปแบบของการรีวิวและ การให้คะแนน ข้อมูลส่วนตัวถูกแพลตฟอร์มน�ำไปใช้แสวงประโยชน์ ขาดกลไก การจัดการความขัดแย้งที่เหมาะสม ในแง่ของสภาพการทำ� งานบนแพลตฟอร์มขนส่งพบว่า ผู้ขับยังคงมีรายได้ ที่ไม่แน่นอน เมื่อมีอุปสงค์เยอะขึ้น แพลตฟอร์มต้องการให้มีอุปทานซึ่งก็คือผู้ขับ มากขึ้น จึงเสนอค่าตอบแทนแบบจูงใจ เมื่อมีผู้ขับมากขึ้นเพียงพอต่ออุปสงค์แพลตฟอร์มก็จะลดค่าตอบแทนแบบจูงใจนั้น ค่าโดยสารก็ถูกก�ำหนดโดยแพลตฟอร์ม ทำ� ให้ผู้ขับไม่สามารถคาดคะเนรายรับของตนเองได้ ซึ่งผู้ให้ข้อมูลให้ข้อมูลตรงกันว่า เมื่อหักค่าใช้จ่ายค่าสึกหรอค่าประกันภัยต่างๆแล้วอาจจะไม่เพียงพอต่อการดำ� รงชีพ นอกจากนี้ในด้านสุขภาวะและสภาพแวดล้อมในการท�ำงานพบว่า การท�ำงานเป็น ระยะเวลานานในแต่ละวันอาจจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ผู้ขับรายหนึ่งซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องดูแลลูกที่ป่วย โดยการน�ำลูกเดินทางไปด้วยขณะท�ำงานและต้องหยุดพักชั่วขณะเพื่อท�ำการป้อนยา 75 3.2 กรณีศึกษาท่ี 2- การให้บริการท่ีพักอาศัย – แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี(Airbnb) แอร์บีเอ็นบีเป็นแพลตฟอร์มให้บริการที่พักอาศัย โดยแพลตฟอร์มเป็น ตัวกลางในการจับคู่ระหว่างผู้ที่มีห้องพักว่างและผู้ที่ต้องการที่พักได้พบกัน โดยมี ส่วนแบ่งรายได้จากค่าบริการที่หักจากเจ้าของห้องพัก 3% และจากผู้เข้าพัก 5-15% 30 ในปัจจุบัน แอร์บีเอ็นบีให้บริการจับคู่ที่พักใน 65,000 เมือง ใน 191 ประเทศ ทั่วโลก มีผู้น�ำที่พักเสนอให้เช่าผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี มากกว่า 3,000,000 รายการ ส�ำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา มีจ�ำนวนที่พักเสนอผ่าน แอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีทั้งสิ้น 43,223 รายการ มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 93% ต่อปี 31 และเช่นเดียวกับแอปพลิเคชันอูเบอร์ แอร์บีเอ็นบี จัดเป็นงานดิจิทัลที่ สัมพันธ์กับพื้นที่เชิงกายภาพ(gig work) ตามค�ำจ�ำกัดความของ Florian A. Schmidt เนื่องจากการให้บริการที่พัก เป็นงานที่สัมพันธ์กับกับสถานที่เชิงกายภาพ ไม่สามารถท�ำจากที่ใดก็ได้เหมือนงานบนแพลตฟอร์มประเภทอื่น นอกเหนือไปจากผู้เสนอที่พัก ซึ่งอาจจะเป็นห้องที่ไม่ได้ใช้ในบ้านตัวเอง หรืออาจจะเป็นห้องของตัวเองที่ตัวเองพักอยู่ให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี แล้ว ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก เกสต์เฮ้าส์ โฮสเทล จ�ำนวนมากก็ใช้ แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าด้วย เนื่องจากช่องทางเดิมที่เคยใช้ ผ่านเว็บไซต์อย่างเช่น www.agoda.com, www.booking.com, www.expedia.com หักค่าบริการจากเจ้าของที่พักถึง 15-20% ขณะที่ แอร์บีเอ็นบี หักจากเจ้าของที่พัก เพียง 3% เท่านั้น ___________________________ 30 ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ แอร์บีเอ็นบี https://th.แอร์บีเอ็นบี.com/help/article/1857/what-are-แอร์บีเอ็นบี-service-fees 31 ข้อมูลสถิติจ�ำนวนห้องพักที่เสนอผ่านแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบี ในประเทศไทย http://www.nationmultimedia.com/detail/Corporate/30309328 76 ฃ ที่มา: รวบรวมจากการให้สัมภาษณ์ของ Joe Gebbia ผู้ร่วมก่อตั้ง แอร์บีเอ็นบี และข้อมูลจากเว็บไซต์ airdna.com นอกจากนี้ยังพบว่านักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่แต่เดิมซื้อบ้านและ คอนโดมิเนียมเพื่อเก็งกำ� ไร จากเดิมเคยปล่อยให้เช่าเป็นรายเดือน ก็หันมาใช้ช่องทางนี้ เพื่อให้เช่ารายวัน ซึ่งสามารถทำ� รายได้และมีความยืดหยุ่นมากกว่าการให้เช่าแบบ รายเดือน งานศึกษาของ Guttentag(2016) ได้เผยให้เห็นว่าความนิยมต่อแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีที่มีมากขึ้นมาจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ผู้เข้าพักที่ต้องการที่พัก ราคาประหยัด(Money savers) ผู้เข้าพักที่เชื่อและสนับสนุนความคิดเศรษฐกิจ แบ่งปัน(Collaborative consumers) ผู้เข้าพักที่มีรสนิยมชื่นชอบความ้รูสึกของ การอยู่บ้านมากกว่าโรงแรม(Home seekers) ผู้เข้าพักที่มีรสนิยมต้องการพัก ในสิ่งแวดล้อมจริงของท้องถิ่น(Pragmatic novelty seekers) เนื่องจากการเข้าพัก 77 โรงแรมมาตรฐานทั่วไปที่มีสิ่งอ�ำนวยความสะดวกครบครัน อาจท�ำให้ผู้เข้าพักที่มี รสนิยมลักษณะนี้้รูสึกถูกท�ำให้โดดเดี่ยวจากบรรยากาศรวมทั้งสิ่งแวดล้อมตาม ความเป็นจริงของท้องถิ่น นอกจากนี้ผู้เข้าพักส่วนหนึ่งก็มีรสนิยมชื่นชอบ การ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้คนในท้องถิ่น(Interactive novelty seekers) 3.2.1 การตีความทางกฎหมายและการกำ� กับดูแล ประเด็นด้านกฎหมายและการกำ� กับดูแลการให้บริการที่พักอาศัยรายวัน ผ่านแพลตฟอร์ม สำ� หรับในประเทศไทยข้อถกเถียงสำ� หรับการให้บริการที่พักผ่าน แพลตฟอร์มยังคงมีน้อยและได้รับความสนใจจากคนในสังคมน้อยมากเมื่อเทียบกับ การให้บริการขนส่งผ่านแพลตฟอร์ม ประเทศไทยมีกฎหมายก�ำกับกิจการท่ีพักและโรงแรมหลายฉบับ ที่อยู่ใน ข่ายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 กฎกระทรวง ก�ำหนดประเภทและ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 ในกรณีของการนำ� ที่พักมาเสนอให้เช่ารายวันบนแอปพลิเคชัน แอร์บีเอ็นบี นั้น มีข้อถกเถียงว่าเป็นการทำ� ผิด พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวหรือไม่ และหากที่พักที่นำ� มา เสนอให้เช่าผ่านแอปพลิเคชัน แอร์บีเอ็นบี เป็นคอนโดมิเนียม หรือ อาคารชุด ก็เป็น การทำ� ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ฉบับที่ 5(พ.ศ. 2558) อีกด้วย สำ� หรับ พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547“โรงแรม” หมายถึง สถานที่พักที่จัดตั้ง ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำ� หรับคนเดินทางหรือ บุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน ซึ่งไม่ได้เก็บค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ในมาตรา15ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจโรงแรมเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต จากนายทะเบียน ในขณะที่กฎกระทรวงว่าด้วย กำ� หนดประเภทและหลักเกณฑ์การ ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 ในหมวดที่ 1 ข้อที่ 1 ระบุว่า“ให้สถานที่พักที่มี จำ� นวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกินสี่ห้องและมีจำ� นวน ผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวส�ำหรับ คนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการ เพื่อหารายได้เสริมและได้แจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่รัฐมนตรีก�ำหนด 78 ไม่เป็นโรงแรมตาม(3) ของบทนิยามค�ำว่า“โรงแรม” ในมาตรา 4” หากพิจารณา ตามการก�ำหนดประเภทดังที่ได้ประกาศในกฎกระทรวง หากผู้เสนอให้เช่าห้องพัก รายวันผ่านแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบี มีห้องพักเสนอให้เช่าไม่เกิน 4 ห้อง ก็ไม่ถือว่า เป็นโรงแรม และไม่ต้องขออนุญาตจดทะเบียนโรงแรม เพียงแต่มีหน้าที่ต้องแจ้งต่อ นายทะเบียน ซึ่งจากการสัมภาษณ์ผู้น�ำห้องพัก(ห้องพักที่เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน) เสนอให้เช่าจำ� นวน 12 ราย พบว่าทั้งหมดไม่ทราบเรื่องกฎหมายดังกล่าว และไม่ได้ ต่อแจ้งนายทะเบียน แต่หากห้องพักที่เสนอให้เช่าเป็นอาคารชุด จะผิด พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ฉบับที่ 5(พ.ศ. 2558) ซึ่งระบุในมาตราที่ 32 กำ� หนดให้ อาคารชุด จัดเป็น อาคารประเภทควบคุมการใช้ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร(กฎหมาย กำ� หนดให้ผู้จัดการนิติบุคคลถือเป็นผู้ครอบครองอาคารด้วย) ประเภทควบคุมการใช้ ยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารนั้น เพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งกฎหมายก�ำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนมีโทษจ�ำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่น บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ และหากต้องโทษแล้วยังฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม ยังต้องระวาง โทษปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ที่น�ำที่พักเสนอให้เช่ารายวันผ่านแอปพลิเคชัน แอร์บีเอ็นบี พบว่า ทั้งหมดทุกราย จะมีการท�ำผิดกฎหมาย แยกเป็นกรณี ต่างๆ ดังนี้ 1) กรณีที่พักมีลักษณะเป็นบ้าน มีห้องพักไม่เกิน 4 ห้อง ผู้เข้าพักรวม พ้รอมกันไม่เกิน 20 คน แม้กฎหมายไม่ได้ให้คำ� จำ� กัดความว่าเป็นโรงแรม จึงไม่ต้องจดทะเบียน ตาม พ.ร.บ. โรงแรม แต่ระบุให้แจ้งต่อนายทะเบียน 2) กรณีมีที่พักลักษณะเป็นบ้าน มีห้องพักเกิน 4 ห้อง หรือ น้อยกว่า 4 ห้อง แต่มีจ�ำนวนผู้เข้าพักพ้รอมกันในเวลาเดียวเกิน 20 คนขึ้นไป ซึ่งกฎหมาย ก�ำหนดว่าเป็นโรงแรม แต่ไม่ได้จดทะเบียนโรงแรม 3) กรณีที่พักมีลักษณะเป็นห้องชุด ผิด พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร 4) กรณีที่พักมีลักษณะเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าระยะยาว ที่คิดค่าเช่า รายเดือน เช่น อพาร์ตเมนต์ แต่น�ำมาเสนอให้เช่ารายวันผ่านแอปพลิเคชัน 79 เป็นจ�ำนวนห้องเกิน 4 ห้อง จะเห็นได้ว่า ในแง่ของกฎหมาย ผู้น�ำห้องพักเสนอให้เช่ารายวันผ่าน แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีทั้งหมดที่ผู้วิจัยได้ท�ำการสัมภาษณ์ ทั้งที่มีลักษณะเป็น ห้องพักในบ้าน ห้องพักในอาคารชุด หรืออสังหาริมทรัพย์ให้เช่าระยะยาวที่คิดค่าเช่า รายเดือนแต่เสนอที่พักให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์ม ล้วนท�ำผิดกฎหมายไม่ข้อใด ก็ข้อหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากฎหมายและการก�ำกับดูแลที่รัฐใช้อยู่ไม่ครอบคลุม รูปแบบและบริบทการประกอบธุรกิจจริงในปัจจุบัน และหากไม่เร่งศึกษาและแก้ ปัญหาจะนำ� ไปสู่การปฏิบัติและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการอื่น อาทิ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะส่งผลกระทบ ทางอ้อมต่อแรงงานที่ทำ� งานในโรงแรม รวมทั้ง อาจนำ� ไปสู่ความขัดแย้ง เช่นเดียวกับ ที่เกิดขึ้นกับกรณีของบริการในภาคขนส่ง 3.2.2 แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี กับการเพ่ิมโอกาสในการประกอบอาชีพ จากการสัมภาษณ์ผู้ที่น�ำที่พักเสนอให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบี ผู้วิจัยพบว่า แอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีส้รางโอกาสในการประกอบอาชีพในหลายลักษณะด้วยกัน ที่ชัดเจนที่สุดคือ การส้รางประโยชน์ด้วยการหารายได้จากทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ของผู้เสนอที่พักให้เช่า และการส้รางโอกาสใหม่ในการจ้างงาน เช่น งาน ท�ำความสะอาด งานซักรีด งานรับจ้างดูแลประสานงานกับผู้เข้าพักแทนเจ้าของ ที่พักของผู้ที่เห็นช่องว่างจากความต้องการของผู้เสนอให้เช่าที่พักรายวันที่ต้องการ ตอบสนองการบริการที่รวดเร็วแต่ไม่สามารถท�ำได้ด้วยตัวเอง ประมาณ 17% ของผู้ให้ข้อมูล แบ่งเป็นผู้เสนอให้เช่าที่พักในกรุงเทพมหานคร 5 ราย และจังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย ให้ข้อมูลกับผู้วิจัยว่ามีรายได้จากการ ให้เช่าที่พักเป็นรายได้หลัก ผู้เสนอให้เช่าที่พักเหล่านี้มักมีจ�ำนวนที่พักที่เสนอ หลายแห่ง และอยู่ในท�ำเลที่ดี ง่ายต่อการเดินทางและอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้กับสถานที่ ท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเทียบกับโรงแรมที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่พักที่เสนอผ่านแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีเหล่านี้จะเสนอในราคาที่ต่�ำกว่า ซึ่งผู้วิจัยพบว่า ก่อนการ 80 ถือก�ำเนิดของแอร์บีเอ็นบี ผู้เสนอให้เช่าที่ปัจจุบันมีรายได้จากแอร์บีเอ็นบีเป็น รายได้หลัก ก็มีรายได้หลักจากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวเป็นรายเดือน อยู่ก่อนแล้วการเปลี่ยนมาให้เช่าที่พักรายวันผ่านแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีเพิ่มโอกาส ในการท�ำรายได้ที่สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศ ในมุมมองของ ผู้เสนอที่พักให้เช่าที่เปลี่ยนจาการให้เช่าระยะยาวมาเป็นให้เช่าระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์ม คือ การให้เช่าระยะยาวมีข้อดีคือมีหลักประกันเรื่องรายได้ที่แน่นอนกว่า แต่ก็มีข้อจ�ำกัดคือ หากเจ้าของที่พักอยากจะขายทรัพย์สินนั้นต้องรอจนสัญญาเช่า สิ้นสุดลง การหาผู้เช่ารายเดือนทำ� ได้ยากกว่า ต้องเสียภาษีโรงเรือนและภาษีเงินได้ ซึ่งการตรวจสอบรายได้จากหน่วยงานรัฐท�ำได้ง่ายกว่ากรณีการมีรายได้จากแอร์บีเอ็นบี และการเปิดให้ผู้เข้าพักเช่าในระยะสั้นเป็นรายวัน สามารถท�ำให้ตรวจสอบ ดูแลทรัพย์สินได้ง่ายขึ้น ผู้ให้ข้อมูลที่เสนอให้เช่าที่พักผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีโดยส่วนใหญ่ คือ 83% มีรายได้จากแอร์บีเอ็นบีในลักษณะรายได้เสริม ทั้งผู้ที่มีอาชีพอื่นเป็น ลูกจ้างบริษัท ผู้มีอาชีพอิสระ ผู้สูงวัยที่เกษียณอายุ และผู้ว่างงาน แม้จะต้องแลกกับ การสูญเสียความเป็นส่วนตัวในกรณีที่เปิดให้เข้าพักในบ้านหลังเดียวกัน ในต่าง ประเทศมีรายงานถึงการเอาที่พักซึ่งผู้เสนอให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบีเช่าเป็นรายเดือน จากผู้อื่น แล้วน�ำออกให้เช่ารายวันอีกต่อหนึ่ง หากมีผู้ต้องการเช่ารายวันผ่านแอร์บีเอ็นบี ผู้ให้เช่าจะไปหาโรงแรมราคาถูก ไปขอพักกับเพื่อนหรือครอบครัว มีรายงานว่า นักศึกษาในสหรัฐอเมริกาเสนอห้องพักในหอพักของมหาวิทยาลัยที่เขาศึกษาอยู่ ออกให้เช่ารายวันผ่านแอร์บีเอ็นบี 32 ซึ่งในปัจจุบันก็มีเว็บไซต์ให้บริการหาที่พัก ส�ำหรับผู้ที่เอาที่พักของตัวเองออกให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบีด้วย 33 แต่ยังไม่พบกรณี เหล่านี้ในประเทศไทย นอกเหนือไปจากผู้ให้เช่าที่มีรายได้เพิ่มจากการเสนอที่พักให้เช่ารายวัน ผู้วิจัยยังพบว่า ผู้ให้เช่าส่วนหนึ่งซึ่งมีอาชีพประจ�ำ เงื่อนไขด้านเวลาไม่เอื้ออ�ำนวย ให้สามารถบริหารที่พักได้สะดวก หรือผู้ที่มีที่พักแต่อยู่ในพื้นที่ที่ไกลจากบริเวณ ___________________________ 32 ดู https://www.theguardian.com/technology/2016/feb/02/college-student-faces-expulsion-for-trying-to-rent-out-dorm-on-airbnb 33 ดู http://canistaywithyouwhileirentmyplaceonairbnb.com/ 81 ที่ตนเองอาศัยอยู่ เช่น มีที่พักเสนอให้เช่าผ่านแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีอยู่ที่จังหวัด เชียงใหม่แต่ทำ� งานอยู่กรุงเทพฯ ก็มีการว่าจ้างให้ผู้อื่นดำ� เนินการแทน หรือใช้ระบบ แบ่งรายได้ผ่านช่องทางที่แอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีส้รางเอาไว้ให้ คือระบบการร่วม ดูแลห้องพัก(co-hosting) สามารถแบ่งรายได้ตามอัตราที่ต้องการผ่านระบบได้ ผู้วิจัยพบว่า ปัจจุบันมีผู้เสนอตัวในการบริหารที่พักแทนผู้ให้เช่าแบบเบ็ดเสร็จ โดยที่ ผู้ให้เช่าไม่ต้องท�ำอะไรเลย คิดส่วนแบ่งจากรายได้ 20-40% ผู้วิจัยยังพบว่า มีผู้เสนอให้บริการเฉพาะการส่งมอบกุญแจที่พักในราคา 250-300 บาท ต่อครั้ง การท�ำความสะอาดห้องห้องพัก ซัก เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและ ปลอกหมอนคิดค่าบริการครั้งละ 300-750 บาท ตามขนาดและจ�ำนวนห้องพัก 34 นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการเฉพาะการถ่ายภาพห้องพัก เพื่อใช้ประกอบในการเสนอ ที่พักให้เช่าการลงแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี ในราคา 2,000-5,000 บาท ขึ้นกับขนาด ของที่พัก ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์ผู้จัดการนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งบน ถนนนิมมานเหมินทร์ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นทำ� เลที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทาง มาท่องเที่ยวและพัก พบว่าห้องชุดในคอนโดมิเนียมจ�ำนวนมากมีเจ้าของเป็น ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งจะเดินทางมาพักปีละครั้ง ครั้งละ 1-2 เดือนโดย ประมาณ ในอดีตหากน�ำห้องให้เช่ารายเดือนจะประสบปัญหาหาผู้เช่ายาก และ หากมีผู้เช่าก็จะไม่สามารถพักในห้องชุดของตนเองได้ หากมีก�ำหนดมาประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาที่มีผู้เช่าอยู่ การน�ำห้องชุดเสนอให้เช่ารายวันจึงสามารถแก้ไข ปัญหานี้ได้เนื่องจากสามารถกำ� หนดห้วงเวลาที่ต้องการให้เช่ารายวันได้และสามารถ ก�ำหนดราคาได้ เช่น ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวซึ่งมีความต้องการห้องพักสูง ก็จะ สามารถเพิ่มราคามากกว่าช่วงเวลาที่มีการท่องเที่ยวซบเซาได้ และเนื่องจากเจ้าของ ห้องชุดอยู่ต่างประเทศ จึงต้องการผู้ช่วยบริหารที่พักให้ ซึ่งโดยมากจะมีการจ้าง ชาวไทยดูแลให้ นอกจากนี้พนักงานที่ท�ำงานในนิติบุคคลจ�ำนวนหนึ่ง ก็มีรายได้ พิเศษจากการรับบริหารที่พักให้เจ้าของห้องชุด มีการแบ่งรายได้กันระหว่างเจ้าของ ห้องชุดและผู้ดูแล การทำ� ความสะอาดก็ใช้แม่บ้านที่ทำ� ความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ของคอนโดมิเนียม ท�ำความสะอาดและเตรียมห้องให้พ้รอม โดยแม่บ้านเหล่านี้ ___________________________ 34 ดู https://gnom.guru/roomgroom 82 จะทำ� เป็นรายได้เสริมในช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน หรือตอนเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งพนักงานท�ำความสะอาดแต่ละคนจะได้ค่าจ้างในการท�ำความสะอาดครั้งละ 300 บาท โดยที่ทางนิติบุคคลไม่ได้หักส่วนแบ่ง ถือเป็นการเปิดให้มีการหารายได้ พิเศษ ทั้งนี้ทางนิติบุคคลจะอนุญาตให้แม่บ้านทำ� ความสะอาดที่พักให้ได้นอกเวลา งานเท่านั้น ผู้วิจัยได้ท�ำการสัมภาษณ์พนักงานท�ำความสะอาดที่ท�ำงานใน นิติบุคคลแห่งนั้นพบว่า มีรายได้พิเศษเฉลี่ยเดือนละ 3,000-5,000 บาท คิดเป็น ประมาณ 30-50% ของรายได้ประจ�ำ และบางวันสามารถท�ำได้สองห้อง คือช่วง กลางวันหนึ่งห้อง หลังเลิกงานอีกหนึ่งห้อง ใช้เวลาในการท�ำความสะอาด เตรียมห้อง ให้มีความพ้รอม ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อห้อง นอกเหนือจากการรับบริหารที่พักและการรับท�ำความสะอาดที่พักแล้ว ยังมีอาชีพอื่น เช่น้ รานรับซักรีด ที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีผู้เสนอบริการรับผู้เข้าพัก จากสนามบินมายังที่พักพ้รอมทั้งมอบกุญแจที่พักให้ และพาไปส่งสนามบินหรือ จุดหมายอื่นพ้รอมรับกุญแจที่พักคืน ในราคาครั้งละ 750 บาท และหากใช้บริการ ประจำ� เกินสิบครั้ง จะลดค่าบริการเหลือ 550 บาทต่อเที่ยว เพื่อส้รางความประทับใจ ให้กับผู้เข้าพัก เมื่อการส้รางรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีได้รับความสนใจและ เป็นที่้รูจักมากขึ้นในวงกว้าง ผู้เสนอที่พักให้เช่าบางรายที่มีประสบการณ์มากได้หา ช่องทางส้รางรายได้ด้วยการเปิดอบรมวิธีการในการนำ� ห้องพักเสนอให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบี ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการน�ำที่พักเสนอให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบี เป็นจำ� นวนมากบางรายก็เขียนหนังสือเขียนคู่มือลักษณะเป็นe-bookให้ดาวน์โหลด 35 นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกของผู้เสนอให้เช่าที่พักผ่านแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบี 36 โดยการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจะต้องเสียค่าบริการเพื่อแลกกับการ เข้าถึงข้อมูลว่าในพื้นที่นั้น เช่น ในกรุงเทพมหานครในแต่ละเขต มีผู้เสนอที่พักกี่ราย ราคาเฉลี่ยในการเสนอที่พักอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ มีอัตราการจองกี่เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลา ___________________________ 35 ดู http://startitup.in.th/ebook-airbnb-entrepreneur-for-beginner/ 36 ผู้เสนอบริการให้ข้อมูลของผู้เข้าพักและผู้เสนอที่พักผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีคือ แอร์ดีเอ็นเอ www.airdna.com 83 เข้าพักเฉลี่ยกี่คืนต่อการเข้าพักหนึ่งครั้ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เสนอให้เช่า ที่พักได้ตัดสินใจก�ำหนดราคาที่พักและเงื่อนไขการเข้าพักต่างๆ ของตัวเอง ส�ำหรับพื้นที่ที่การท่องเที่ยวได้รับการพัฒนาจนกล่าวได้ว่าเป็น“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ที่ให้ค�ำจ�ำกัดความไว้ในพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย พ.ศ. 2522 ในมาตรา 4 ซึ่งให้ความหมาย“อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ว่าเป็น อุตสาหกรรมที่จัดให้มีหรือให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งภายในและ ภายนอกราชอาณาจักรโดยมีค่าตอบแทนซึ่งหมายถึงการให้ค่านายหน้าในการนำ� พา นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยว ซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ตามคำ� จำ� กัดความนี้ ในบางพื้นที่ ที่มีการให้ค่าตอบแทนในการน�ำพานักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ หรือที่้รูจักกันอย่าง ไม่เป็นทางการว่า“ค่าน�้ำ” เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ เป็นพื้นที่ที่การท่องเที่ยวพัฒนาเป็นอุตสาหกรรม ผู้เสนอที่พักให้เช่าผ่านแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบียังมีช่องทางในการหารายได้เพิ่มเติม จากการติดต่อจองทัวร์ มัคคุเทศก์ การขนส่ง้ รานค้า้ รานนวด สวนสัตว์ และอื่นๆ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ก็จะจ่ายค่าตอบแทน ให้กับผู้ที่นำ� พาหรือแนะนำ� ผู้ที่มาพักหรือนักท่องเที่ยว ซึ่งมีวิธีการจัดการที่เป็นระบบ โดยที่ผู้ที่มาพักหรือนักท่องเที่ยวไม่ทราบว่าเจ้าของที่พักได้ค่านายหน้า และยังมี กรณีที่เจ้าของที่พักเสนอบริการน�ำเที่ยวให้กับผู้ที่มาพักด้วยตนเองในราคาวันละ 2,500-3,000 บาท กรณีตัวอย่างท่ี 4 – กรณีศึกษาโอกาสและการสร้างงานใหม่ ท่ีเกิดจากแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี คุณสุดา ผู้บริหารระดับกลางบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีคอนโดมิเนียมที่ซื้อไว้ในลักษณะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 3 แห่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่เดิมคุณสุดาให้เช่าระยะยาว ทำ� สัญญาขั้นตำ่� กับผู้เช่าหนึ่งปีขึ้นไป คุณสุดา้รูจักแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบีจากการแนะน�ำของเพื่อนเมื่อครั้งเดินทางไป 84 ต่างประเทศ จึงมีความสนใจและทดลองน�ำคอนโดมิเนียม หนึ่งแห่งที่ยังไม่มีผู้เช่าออกเสนอให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบี ต่อมาได้รับการตอบรับที่ดีจึงได้น�ำคอนโดอีก สองแห่งเสนอให้เช่ารายวันด้วยภายหลังจากหมดสัญญาเช่า กับผู้เช่า เมื่อมีที่พักสามแห่ง คุณสุดาไม่สามารถเตรียมห้อง ทำ� ความสะอาดมอบกุญแจให้กับผู้เข้าพักได้ด้วยตัวเองเนื่องจาก มีงานประจำ� ที่ต้องทำ� คุณสุดาจึงต้องหาคนที่จะช่วยรับผิดชอบ ในส่วนนี้ ในตอนแรกคุณสุดาจ้างแม่บ้านที่ท�ำความสะอาด คอนโดซึ่งท�ำงานเป็นลูกจ้างบริษัทท�ำความสะอาดแห่งหนึ่ง ที่ได้รับสัญญาจ้างให้ท�ำความสะอาดคอนโดมิเนียมแห่งนั้น แต่เนื่องจากแม่บ้านมีงานประจำ� ที่จะต้องทำ� จึงทำ� ให้ไม่สะดวก ท�ำในเวลาท�ำงาน ประกอบกับคุณสุดามีที่พัก 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ ห่างกัน จึงประสบปัญหาในการจัดการพอสมควร คุณสุดาจึง ปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อน เพื่อนของคุณสุดามีน้องสาวที่เพิ่ง เรียนจบและอยู่ระหว่างหางานท�ำ จึงได้แนะน�ำน้องสาวคือ คุณส้มให้ช่วยจัดการที่พักของคุณสุดา คุณส้มรับจัดการที่พักทั้งสามแห่งให้คุณสุดา ตั้งแต่ การติดต่อกับผู้ที่ประสงค์จะมาพัก เนื่องจากคุณสุดาท�ำงาน ประจำ� จึงไม่มีเวลาตอบคำ� ถามจากผู้ประสงค์เข้าพักได้รวดเร็ว บางครั้งจึงเสียโอกาสในการได้รับการจอง คุณส้มมีส่วนแบ่ง รายได้ 30% ของรายได้จากการให้เช่า คุณส้มท�ำหน้าที่ตอบ ค�ำถาม ท�ำความสะอาด เตรียมที่พัก มอบกุญแจ และคอย ประสานงาน เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการ เดินทางแล้วมีรายได้ต่อเดือนประมาณหมื่นกว่าบาท คุณส้ม เห็นเป็นโอกาสทางธุรกิจ จึงรับเป็นผู้จัดการห้องพักให้ผู้อื่น โดยส้รางเว็บไซต์และโฆษณาทางโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันคุณส้ม รับดูแลที่พักให้เจ้าของห้องประมาณ 20 แห่ง คุณส้มจ้างลูกจ้าง มาช่วยอีกสามคน คนหนึ่งทำ� หน้าที่ซักชุดเครื่องนอน อีกสองคน 85 รวมทั้งตัวเธอเองท�ำความสะอาดและมอบกุญแจให้ผู้มาพัก ปัจจุบันหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วคุณส้มมีรายได้ 30,00050,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลาในหนึ่งปี 3.2.3 ความสัมพันธ์เชิงอำ� นาจระหว่างแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี เจ้าของท่ีพัก และผู้เช่า ในเว็บไซต์ของแอร์บีเอ็นบี แอร์บีเอ็นบีเรียกตัวเองว่าเป็น“ตลาดชุมชน ที่เชื่อถือได้”(A trusted community marketplace) ในความเป็นจริงอาจมิได้ เป็นอย่างที่แอร์บีเอ็นบีกล่าวอ้างทั้งหมด ผู้วิจัยพบว่าแอร์บีเอ็นบีมีอ�ำนาจเหนือ ผู้ให้เช่าและผู้เช่า และพยายามควบคุมความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจการใช้งานแอปพลิเคชันและอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม ในหลากหลายรูปแบบ การรวมกลุ่มของผู้เสนอห้องพักให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ให้ค�ำแนะน�ำซึ่งกันและกัน แต่ยังไม่น�ำไปสู่การต่อรองหมู่ 1) การสร้างสภาพควบคุมผ่านอัลกอริทึ่ม- ระบบการให้คะแนนและ การให้ความคิดเห็น(Rating and Review) แอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีจะมีระบบการให้คะแนนและความคิดเห็น 86 การให้คะแนนทั้งสองฝ่ายสามารถให้ดาวกับอีกฝ่ายในแต่ละหมวด ซึ่งประกอบด้วย ความถูกต้อง การสื่อสาร ความสะอาด ต�ำแหน่งที่ตั้ง การเช็กอิน และความคุ้มค่า ซึ่งเป็นระบบการให้คะแนนสองฝั่ง(2-sided reviewing) กล่าวคือ ภายหลังการพัก สิ้นสุดลง ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าสามารถที่จะให้คะแนนและให้ความคิดเห็นที่มี ต่อกันได้ภายในกำ� หนดระยะเวลา14วันหลังจากการเข้าพักสิ้นสุดลงเมื่อทั้งสองฝ่าย ให้คะแนนและความคิดเห็นแล้ว คะแนนและความคิดเห็นจะปรากฏหน้าบนโปรไฟล์ ของทั้งสองฝ่าย และปรากฏบนหน้าของที่พักด้วย นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการ เขียนข้อความโต้ตอบได้ ภายหลังจากความคิดเห็นปรากฏบนหน้าโปรไฟล์ของ ทั้งสองฝ่ายแล้ว มีผู้ท�ำการศึกษาเรื่องการให้คะแนนและความคิดเห็นของเจ้าของที่พัก และผู้เข้าพักผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี(Zervas et al. 2015) แล้วพบว่าผู้ให้ คะแนนทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มที่จะให้คะแนนที่ดีเกินกว่าความเป็นจริงด้วยเหตุผล ต่างๆ ส่วนหนึ่งเนื่องจากระบบการให้คะแนนและความเห็นแบบสองฝ่ายได้ส้ราง ความกลัวให้กับทั้งสองฝ่ายด้วยเช่นกัน หากทำ� การประเมินอีกฝ่ายต่�ำ ก็จะได้รับ การประเมินกลับที่ต่�ำด้วย ในข้อนี้นักวิจัยของ JELI ได้ท�ำการสัมภาษณ์เจ้าของ ที่พักและผู้เข้าพักในประเด็นนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย โดยฝ่ายเจ้าของที่พักนั้น ให้ข้อมูลว่าหากคะแนนเฉลี่ยน้อยจะมีผลต่ออัตราการเข้ามาดูที่พักของผู้เช่า เพราะ อัลกอริทึ่มของแอปพลิเคชันจะแสดงที่พักในหน้าการค้นหาที่พักไว้ล�ำดับตำ่� กว่า ผู้ที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูง และหากคะแนนเฉลี่ยสูงก็สามารถตั้งราคาที่พักให้สูงได้ ซึ่งสอดคล้องกับงานศึกษาของ เทิบเนอร์(Teubner et al. 2016) ที่ว่าคะแนนเฉลี่ย และความเห็นมีผลต่อความน่าเชื่อถือและเชื่อมโยงกับการกำ� หนดราคาที่พักที่สูงขึ้น คะแนนเฉลี่ยที่สูงและความคิดเห็นที่ดีส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ และ ต�ำแหน่งการแสดงผลในหน้าการค้นหา ท�ำให้มีโอกาสที่จะได้รับการจองที่มากขึ้น จากการสำ� รวจพบว่าผู้บริโภคทั่วโลก 70% ให้ความเชื่อถือคะแนนและความคิดเห็น ของเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีการเปิดช่องทางให้มีการให้คะแนนและความ คิดเห็น 37 การตอบกลับที่รวดเร็วส่งผลต่อโอกาสในการปิดการขายที่รวดเร็ว คะแนน ___________________________ 37 ดูการสำ� รวจของ Nielson ได้ที่ http://www.nielsen.com/us/en/press-room/2012/nielsenglobal-consumers-trust-in-earned-advertising-grows.html 87 เฉลี่ยที่สูงขึ้น และความคิดเห็นจากผู้เข้าพักที่ดี แอร์บีเอ็นบีจึงควบคุมให้เจ้าของ ที่พักตอบกลับค�ำถามและค�ำขอจองอย่างรวดเร็วโดยระบบมีการให้คุณให้โทษ ผ่านอัลกอริทึ่มของแอปพลิเคชัน การตอบกลับที่รวดเร็วของผู้เสนอที่พักผ่านแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี เมื่อผู้สนใจเข้าพักมีข้อซักถาม จะถูกอัลกอริทึ่มนำ� มาใช้ในการคำ� นวณเพื่อจัดลำ� ดับ การแสดงผลด้วย เนื่องจากการตอบกลับที่รวดเร็วส่งผลต่อโอกาสที่มากขึ้นในการ ได้รับการจอง ตามการศึกษาของกูเกิ้ลซึ่งได้ท�ำการศึกษาโอกาสทางธุรกิจจาก การสนองตอบความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลาอันสั้น(micro moment) พบว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสมาร์ตโฟนท�ำให้มีความสะดวกในการ หาข้อมูลของสินค้าและบริการได้ทุกเวลาและสถานที่ การสนองตอบลูกค้า เช่น การตอบค�ำถามอย่างทันทีทันใด เพิ่มโอกาสในการขายมากถึง 58% 38 ดังนั้นการ ตอบข้อสงสัยของเจ้าของที่พักจึงเพิ่มโอกาสในการขายให้กับแอร์บีเอ็นบีด้วย แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีจึงแสดงผลที่พักซึ่งเจ้าของที่พักตอบค�ำถามอย่างรวดเร็ว ในอันดับต้นๆ เนื่องจากเจ้าของที่พักมีแนวโน้มที่จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพิ่ม โอกาสในการได้รับการจอง ผู้ที่ตอบค�ำถามหรือตอบรับการจองช้า หรือไม่ตอบ ภายในเวลาที่ก�ำหนด นอกจากจะแสดงผลในล�ำดับหลัง ยังมีโอกาสที่จะถูกระงับ บัญชีอีกด้วย จึงมีแนวโน้มว่าผู้ให้เช่าที่ทำ� เป็นอาชีพหลักซึ่งมีเวลามากกว่าผู้ให้เช่า ที่ต้องท�ำอาชีพอื่น จะสามารถตอบสนองได้รวดเร็วกว่า และมีโอกาสที่จะได้รับ การจองมากกว่าจากการจัดล�ำดับการแสดงผลของแอร์บีเอ็นบี การจัดอันดับการ แสดงผลนับเป็นการส้รางสภาพควบคุมเหนือผู้ให้เช่าของแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี รูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบียังมีรูปแบบการให้รางวัลเจ้าของที่พัก ที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูง และมีอัตราการตอบกลับที่รวดเร็ว โดยมีการมอบตรา“เจ้าของ ที่พักดีเด่น”(Superhost) ให้กับเจ้าของที่พักที่มีผลงานตามเกณฑ์ที่ก�ำหนดภายใน ระยะเวลา 1 ปี เจ้าของที่พักดีเด่นจะได้รับคูปองเพื่อใช้ในการเข้าพักที่พักในแอร์บีเอ็นบี มูลค่า 100 เหรียญสหรัฐ และการมีตราเจ้าของที่พักดีเด่นยังส่งผลต่อความ ___________________________ 38 รายงานของกูเกิ้ลเข้าถึงได้ที่ https://think.storage.googleapis.com/images/micromomentsguide-to-winning-shift-to-mobile-download.pdf 88 น่าเชื่อถือและเชื่อมโยงกับราคาที่พักที่สูงขึ้น(Zervas et al. 2015b) การประเมิน การเป็นเจ้าของที่พักดีเด่นของแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีจะกระท�ำทุกสามเดือน เจ้าของที่พักจึงต้องพยายามที่จะรักษาตราเจ้าของที่พักดีเด่น ด้วยการท�ำคะแนน ให้สูงกว่าเกณฑ์และต้องตอบสนองต่อค�ำถามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแอร์บีเอ็นบี ท�ำการประเมินจากคะแนน ความเร็วและอัตราการตอบกลับ โดยที่เกณฑ์ดังกล่าว บริษัทแอร์บีเอ็นบีจะเป็นผู้ก�ำหนดเงื่อนไขการประเมินเอง ซึ่งเป็นการส้รางสภาพ ควบคุมเหนือผู้ให้เช่าห้องพักรูปแบบหนึ่ง 2) การสร้างสภาพบังคับและการท�ำโทษ – กรณีการยกเลิกการจองและการตอบสนองต่�ำกว่ามาตรฐาน การยกเลิกการจองมี 2 ลักษณะ คือการยกเลิกการจองโดยผู้เข้าพักและ การยกเลิกการจองโดยเจ้าของที่พัก การยกเลิกการจองโดยผู้เข้าพักนั้นจะถูกหัก ค่าบริการและค่าที่พักหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการก�ำหนดของเจ้าของที่พัก ซึ่งก�ำหนดได้ 3 รูปแบบ คือ • แบบยืดหยุ่น(Flexible) การยกเลิกก่อนหน้าการเข้าพัก 1 วัน ผู้เข้าพัก จะได้เงินคืนเต็มจ�ำนวน หากยกเลิกก่อนเข้าพักไม่ถึงหนึ่งวัน จะถูกหักค่าที่พัก ส�ำหรับคืนแรกรวมทั้งค่าบริการที่ต้องจ่ายให้แอร์บีเอ็นบี และหากยกเลิกหลังจาก เข้าพักแล้วก็จะถูกหักเฉพาะจ�ำนวนคืนที่เข้าพักจริงและค่าบริการที่ต้องจ่ายให้ แอร์บีเอ็นบี • แบบปานกลาง(Moderate) การยกเลิกก่อนหน้าเข้าพักมากกว่า 5 วัน จะไม่ถูกหักค่าที่พัก หากยกเลิกการจองก่อนหน้าวันเข้าพักไม่ถึง 5 วัน จะถูกหัก ค่าที่พักคืนแรกเต็มจำ� นวนรวมทั้งค่าบริการที่ต้องจ่ายให้แอร์บีเอ็นบี และคืนที่เหลือ ครึ่งจ�ำนวน และหากยกเลิกหลังจากที่เข้าพักไปแล้ว จะถูกหักจำ� นวนครึ่งหนึ่งของ จ�ำนวนคืนที่ไม่ได้เข้าพักรวมทั้งค่าบริการที่ต้องจ่ายให้แอร์บีเอ็นบี • แบบเข้มงวด(Strict) การยกเลิกก่อนหน้าเข้าพักมากกว่า 7 วันจะถูก หักค่าที่พักครึ่งหนึ่ง หากยกเลิกการจองก่อนหน้าวันเข้าพักไม่ถึง 7 วัน จะถูกหัก ค่าที่พักทั้งหมดรวมทั้งค่าบริการที่ต้องจ่ายให้แอร์บีเอ็นบี 89 นโยบายการยกเลิกที่ตั้งโดยผู้ให้เช่า มีผลต่อการตัดสินใจของผู้เข้าพัก การก�ำหนดนโยบายการยกเลิกแบบยืดหยุ่น มีผลให้ผู้เข้าพักตัดสินใจเลือกมากกว่า เนื่องจากหากเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่สามารถเข้าพักตามที่ได้วางแผนไว้ แต่แรกก็จะได้เงินคืนทั้งหมด แต่การก�ำหนดเงื่อนไขแบบนี้ก็เพิ่มความเสี่ยงให้กับ ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องพักเพราะหากเกิดการยกเลิกในช่วงเวลาก่อนเข้าพักเพียงหนึ่งวัน นอกจากจะไม่ได้ค่าที่พักแล้วยังเสียโอกาสในการให้ผู้เข้าพักรายอื่นเช่าโดยไม่ได้ ค่าตอบแทนหรือชดเชยใดๆ การยกเลิกการจองโดยเจ้าของที่พักนั้น สามารถทำ� ได้แต่จะถูกอัลกอริทึ่ม ของแอร์บีเอ็นท�ำโทษ และต้องเสียค่าปรับให้กับแอร์บีเอ็นบี โดยที่ค่าปรับจ�ำนวนนี้ แอร์บีเอ็นบีไม่ได้น�ำไปชดเชยให้กับผู้จองแต่อย่างใด การยกเลิกโดยเจ้าของที่พัก สามารถท�ำได้หนึ่งครั้งภายใน 6 เดือน หากยกเลิกครั้งที่ 2 ภายในหกเดือน เจ้าของ ที่พักจะต้องเสียค่าปรับจ�ำนวน 50 เหรียญสหรัฐ และหากยกเลิกครั้งที่ 3 ภายใน หกเดือน จะต้องเสียค่าปรับ 100 เหรียญสหรัฐ และจะถูกปิดบัญชี การขอยกเลิกการจองโดยเจ้าของที่พักนั้นนอกจากจะเสียค่าปรับให้ แอร์บีเอ็นบีแล้ว ยังมีผลท�ำให้สถานะเจ้าของที่พักดีเด่นสิ้นสุดลงเมื่อถึงรอบการ ประเมิน นอกจากนี้อาจจะมีข้อความอัตโนมัติขึ้นในส่วนที่เป็นการแสดงความคิดเห็น ในหน้าโปรไฟล์ของเจ้าของที่พัก ว่าได้ทำ� การยกเลิกการจอง และมีผลต่อลำ� ดับการ แสดงผลในหน้าการค้นหาที่พัก แต่หากเจ้าของที่พักหรือผู้เข้าพักมีเหตุจำ� เป็น อันเป็นเหตุผลที่แอร์บีเอ็นบี เห็นว่าเหมาะสม ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของแอร์บีเอ็นบี เช่น เจ้าของที่พักหรือ บุคคลในครอบครัวเสียชีวิต ป่วยหนัก จนไม่สามารถที่จะอ�ำนวยความสะดวกให้ ผู้ที่เข้าพักได้ หรือมีเหตุการณ์ ภาวะฉุกเฉินที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย โรคระบาด ที่พักได้รับความเสียหายจนอาจส่งผลต่อความปลอดภัย ศาลมีค�ำสั่งสั่งห้าม หากแสดงหลักฐานให้แอร์บีเอ็นบีเชื่อได้เป็นที่น่าพอใจ แอร์บีเอ็นบีก็อาจจะยกเลิก ค่าปรับและมาตรการให้โทษต่างๆ 39 ผู้ให้เช่ารายหนึ่งให้ข้อมูลกับผู้วิจัยว่า ได้ทำ� การ ยกเลิกการจองเนื่องจากไม่สะดวกให้ผู้เข้าพักเช่าในวันและเวลาที่มีการจอง โดย ___________________________ 39 https://www.airbnb.com/help/article/1320/what-is-airbnb-s-extenuating-circumstancespolicy 90 ผู้ให้เช่าไม่ได้ท�ำการปิดการจองในระบบไว้ก่อน และเมื่อไม่ต้องการเสียสถานะ และค่าปรับจึงต้องไปคลินิกเพื่อขอใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อแอร์บีเอ็นบี เพื่อให้ ยกเว้นค่าปรับและมาตรการท�ำโทษทั้งหลาย นอกจากนี้ แอร์บีเอ็นบียังสามารถท�ำการยกเลิกบัญชีของเจ้าของที่พัก หากไม่สามารถตอบสนองนโยบายของแอร์บีเอ็นบีในกรณีดังนี้ 40 • เจ้าของที่พักปล่อยให้ค�ำขอจองหรือข้อซักถามเกี่ยวกับการจอง หมดอายุติดต่อกัน 4 ครั้ง • เจ้าของที่พักปฏิเสธคำ� ขอจองหรือข้อซักถามเกี่ยวกับการจองติดต่อกัน หลายครั้ง • เจ้าของที่พักที่มักใช้เวลามากกว่า 7 วันในการเสนอการจอง กรณีตัวอย่างท่ี 5 – กรณีศึกษาสภาพบังคับ การทำ� โทษ และความเ็ปนส่วนตัว คุณภูมิ ผู้เสนอที่พักให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบีในจังหวัดเชียงใหม่ ที่พักที่เขาเสนอให้เช่ารายวัน คือห้องว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ภายในบ้านที่เขาอาศัยอยู่กับ มารดาเพียงสองคน คุณภูมิให้ข้อมูลกับผู้วิจัยว่าเขาถูกแอร์บีเอ็นบีหักเงิน 50 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากเขายกเลิกการจอง ของผู้ที่ต้องการเข้าพัก2ครั้งในหกเดือนครั้งแรกตัวเขามีธุระด่วน ต้องเดินทางไปต่างประเทศกะทันหัน เนื่องจากอาชีพหลักคือ การเป็นช่างภาพข่าวเชิงสารคดีอิสระที่ในบางครั้งผู้ว่าจ้างติดต่อ ว่าจ้างและกำ� หนดให้เขาต้องเดินทางไปทำ� งานในช่วงระยะเวลา ที่กระชั้นชิด จึงท�ำให้ไม่สะดวกที่จะให้แขกเข้าพัก เนื่องจาก ช่วงเวลาดังกล่าวที่บ้านเขาจะมีมารดาสูงวัยอาศัยอยู่เพียง ___________________________ 40 https://www.airbnb.com/help/article/489/why-was-my-listing-deactivated 91 ล�ำพัง ครั้งที่สองที่เขาปฏิเสธการเข้าพักหลังจากที่ผู้เข้าพัก จองเข้ามาแล้ว เนื่องจากมารดาของเขาประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม ในห้องน�้ำ ท�ำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลและตัวเขาต้องคอยดูแล มารดา สภาพจิตใจและเวลาที่เขาต้องใช้ไปในการดูแลมารดา ทำ� ให้เขาเลือกที่จะปฏิเสธการเข้าพักที่จองที่พักเขาไว้ล่วงหน้า แม้เขาจะได้ตอบรับไปแล้ว การบอกยกเลิกนี้ก็ท�ำล่วงหน้าก่อน ถึงก�ำหนดเข้าพักประมาณหนึ่งสัปดาห์ แม้แอร์บีเอ็นบีจะเปิด โอกาสให้เขาชี้แจงได้ โดยการส่งหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเขา มีเหตุจำ� เป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จากการเจ็บป่วยกะทันหัน ของคนในครอบครัว แต่คุณภูมิเห็นว่าเป็นเรื่องเกินความจ�ำเป็น ที่เขาจะต้องทำ� แบบนั้น เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว คุณภูมิไม่เห็น ความจำ� เป็นที่จะต้องนำ� หลักฐานทางการแพทย์ของมารดาเพื่อ ชี้แจงกับแอร์บีเอ็นบี และการแจ้งยกเลิกล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์ ก็เป็นเวลาที่มากพอที่ผู้เข้าพักจะได้หาที่พักอื่น หากเงินจ�ำนวน ที่หักจากคุณภูมิไปถูกน�ำไปใช้ชดเชยให้กับผู้เข้าพักที่ได้รับ ความเสียหายจากการไม่ได้เข้าพักคุณภูมิคิดว่าเป็นเรื่องที่อาจจะ พอยอมรับได้เงินจำ� นวนนี้ไม่ได้ถูกหักเพื่อนำ� ไปใช้ในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว แต่เป็นการหักเพื่อท�ำโทษและเพื่อส้รางสภาพบังคับ เหนือเขา เขาจึง้รูสึกไม่พอใจที่แพลตฟอร์มจะมีอำ� นาจที่จะสั่งให้ เขาต้องปฏิบัติตามลักษณะนี้ เหตุการณ์นี้ยังมีผลทำ� ให้เขาเสียเครื่องหมายซุปเปอร์โฮสต์ และบนหน้าแสดงความคิดเห็น ระบบได้ขึ้นข้อความว่า เขาได้ท�ำการยกเลิกการเข้าพักของผู้ที่จะเข้าพัก เขา้รูสึกว่า หลังจากนั้นอัตราการเข้าดูที่พักของเขาลดลง ได้รับการจอง น้อยลง การแสดงผลถูกลดล�ำดับลงไปอยู่รายการล�ำดับหลัง จนเขาตัดสินใจเลิกให้เช่าที่พักของตัวเองในที่สุด 92 3) การผลักภาระและความเสี่ยงให้เจ้าของที่พักและผู้เข้าพัก ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีทั้งผู้ที่เสนอที่พักให้เช่ารายวัน และผู้ที่ ต้องการเช่า จะมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนขณะท�ำการส้รางบัญชี การยืนยันตัวตน ในการเปิดบัญชีนั้นนอกเหนือจากบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Email) และ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ต้องมีเพื่อทำ� การเปิดบัญชี แอร์บีเอ็นบี ยังส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการแสดงตัวตนด้วยวิธีการอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น บัตรประจำ� ตัว ประชาชน หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ที่หน่วยงานราชการออกให้ บัญชีบัตรเครดิต โปรไฟล์โซเชียลมีเดียอื่นๆ อาทิ เฟซบุ๊ก(Facebook) บัญชีของกูเกิ้ล(Google account) และ ลิงก์อิน(LinkedIn) การที่ผู้ใช้ยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบต่างๆ มากเท่าไหร่ยิ่งเป็นการส้รางความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง โดยเฉพาะเอกสารที่ ออกให้โดยราชการ อย่างไรก็ดี การตรวจสอบเอกสารที่ออกให้โดยราชการ นำ� มาซึ่ง ความเคลือบแคลงถึงสิทธิของแอร์บีเอ็นบีที่มีเหนือผู้ใช้บริการ และความสามารถ ในการตรวจสอบของแอร์บีเอ็นบีซึ่งให้บริการใน191ประเทศทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพ มากเพียงใด เนื่องจากแอร์บีเอ็นบีจะต้องส่งต่อให้บุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้ที่อาศัย อยู่ในประเทศนั้นๆ ท�ำการตรวจสอบอีกทอดหนึ่ง จึงมีการตั้งค�ำถามถึงการรักษา ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ ประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้บริการ ส่งผลถึงความเสี่ยงในการติดตามตัวและความรับผิดชอบกรณีเกิดสิ่งผิดปกติ โดยผู้ให้เช่าหรือผู้เช่าตกเป็นของผู้ให้เช่าและผู้เช่า นอกจากนี้ส�ำหรับรูปภาพของ ที่พักซึ่งเจ้าของที่พักถ่ายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศหาผู้เช่า แอร์บีเอ็นบี ยังไม่มีขั้นตอนการตรวจสอบ ว่าเป็นรูปที่ถ่ายมาจากสถานที่จริงหรือไม่ ความเสี่ยง ดังกล่าวตกเป็นของผู้เช่า มาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ระบบตรวจจับ ควัน ซึ่งเป็นมาตรฐานสำ� หรับโรงแรมทั่วไป ไม่ได้เป็นข้อกำ� หนดพื้นฐานสำ� หรับที่พัก มีความคลุมเครือในเรื่องของความรับผิดชอบต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้ โครงส้รางพื้นฐานส่วนกลางร่วมกัน เช่น กรณีห้องพักในอาคารชุด ซึ่งงบประมาณ ในการดูแลรักษา เป็นภาระของผู้เป็นเจ้าของห้องชุดทุกคนในอาคาร หากผู้เข้าพัก ท�ำความเสียหายแก่ทรัพย์สินส่วนกลาง เท่ากับภาระความรับผิดชอบถูกผลักให้ เจ้าของห้องชุดอื่นๆ ในอาคารด้วย หรือหากผู้เข้าพักเป็นสาเหตุให้เกิดอัคคีภัย ความ 93 เสียหายจะตกอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใด ในหลายพื้นที่ รวมทั้งในประเทศไทย การเปิดที่พักให้เช่ารายวันในบางกรณี เป็นการท�ำผิดกฎหมาย ตัวบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบี ไม่ได้ จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศนั้นๆ การรับผิดต่อกฎหมายต่างๆ จึงเป็นความเสี่ยง ที่ผู้เสนอให้เช่าที่พักผ่านแอร์บีเอ็นบีต้องแบกรับแต่เพียงฝ่ายเดียว ความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าของที่พักและเพื่อนบ้านของ เจ้าของที่พัก เนื่องจากผู้เข้าพักถือเป็นบุคคลแปลกหน้าที่เพื่อนบ้านของเจ้าของที่พัก ไม่้รูจักมักคุ้น ไม่เข้าใจวัฒนธรรมและกฎระเบียบของชุมชน ท�ำให้เกิดความ้รูสึก ไม่สบายใจ เกิดความวิตกต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สูญเสียความเป็น ส่วนตัว แม้แอร์บีเอ็นบีจะจูงใจเจ้าของห้องพักโดยการประกาศการรับประกันด้วย วงเงินสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30 ล้านบาท แต่เงื่อนไขการรับประกันมีความ ซับซ้อนและไม่ครอบคลุมความเสียหายหลายประการตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของ แอร์บีเอ็นบี เช่น เงินสดและหลักทรัพย์ สัตว์เลี้ยง การรับผิดส่วนบุคคล อาทิ การ ทำ�้ รายร่างกาย การลวนลาม การข่มขืน 41 บริเวณแบ่งปันหรือใช้ร่วมกัน อย่างไรก็ดี เมื่อตรวจสอบในเว็บไซต์ของแอร์บีเอ็นบีพบว่าประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศ ที่การประกันครอบคลุมถึง 42 นอกจากนี้ข้อมูลในเว็บไซต์ของแอร์บีเอ็นบี ผู้วิจัยยังพบว่าในข้อก�ำหนด การประกันความเสียหายระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ครอบคลุมบริเวณแบ่งปันหรือ ใช้ร่วมกัน 43 ดังนั้นกรณีของที่พักที่มีพื้นที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องชุดที่มีการใช้พื้นที่ ส่วนกลางร่วมกัน เช่นโถงทางเดิน พื้นที่ต้อนรับ สระว่ายนำ�้ ฯลฯ หากมีความเสียหาย เกิดขึ้น จะไม่ได้รับการชดเชยใดๆ รวมไปถึงที่พักที่มีการแบ่งห้องพักภายในบ้าน ___________________________ 41 การประกันคุ้มครองเจ้าของที่พักไม่บังคับใช้กับการรับผิดที่เกิดขึ้นจาก(1) การกระท�ำโดย เจตนา เช่น(ก) การประทุษ้รายหรือการท�ำ้รายร่างกาย และ(ข) การถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือ การลวนลาม(โดยเจ้าของที่พักหรือผู้รับประกันอื่น)(2) การสูญเสียรายได้(3) การบาดเจ็บ ส่วนบุคคลและการโฆษณา(4) เชื้อราหรือแบคทีเรีย(5) แผ่นฝ้าบุผนังมีมอด(6) โรคติดเชื้อ (7) การกระท�ำก่อการ้ราย(8) การรับผิดต่อผลิตภัณฑ์(9) มลพิษ และ(10) ใยหินหรือซิลิกา 42 ดูรายชื่อประเทศได้ที่ https://th.airbnb.com/host-protection-insurance 43 https://th.airbnb.com/guarantee 94 ให้เช่า การรับผิดจะไม่ครอบคลุมส่วนอื่นๆ ของบ้าน เช่น ห้องครัว ห้องรับแขก ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท แอร์บีเอ็นบีแนะน�ำให้พยายามตกลงกันเองก่อน หากตกลงกันไม่ได้จึงแจ้งตำ� รวจ หรือเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมก่อน จึงค่อยติดต่อฝ่าย บริการลูกค้า แม้ว่าแอร์บีเอ็นบีจะเปิดโอกาสให้เจ้าของที่พักสามารถเรียกเก็บเงิน ประกันความเสียหายจากผู้เข้าพัก แต่การเรียกเก็บเงินประกันความเสียหายส่งผล ต่อการตัดสินใจในการเข้าพัก และในเว็บไซต์ยังระบุอีกว่า เงินประกันการเสียหาย ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการใช้งานปกติ เช่น หากโซฟาเสียหายจากการ ที่ลูกค้านั่ง ไม่สามารถหักค่าเสียหายจากเงินประกันความเสียหายได้ ผู้วิจัยได้ ข้อมูลจากเจ้าของที่พักรายหนึ่ง ซึ่งผู้เข้าพักท�ำโต๊ะรับประทานอาหารเสียหายโดย การนำ� กระเ๋ปาเดินทางไปวางซึ่งเป็นการใช้งานที่ไม่เป็นปกติ แต่เมื่อทำ� การสอบถาม ไปยังฝ่ายบริการลูกค้า พบว่า แอร์บีเอ็นบีปฏิเสธที่จะท�ำการชดเชยค่าเสียหายให้ หรืออีกกรณีผู้เข้าพักท�ำขวดยาทาเล็บตกแตก ท�ำให้พื้นซึ่งเป็นไม้ลามิเนตเปื้อนสี ยาทาเล็บ เมื่อเจ้าของที่พักแจ้งเรียกเก็บค่าเสียหาย แอร์บีเอ็นบีแจ้งกลับมาเป็น ความเสียหายเล็กน้อย ให้เอาแอลกอฮอล์เช็ดทำ� ความสะอาด ซึ่งเจ้าของที่พักเกรงว่า การใช้แอลกอฮอล์จะยิ่งท�ำความเสียหายให้กับพื้นไม้ลามิเนตมากกว่าเดิม ขั้นตอนในการเรียก้รองค่าเสียหาย แอร์บีเอ็นบีก�ำหนดให้ต้องส่งหลักฐาน ประกอบ คือ รูปของเสียหายที่ก�ำลังเรียก้รอง ใบแจ้งความต�ำรวจที่แสดงความ เสียหายใดก็ตามที่เกิน 300 เหรียญสหรัฐ ใบเสร็จหรือหลักฐานอื่นที่แสดงมูลค่า ตลาดหรือต้นทุนที่เป็นธรรม หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของ เอกสารอื่นใดก็ตาม ที่เจ้าของที่พัก้รูสึกว่ามีประโยชน์ในการดำ� เนินการคำ� ขอ จะพบว่าในความเป็นจริง เป็นเรื่องล�ำบากไม่น้อยที่เจ้าของที่พักจะมีเอกสารต่างๆ ครบถ้วน อาทิ ใบเสร็จ หรือหลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของ และในกรณีที่ค่าเสียหายเกิน 300 เหรียญสหรัฐ ต้องมีการแจ้งความ ซึ่งเป็นเรื่องยากส�ำหรับเจ้าของที่พัก เนื่องจากการเอาห้อง ออกให้เช่าลักษณะนี้เป็นการท�ำผิดกฎหมายที่มีโทษทั้งจ�ำคุกและปรับ การไป แจ้งความกรณีทรัพย์สินเสียหายนี้ก็เป็นการเสี่ยงต่อการถูกเจ้าหน้าที่ดำ� เนินคดีกับ ผู้ให้เช่าเองอีกด้วย ผู้ให้เช่าจึงเป็นผู้ต้องแบกรับความเสี่ยงหลายประการ นอกเหนือจากภาวะเสี่ยงที่แอร์บีเอ็นบีผลักให้เป็นภาระของเจ้าของที่พัก และผู้เช่า จะเห็นได้ว่าภาระเสี่ยงยังตกถึงผู้อื่นและสังคมอีกด้วย มีงานศึกษา 95 จ�ำนวนหนึ่งชี้ให้เห็นว่า แอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีส่งผลให้เกิดวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ในเมืองใหญ่ เจ้าของที่พักหันมาใช้แอร์บีเอ็นบีเป็นช่องทางในการให้เช่ารายวัน จนทำ� ให้จำ� นวนอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าระยะยาวลดลง และราคาของการเช่าระยะยาว สูงขึ้น(Lee 2016) 3.2.4 ผลกระทบท่ีมีต่อตลาดแรงงานภาคบริการท่ีพักอาศัย การถือก�ำเนิดของแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีส่งผลกระทบกับตลาดแรงงาน แม้จะไม่ส่งผลกระทบทางตรงเท่าใดนัก ซึ่งต่างจากแพลตฟอร์มบริการขนส่งที่ส่งผล กระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงาน แต่แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีก็ส่งผลกระทบทางอ้อม ต่อธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการจ้างงานในภาคบริการซึ่งมีการจ้างงานจำ� นวนมาก แม้ในประเทศไทยจะยังไม่มีการศึกษาผลกระทบที่เป็นรูปธรรม แต่มีงานศึกษา จ�ำนวนมากเผยให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อธุรกิจในหลายมิติ เช่นงานศึกษา ความสามารถในการท�ำก�ำไรของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากแอร์บีเอ็นบี ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งพบว่า จ�ำนวนที่พักที่เสนอผ่านแอร์บีเอ็นบี ในบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มากขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการท�ำก�ำไรของ โรงแรมน้อยลง(Aznar et al. 2017) หรืองานศึกษาของ Zervas และคณะ(Zervas et al. 2015b) ที่หาความสัมพันธ์ของจ�ำนวนห้องพักที่เสนอผ่านแอปพลิเคชัน ในเมืองออสติน มลรัฐเท็กซัส พบว่าจ�ำนวนห้องพักในแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบี ที่เพิ่มขึ้น 10% จะท�ำให้ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ต่อห้องน้อยลง 0.37% ซึ่งแม้จะเป็น ตัวเลขที่ไม่ดูเหมือนไม่มาก แต่หากใช้ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างในการดูผลกระทบที่ เกิดขึ้นต่อธุรกิจโรงแรมอย่างคร่าวๆ โดยพิจารณาอัตราการเติบโตของจำ� นวนห้องพัก บนแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีในประเทศไทยซึ่งมีอัตราเพิ่มต่อปี 93% จะพบว่าธุรกิจ โรงแรมจะมีรายได้ลดลงต่อห้องปีละประมาณ 3.5% ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการโรงแรม แม้ไม่มีตัวเลขที่มาจาก การศึกษาวิจัย แต่ผู้ประกอบการต่างก็เชื่อว่า ธุรกิจของตนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ โรงแรมขนาดเล็กซึ่งไม่มีสาธารณูปโภคอื่น เช่น ห้องอาหาร ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง และสัมมนาอันเป็นช่องทางในการหารายได้นอกเหนือจากการให้เช่าที่พักผู้ประกอบ96 การโรงแรมขนาดเล็กซึ่งมีราคาที่พักไม่สูงมากเหล่านี้ได้รับผลกระทบมากกว่าโรงแรม ขนาดใหญ่ และมองว่าการมาของแอร์บีเอ็นบี เป็นการทำ� ให้ตลาดเกิดภาวการณ์ แข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากโรงแรมเหล่านี้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ ต่างๆ ซึ่งท�ำให้มีต้นทุนประกอบการที่สูงกว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่เห็นผลกระทบ ที่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากจำ� นวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยมีจำ� นวน มากขึ้นด้วยจึงเป็นเรื่องยากที่จะชี้วัดจากผลโดยใช้ผลประกอบการแต่เพียงอย่างเดียว ดังนั้นหากพิจารณาผลกระทบโดยดูจากตัวเลขการจ้างงานในภาคบริการที่พักอาศัย จึงอาจจะยังคงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำ� คัญจากผลกระทบของแอร์บีเอ็นบี เท่าใดนัก ข้อเท็จจริงเรื่องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ถือเป็นข้อค้นพบที่ผู้วิจัยพบว่า เกิดขึ้นจริง ผู้ที่นำ� ห้องพักที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือซื้อในลักษณะเป็นการลงทุนไว้เพื่อ ส้รางรายได้โดยการให้เช่า มาเสนอให้เช่าบนแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีล้วนท�ำผิด กฎหมายข้อใดข้อหนึ่งดังที่ได้กล่าวถึงในส่วนก่อนหน้า ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรม ที่มีข้อผูกพันทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามทั้งในส่วนของกฎหมายเกี่ยวกับอาคาร กฎหมายเกี่ยวกับโรงแรม ทั้งยังมีเรื่องของกฎหมายแรงงานที่ต้องปฏิบัติต่อลูกจ้าง ที่ทำ� งานในโรงแรม ขณะที่แม้แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีจะเอื้อให้เกิดการจ้างงานใหม่ๆ จริง เช่น การจ้างท�ำความสะอาดที่พัก การรับส่งผู้มาพัก ฯลฯ แต่แรงงานที่ท�ำงาน เกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานใหม่นั้น ไม่มีหลักประกันจากผู้ว่าจ้าง ไม่มีข้อผูกพันทาง กฎหมาย รวมทั้งเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม เนื่องจากถูกมองเป็นแรงงานอิสระ ในต่าง ประเทศจึงมีการพยายามส้รางความกดดันจากสหภาพแรงงาน ให้แอร์บีเอ็นบี ต้องมีมาตรการที่จะทำ� ให้การจ้างงานใหม่ที่เกิดจากความเกี่ยวเนื่องนี้ ได้รับค่าแรง ที่เป็นธรรมและได้รับสิทธิ์ต่างๆ ตามกฎหมาย 44 ในขณะเดียวกันแอปพลิเคชันแอร์บีเอ็นบีเองก็ได้ส้รางผลกระทบเชิงบวก ต่อตลาดแรงงาน ด้วยการเพิ่มโอกาสในการหารายได้จากทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ ลดกำ� แพงกีดขวางการเข้าสู่ตลาด เพิ่มช่องทาง ช่วยลดต้นทุนดำ� เนินการ ___________________________ 44 มีรายงานข่าวถึงความพยายามในการเจรจาระหว่างแอร์บีเอ็นบีกับสหภาพแรงงาน อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.theguardian.com/technology/2016/apr/18/airbnb-seiu-backlash-laborunion-deal-new-york-california 97 ของเจ้าของที่พัก ก่อให้เกิดการแข่งขัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งทำ� ให้ การท่องเที่ยวท�ำได้อย่างสะดวกและนักท่องเที่ยวอาจจะน�ำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายเป็น การกระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจอื่น และก่อให้เกิดการจ้างงาน เอื้อให้มีอาชีพเกิดใหม่ 3.2.5 งานบนแพลตฟอร์มบริการท่ีพักอาศัยกับการเ็ปนงานท่ีมีคุณค่า ในกรณีของงานบนแพลตฟอร์มบริการที่พักอาศัยโดยอาศัยกรอบความคิด เรื่องงานที่มีคุณค่าจะพบความน่าสนใจและความท้าทายในการพิจารณาอีกประการ ก็คือ ผู้น�ำที่พักออกให้เช่ารายวัน ไม่ได้พิจารณาตัวเองเป็นการท�ำงานหรือเป็น คนทำ� งานหากแต่พิจารณาตัวเองในฐานะผู้ประกอบการจึงไม่ได้สนใจและตั้งคำ� ถาม ถึงลักษณะของงานที่มีคุณค่าและสภาวะในการทำ� งานเท่าใดนัก ทั้งที่สมควรที่จะ พิจารณาเช่นเดียวกับงานทั่วไป ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยพบว่า งานบนแพลตฟอร์ม บริการที่พักอาศัย ในบริบทของการจ้างงาน ยังคงขาดการปกป้องทางสังคม แม้จะมี เสรีภาพในการพบปะแลกเปลี่ยนโดยมีการปรึกษาหารือ แบ่งปันประสบการณ์ ช่วยเหลือแนะนำ� กันระหว่างผู้เสนอที่พักให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์มมีการนัดพบกัน หรือรวมกลุ่มผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่ก็ไม่มีความสามารถในการรวมกลุ่ม เจรจาต่อรอง การจัดการแพลตฟอร์มเป็นสิทธิ์ของเจ้าของแพลตฟอร์มแต่เพียง ฝ่ายเดียว แพลตฟอร์มยังคงขาดความโปร่งใส การทำ� งานของอัลกอริทึ่มต่างๆ ของ แพลตฟอร์มเป็นไปโดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ใช้งานได้รับทราบ แพลตฟอร์มส้รางสภาพ ควบคุมเหนือผู้ใช้ ผ่านลำ� ดับการแสดงผลขึ้นกับความเร็วและความสามารถในการ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้สนใจจอง แม้ตัวแพลตฟอร์มไม่ถือเป็นสิ่งผิด กฎหมาย แต่การนำ� ห้องให้เช่ารายวันโดยไม่ปฏิบัติตามข้อกำ� หนดต่างๆ รวมทั้งด้าน ความปลอดภัยถือเป็นการท�ำผิดกฎหมาย การมีโอกาสในการได้รับการจองที่พัก ยังคงที่ไม่เท่าเทียมขึ้นอยู่กับการท�ำงานของอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม มีความ เป็นไปได้ที่จะถูกเลือกปฏิบัติจากการรูปแบบของการรีวิวและการให้คะแนน แม้ แพลตฟอร์มจะมีกลไกการจัดการความขัดแย้งอยู่บ้างแต่ยังไม่เพียงพอ เห็นได้จาก การที่แพลตฟอร์มแนะน�ำให้คู่ขัดแย้งแจ้งตำ� รวจท้องที่และพยายามแก้ไขข้อขัดแย้ง กันเองก่อน 98 3.3 การให้บริการทำ� ความสะอาด – แพลตฟอร์มบีนีท(BeNeat) 3.3.1 สถานการณ์ลูกจ้างทำ� งานบ้านในภาพรวม ผู้ประกอบอาชีพท�ำความสะอาดในบ้าน ได้รับการจัดหมวดหมู่อยู่ใน ประเภทงาน ลูกจ้างท�ำงานในบ้าน(Domestic Work) ตามค�ำจ�ำกัดความของ ILO ปัจจุบันเชื่อว่ามีผู้ประกอบอาชีพลูกจ้างท�ำงานในบ้านทั่วโลกกว่า 52.5 ล้านคน ในจ�ำนวนนี้เป็นเพศหญิงประมาณ 83%(Luebker et al. 2013) ILO คาดการณ์ว่า ในปัจจุบันมีแรงงานบังคับหรือแรงงานที่ถูกให้บังคับ ให้ท�ำงานโดยไม่สมัครใจ(Forced Labor) ทั่วโลก ประมาณ 20.9 ล้านคน และ แรงงานท�ำงานบ้านเป็นหนึ่งในกรณีที่ได้รับการรายงานว่าเป็นแรงงานบังคับ อยู่บ่อยครั้ง(ILO 2012) ในปี พ.ศ. 2554 ILO จึงได้ทำ� การประกาศอนุสัญญาองค์การ แรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189(Domestic Workers Convention No. 189) เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อลูกจ้างท�ำงานบ้าน 45 สำ� หรับประเทศไทย แต่เดิมไม่ได้มีการนับรวมลูกจ้างท�ำงานบ้านภายใต้ การคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2555 จึงได้มีการออกกฎ กระทรวงให้ได้รับการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ด้วย กระทรวงแรงงานจัดประเภทลูกจ้างท�ำงานบ้านอยู่ในจ�ำพวกแรงงานนอกระบบ แม้จะได้รับการคุ้มครองมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถเทียบเคียงกับมาตรฐานของ ILO และประเทศไทยยังคงไม่ได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาฉบับที่ 189 ของ ILO ดังกล่าว อย่างไรก็ตามการออกกฎกระทรวงให้มีการคุ้มครองลูกจ้างทำ� งานบ้าน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในปี พ.ศ. 2555 ด้วยนั้น ถือเป็นความก้าวหน้าสำ� คัญ ที่ท�ำให้ลูกจ้างท�ำงานบ้านได้รับการคุ้มครองมากขึ้น เช่น 1) มาตรา 28 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำ� สัปดาห์ สัปดาห์หนึ่ง ไม่น้อยกว่า 1 วัน ___________________________ 45 ดูอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189 ได้ที่ http://www.ilo.org/dyn/ normlex/en/f?p=NORMLEXPUB:12100:0::NO::P12100_ILO_CODE:C189 99 2) มาตรา 29 ให้นายจ้างก�ำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่า 13 วัน 3) มาตรา 32 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง 4) มาตรา 56 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างใน วันท�ำงานส�ำหรับวันหยุด (1) วันหยุดประจ�ำสัปดาห์ (2) วันหยุดตามประเพณี (3) วันหยุดพักผ่อนประจ�ำปี 5) มาตรา 57(เฉพาะวรรค 1) ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างใน วันลาป่วย ตาม มาตรา 32 เท่ากับอัตราค่าจ้างในวันท�ำงานตลอดระยะ เวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วันท�ำงาน 6) มาตรา 62 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำ� งานในวันหยุดประจำ� สัปดาห์ วันหยุดประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจ�ำปี ให้นายจ้างจ่ายค่าท�ำงานใน วันหยุดให้แก่ลูกจ้าง แต่เมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆที่ได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แล้ว พบว่ามีหลายมาตราที่กฎกระทรวงไม่ได้ให้การคุ้มครองลูกจ้างทำ� งานบ้าน เช่น 1) มาตรา 23 การก�ำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการท�ำงาน แต่ละวัน วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำ� งานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง 2) มาตรา 33 การลาเพื่อท�ำหมันได้ และลาเนื่องจากการท�ำหมันตาม ระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันก�ำหนด 3) มาตรา 36 การลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความ้รูความสามารถ 4) มาตรา 39 การให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ท�ำงานในระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ทำ� งานล่วงเวลา ทำ� งานในวันหยุด 5) มาตรา 41 การให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอด บุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน 100 6) มาตรา 42 การให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ ซึ่งมีใบรับรองมาแสดง ขอให้นายจ้างพิจารณาเปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างเป็นการชั่วคราว 7) มาตรา 43 การห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะ เหตุมีครรภ์ 8) มาตรา 59 การให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงในวันลา เพื่อคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำ� งานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน 9) มาตรา 61 ให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างอัตราไม่น้อยกว่า หนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำ� งานในกรณีที่ลูกจ้างทำ� งาน ล่วงเวลา อีกทั้งการเข้าสู่ประกันสังคม ตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม ก็เข้าได้เฉพาะ มาตรา 40 ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแรงงานนอกระบบคือการประกันตนเอง แต่มาตรา 33 ยังไม่สามารถท�ำได้ สถานการณ์ลูกจ้างท�ำงานในบ้านของประเทศไทย ข้อมูลจากสำ� นักงาน สถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2557 มีชาวไทยประกอบอาชีพดังกล่าว 254,200 คน ชาวต่างด้าวทั้งเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมายอีก 14,737 คน 46 จากผลการสำ� รวจของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) ในปี พ.ศ. 2551 พบว่าเด็กผู้หญิงอายุต่�ำกว่า 18 ปี คือกลุ่มแรงงานท�ำงานบ้านที่มีจ�ำนวนมากที่สุด ส่วนมากมาจากครอบครัวที่ยากจนในชนบท มีรายได้เดือนละ 3,000-5,000 บาท พักอยู่กับนายจ้าง มีอาหาร 3 มื้อและที่พัก ชั่วโมงการทำ� งานไม่แน่นอนขึ้นกับคำ� สั่ง ของนายจ้าง งานศึกษาของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2551 ทำ� การศึกษาลูกจ้างทำ� งานบ้าน โดยสัมภาษณ์ผู้มีอาชีพทำ� งานในบ้าน หรือแม่บ้านในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างที่ท�ำการศึกษาทั้งหมดมีอายุเกิน 20 ปี พบว่า 84% ของผู้ทำ� อาชีพนี้เป็นผู้หญิง ซึ่งในจำ� นวนนี้เป็นผู้หญิงซึ่งมีครอบครัวแล้ว ___________________________ 46 ดูจากรายงาน http://www.tcijthai.com/news/2014/04/scoop/4090 หลังจากปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา สำ� นักงานสถิติแห่งชาติเก็บข้อมูลสถิติโดยไม่ได้จำ� แนกแรงงานนอกระบบเป็นประเภท ต่างๆ 101 67.1%หย่า้ราง14.2%ข้อมูลด้านระดับการศึกษาประถมศึกษา56.8%มัธยมศึกษา ตอนต้น 25.2% และมัธยมศึกษาตอนปลาย 9.7%(อ้างถึงใน Boontinand 2010) พอจะทำ� ให้เห็นภาพรวมได้ว่า ผู้ที่เข้าสู่ตลาดอาชีพลูกจ้างทำ� งานบ้าน หรือ แม่บ้าน ส่วนมากเป็นเพศหญิงที่มีโอกาสทางการศึกษาไม่มากนัก ขณะที่แนวโน้มในปัจจุบัน พบว่าการหาลูกจ้างทำ� งานบ้านทำ� ได้ยากมากขึ้น ภายหลังประเทศไทยมีกฎหมาย การศึกษาภาคบังคับให้เด็กทุกคนต้องเรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้น ทำ� ให้มีโอกาส ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานภาคอื่นมากกว่าเดิม มีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานลูกจ้าง ท�ำงานบ้านน้อยลง ท�ำให้ค่าจ้างในปัจจุบันสูงมากขึ้น และมีคนงานต่างด้าวจาก ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีค่าจ้างที่ตำ�่ กว่าเข้ามาทดแทน 47 แต่การจ้างแรงงานต่างด้าว ท�ำงานบ้านซึ่งมีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติ และมีต้นทุนด้านอื่นด้วยเช่นกัน เมื่อความต้องการลูกจ้างท�ำงานบ้านมีสูงมากขึ้น ขณะที่จ�ำนวนแรงงาน เข้าสู่ตลาดมีน้อยลง ความสามารถในการต่อรองของผู้ประกอบอาชีพลูกจ้าง ทำ� งานบ้านจึงสูงขึ้นในปัจจุบันแทบไม่มีการจ้างงานในอัตราค่าจ้าง3,000-5,000บาท เช่นงานศึกษาในปี พ.ศ. 2551 อีกแล้ว รูปแบบการท�ำงานของลูกจ้างท�ำงานบ้าน ชาวไทย เปลี่ยนไปจากการพักอาศัยอยู่ในบ้านของนายจ้าง ไปเป็นการทำ� งานบ้าน แบบไม่ประจ�ำมากขึ้น ได้ค่าจ้างเป็นรายวัน และรับท�ำงานหลายบ้านในเวลา เดียวกัน ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ส�ำหรับผู้ที่ท�ำหน้าที่เป็นตัวกลางในการ ให้บริการในการจับคู่ความต้องการและการให้บริการลูกจ้างทำ� งานบ้าน และรูปแบบ การเป็นตัวกลางได้พัฒนาให้อยู่ในรูปของแพลตฟอร์มในปัจจุบัน ในงานศึกษาของ Hunt and Machingura(2016) พบว่าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีการเติบโตของธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่าง ผู้เสนอบริการทำ� งานบ้านและผู้ต้องการใช้บริการเป็นอย่างมากเช่นในประเทศอินเดีย มีอัตราการเติบโตสูงถึง 60% ต่อเดือน แต่ค�ำถามส�ำคัญของงานศึกษานี้ก็คือว่า แพลตฟอร์มจะสามารถช่วยให้สภาพการท�ำงานของลูกจ้างท�ำงานบ้านดีขึ้นได้ หรือไม่ ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์จำ� นวนมากที่ว่าเศรษฐกิจแพลตฟอร์มน�ำมาซึ่ง รายได้ที่ตำ่� และไม่มั่นคง การถูกละเมิดสิทธิ ความเสี่ยงต่อการถูกเลือกปฏิบัติ ความ ___________________________ 47 ดู http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/771941 และ http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000139372 102 สัมพันธ์ของการจ้างงาน และการถูกควบคุมด้วยอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม ข้อค้นพบของงานศึกษาชิ้นนี้ ไม่ต่างจากงานศึกษาธุรกิจอื่นๆ ที่ย้ายตัวเอง มาอยู่บนแพลตฟอร์ม กล่าวคือ แม้ความยืดหยุ่นในการท�ำงาน เช่น สามารถเลือก เวลาท�ำงานได้ด้วยตัวเอง จะถูกเจ้าของแพลตฟอร์มน�ำมาใช้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ เพื่อเชิญชวนให้ผู้เสนอบริการเข้าสู่แพลตฟอร์ม แต่ในความเป็นจริงความยืดหยุ่น ดังกล่าวไม่ได้เอื้อประโยชน์สักเท่าใด หากเวลาที่ผู้เสนอให้บริการไม่ตรงกับ ความต้องการของผู้ต้องการใช้บริการก็ไม่สามารถรับงาน ไม่สามารถส้รางรายได้ ขณะเดียวกันระบบการให้คะแนนและความคิดเห็นมีส่วนอย่างมากต่อการตัดสินใจ ของผู้ใช้บริการในการเลือกลูกจ้างท�ำงานบ้าน ในประเด็นที่ว่ารายได้สูงกว่าเดิม ข้อค้นพบของงานวิจัยนี้ชี้ชัดว่าไม่สามารถหาข้อสรุปที่แน่นอนได้ เนื่องจากผู้เสนอ ให้บริการมีค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้น เช่น ต้นทุนในการเดินทาง ต้นทุนที่เกิดจากการ รับส่ง data ที่ต้องเสียให้ผู้บริการโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากต้องติดต่อสื่อสารผ่าน แอปพลิเคชัน ปริมาณงานและรายได้ไม่แน่นอน เนื่องจากมีคู่แข่งที่เสนอบริการบน แพลตฟอร์มเดียวกันค่อนข้างมาก 3.3.2 แพลตฟอร์มบีนีท(BeNeat) ค้นหาแม่บ้านคุณภาพใกล้บ้านคุณ บีนีท เป็นแพลตฟอร์มจับคู่ผู้ต้องการผู้ทำ� ความสะอาดบ้านและผู้ให้บริการ ทำ� ความสะอาดบ้านที่พัฒนาโดยคนไทย เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรก เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 มีผู้ร่วมก่อตั้ง 3 คน ซึ่งมีประสบการณ์เป็นเจ้าของที่พักที่เสนอที่พัก ให้เช่ารายวันผ่านแอร์บีเอ็นบี และมีความต้องการคนท�ำความสะอาดห้องพักเป็น ครั้งคราว ประสบปัญหาว่าผู้รับจ้างทำ� ความสะอาดในช่วงเวลาที่ต้องการมีไม่มาก และคุณภาพการความสะอาดไม่เป็นที่พอใจ ขณะเดียวกันก็เห็นรูปแบบทางธุรกิจ ของแอร์บีเอ็นบีที่จับคู่ระหว่างผู้ต้องการที่พักและผู้เสนอห้องพักให้เช่า เนื่องจาก เป็นผู้เสนอห้องพักให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบีเองและ้รูว่ามีเจ้าของที่พักที่เสนอห้องพัก ให้เช่าผ่านแอร์บีเอ็นบีจ�ำนวนมากที่มีความต้องการในลักษณะนี้ จึงเห็นโอกาส ทางธุรกิจ และร่วมกันก่อตั้งแพลตฟอร์มบีนีทขึ้นมา เริ่มให้บริการครั้งแรกในจังหวัด เชียงใหม่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกคือเจ้าของที่พักที่ให้เช่าที่พักของตนเองผ่าน 103 แอร์บีเอ็นบี จากนั้นขยายพื้นที่ให้บริการไปยังกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง นอกจากนี้ในปัจจุบันยังขยายฐาน ผู้ใช้บริการจากการท�ำความสะอาดบ้านไปสู่การท�ำความสะอาดส�ำนักงาน แพลตฟอร์มบีนีทคิดค่าบริการจากผู้ใช้บริการเป็นรายชั่วโมง แต่ละพื้นที่ มีค่าบริการรายชั่วโมงที่ไม่เท่ากัน สำ� หรับจังหวัดเชียงใหม่ค่าบริการที่เรียกเก็บจาก ผู้ใช้บริการอยู่ที่ 190 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่พื้นที่อื่นคิดค่าบริการ 250 บาทต่อชั่วโมง โดยแพลตฟอร์มจะคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 2 ชั่วโมง และจ�ำนวนชั่วโมงที่เพิ่มขึ้น แปรผันตามขนาดพื้นที่ ซึ่งจะค�ำนวณออกมาเป็นเวลาที่ใช้ในการท�ำความสะอาด ของผู้เสนอบริการ แพลตฟอร์มบีนีทเสนอค่าตอบแทนให้แม่บ้านในพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่ ชั่วโมงละ 140 บาท ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งรายได้ที่หักเข้าแพลตฟอร์มบีนีท ประมาณ 26% ของค่าบริการที่เก็บจากผู้ใช้บริการ ขณะที่ข้อมูลที่ได้จากการ สัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง คือ บีนีทหักส่วนแบ่งรายได้จากผู้ใช้บริการโดยเฉลี่ย 10%-20% แล้วแต่พื้นที่ แพลตฟอร์มบีนีทมีลักษณะคล้ายแพลตฟอร์มทั่วไปคือมี2ฝั่งฝั่งผู้ต้องการ ใช้บริการและฝั่งผู้ให้บริการ ทางฝั่งผู้ให้บริการหรือ แม่บ้าน สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์ม โดยเริ่มต้นจากการกรอกข้อมูลเบื้องต้น จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โทรกลับมาสัมภาษณ์ คุณสมบัติเบื้องต้นของการคัดกรองก็คือต้องมีอายุเกิน 18 ปี มีสัญชาติไทย แพลตฟอร์มจะน�ำข้อมูลส่วนตัวไปตรวจประวัติอาชญากรกับส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ เมื่อผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ จะมีการฝึกอบรมให้ ทั้งทักษะในการท�ำงาน การ ใช้งานแพลตฟอร์มและแนวทางปฏิบัติที่แนะนำ� ให้ใช้ในการปฏิสัมพันธ์ การต่อรอง กับลูกค้า เมื่อผ่านขั้นตอนแล้ว จะยังไม่สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์มได้ทันที เนื่องจาก บริษัทมีนโยบายในการควบคุมอุปทาน เพื่อไม่ให้ฝั่งอุปทานมีมากกว่าอุปสงค์ จนทำ� ให้ฝ่ายอุปสงค์มีตัวเลือกมากเกินไป บริษัทจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม ว่าเมื่อใดจึงจะมีความจ�ำเป็นที่จะเพิ่มจ�ำนวนผู้ให้บริการให้มีความเหมาะสมกับ ความต้องการในการใช้บริการ บริษัทบีนีทให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าสู่ แพลตฟอร์มหลายพันคน และอยู่ระหว่างการรอการพิจารณาของบริษัทเพื่อเข้าสู่ แพลตฟอร์ม 104 การเชิญชวนเข้าสู่แพลตฟอร์ม บริษัทมีการโฆษณาเชิญชวนผ่าโซเชียลมีเดีย โดยหวังผลเป็นที่้รูจักในกลุ่มผู้ใช้บริการ หรือ“คุณลูกค้า” สำ� หรับกลุ่มผู้เสนอตัว ให้บริการ หรือที่แพลตฟอร์มเรียกว่า“คุณแม่บ้าน” โดยมากจะ้รูจักแพลตฟอร์ม จากการนำ� เสนอของสื่อมวลชนต่างๆทั้งรายการข่าวรายการโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ บริษัทบีนีทให้ค�ำจ�ำกัดความ“คุณแม่บ้าน” ว่าเป็น“พาร์ตเนอร์” และคุณแม่บ้าน ทุกคนมีสถานะเป็นเจ้าของธุรกิจที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานจะต้องใส่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองในส่วนของโปรไฟล์คือชื่อนามสกุล ชื่อเล่น ประวัติส่วนตัวอย่างย่อ หลังจากนั้นระบุ วัน และ เวลาที่สะดวกต่อการท�ำงาน โดยแม่บ้านจะต้องเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการท�ำความสะอาด เช่น เครื่องมือ น�้ำยา ท�ำความสะอาด เครื่องดูดฝุ่น ด้วยตนเอง ในฝั่งของผู้ต้องการเรียกใช้บริการ จะต้องท�ำก่อนหน้าวันที่ต้องการใช้ บริการอย่างน้อย 1 วัน ผู้เรียกใช้บริการจะท�ำการกรอกข้อมูลเบื้องต้นลงไปบน แพลตฟอร์ม เช่น • เมืองที่ต้องการใช้บริการ • สถานที่ที่ต้องการใช้บริการ •ขนาดและประเภทของพื้นที่ที่ต้องการทำ� ความสะอาดเพื่อให้แพลตฟอร์ม ท�ำการค�ำนวณว่าจะต้องใช้เวลาในการท�ำความสะอาดขั้นต่�ำเท่าใด เพื่อที่ผู้ต้องการใช้บริการจะได้ทราบค่าใช้จ่ายเบื้องต้น วัน เวลา • จำ� นวนชั่วโมงที่ต้องการใช้บริการ แพลตฟอร์มตั้งค่าให้เริ่มต้นที่ 2 ชั่วโมง สำ� หรับพื้นที่ขนาดเล็กที่สุด ซึ่งหลังจากผู้ต้องการใช้บริการได้กรอกข้อมูล และแพลตฟอร์มได้คำ� นวณเวลาที่ใช้ผู้ใช้บริการสามารถเพิ่มเวลาได้เป็นขั้น ขั้นละ 30 นาที แต่ไม่สามารถลดลงจากเวลาที่แพลตฟอร์มค�ำนวนให้ได้ • วัน และ เวลา ที่ต้องการใช้บริการ หลังจากกรอกข้อมูลครบแล้ว แพลตฟอร์มจะท�ำการจับคู่ความต้องการ ของผู้ใช้บริการ กับความต้องการของแม่บ้านที่ได้ตั้งวันและเวลาที่ต้องการทำ� งาน ไว้ในแพลตฟอร์มทางฝั่งของแม่บ้าน เมื่อแพลตฟอร์มจับคู่ได้แม่บ้านที่พ้รอมจะ 105 ทำ� งานในวันและเวลาดังกล่าว แพลตฟอร์มจะแสดงผลโปรไฟล์ของแม่บ้านที่พ้รอม ทำ� งาน ในโปรไฟล์ของแม่บ้าน นอกเหนือจากข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น ระบบจะแสดง จำ� นวนครั้งที่ทำ� งานผ่านแพลตฟอร์ม อุปกรณ์ทำ� ความสะอาดที่แม่บ้านจะนำ� มาเอง จ�ำนวนความคิดเห็นที่ได้ คะแนนเฉลี่ยที่ได้ และความคิดเห็นที่ได้จากการท�ำงาน ในครั้งก่อนหน้า เพื่อให้ผู้ใช้บริการเลือกแม่บ้านที่ผู้ใช้บริการต้องการได้ ลำ� ดับในการ แสดงผลจะขึ้นอยู่กับคะแนนเฉลี่ยที่แม่บ้านได้รับจากการบริการก่อนหน้านี้ บริษัท จูงใจให้มีการให้คะแนนและความคิดเห็น โดยมอบส่วนลดในการใช้บริการ หากมีการ ให้คะแนนและให้ความคิดเห็นห้าครั้ง จะได้ส่วนลด 10% ในการใช้บริการครั้งต่อไป ระบบการให้คะแนนและความคิดเห็นนี้จะเป็นแบบฝั่งเดียวคือผู้ใช้บริการ จะสามารถให้คะแนนและความคิดเห็นได้แต่เพียงฝ่ายเดียว คะแนนจะมีลักษณะ คล้ายกับแพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีและอูเบอร์ คือคะแนนเต็มห้า หากคะแนนที่ได้ ต่�ำกว่า สาม สองครั้ง ระบบจะล็อกบัญชีท�ำให้การให้บริการของแม่บ้านรายนั้น ถูกระงับ นอกจากนี้หากแม่บ้านทำ� การการรับนัดแล้วไม่มาตามที่นัดกับผู้ใช้บริการ โดยไม่แจ้ง จะถูกระบบล็อกบัญชีการใช้งาน และหากปฏิเสธการรับงานบ่อยๆ ก็จะ มีผลต่อล�ำดับในการแสดงผลและอาจถูกระงับการให้บริการด้วยเช่นกัน ข้อสรุปประโยชน์และข้อกังวลที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน ของลูกจ้างท�ำงานบ้านโดยใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลาง ที่ได้จากการส�ำรวจโดย นักวิจัย ก็คือ ประโยชน์ 1) ลูกจ้างทำ� งานบ้านสามารถตรวจสอบเวลาทำ� งานและรายได้ของตนเอง บนแพลตฟอร์ม 2) ลูกจ้างทำ� งานบ้านบนแพลตฟอร์มมีความสามารถในการก�ำหนดเวลา ท�ำงานด้วยตนเอง ขณะที่การจ้างงานแบบเดิมต้องทำ� งานเต็มเวลา และ ไม่สามารถก�ำหนดเวลาท�ำงานเองได้ 3) เจ้าของแพลตฟอร์มบีนีทเป็นผู้ลงทุนในระบบที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และธุรกรรมการเงิน อำ� นวยความสะดวกให้ลูกจ้างทำ� งานบ้านบนแพลต106 ฟอร์มได้ มีส่วนร่วมกับการใช้เทคโนโลยี ลูกจ้างทำ� งานบ้านจะต้องมีบัญชี เงินฝากกับธนาคาร เมื่อระบบทำ� การจับคู่ผู้ต้องการทำ� ความสะอาดที่พัก กับแม่บ้าน และผู้ต้องการทำ� ความสะอาดที่พักได้ทำ� การเลือกแม่บ้านแล้ว ระบบจะตัดค่าบริการจากบัญชีบัตรเครดิตทันทีและจะโอนเข้าบัญชี ของแม่บ้านในวันถัดไปหลังจากทำ� งานเรียบ้รอย โดยระบบจะหักส่วนต่าง ที่เป็นของแพลตฟอร์มออก แพลตฟอร์มมีการรับประกันความเสียหาย ที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้ให้บริการในวงเงิน 10,000 บาท โดยเป็น ความรับผิดชอบของบริษัทเอง ไม่ได้เก็บเบี้ยประกันจากผู้ให้บริการและ ผู้ใช้บริการ 4) มีระบบการให้คะแนนและความคิดเห็น ลูกจ้างท�ำงานบ้านบนแพลตฟอร์มมีโอกาสในการได้รับการจ้างงานมากขึ้นหากได้รับการประเมินที่ดี 5) เจ้าของแพลตฟอร์มมีการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะในการทำ� งานให้กับ ลูกจ้างท�ำงานบ้าน ข้อกังวล 1)แพลตฟอร์มนำ� ไปสู่การจ้างงานที่ไม่เป็นมาตรฐานไม่มีการทำ� สัญญาจ้าง ที่เป็นมาตรฐานระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง 2) ไม่มีการก�ำหนดความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้างและลูกจ้างอย่างชัดเจน ซึ่งอาจน�ำไปสู่ข้อพิพาท 3) แพลตฟอร์มเอื้อให้เกิดการหลบเลี่ยงข้อรับผิดชอบของนายจ้างที่มีต่อ ลูกจ้างทำ� งานบ้านตามกฎหมาย เนื่องจากถ้อยคำ� ที่แพลตฟอร์มใช้ เอื้อให้ เกิดการตีความสถานะลูกจ้างท�ำงานบ้านไปเป็นผู้ประกอบการอิสระ นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างแพลตฟอร์มและลูกจ้างท�ำงานบ้าน ที่เสนอให้บริการผ่านแพลตฟอร์มก็มีความคลุมเครือ ท�ำให้ไม่สามารถ ตีความสถานะลูกจ้าง/นายจ้าง ซึ่งมีผลต่อการคุ้มครองแรงงานตาม กฎหมายแรงงาน แพลตฟอร์มบีนีทได้รับอิทธิพลจากรูปแบบกลยุทธ์ การตลาดของแพลตฟอร์มอื่นๆ โดยเรียกผู้ที่เสนอและประสงค์จะเสนอ 107 บริการทำ� ความสะอาดบนแพลตฟอร์มของตนเองว่า“พาร์ตเนอร์” เอื้อให้ เกิดการตีความสถานะลูกจ้างทำ� งานบ้านไปเป็นแรงงานอิสระหรือผู้รับเหมา ช่วงอิสระ ซึ่งในบริบทของกฎหมายแรงงานประเทศไทย การมีสถานะเป็น ลูกจ้างท�ำงานบ้านนั้นมีข้อคุ้มครองทางกฎหมาย และความรับผิดชอบ ต่อลูกจ้างโดยนายจ้างที่แตกต่างจากการเป็นผู้รับเหมาช่วงอิสระ(Independent contractor) หรือ แรงงานนอกระบบประเภทอื่น 4) โดยรวมแล้วยังคงมีรายได้และความมั่นคงที่ตำ่� แม้ว่าค่าแรงรายชั่วโมง เมื่อคำ� นวณแล้วจะสูงกว่าค่าแรงขั้นตำ่� แต่มีต้นทุนอื่นในการเข้าสู่แพลตฟอร์ม และยังท�ำให้ลูกจ้างท�ำงานบ้านที่เสนอบริการผ่านแพลตฟอร์ม เหล่านี้ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงต่อการมีปัญหาทางการเงิน 5) ระบบการให้คะแนนและการให้ความคิดเห็นที่มีเพียงฝ่ายเดียว คือ เปิดโอกาสให้ผู้ว่าจ้างเท่านั้นที่สามารถประเมินได้ ขณะที่ผู้เสนอบริการ ทำ� งานบ้านไม่มีโอกาสในการประเมินผู้ว่าจ้าง ดังนั้นจึงมีอำ� นาจและการ ต่อรองไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ใช้บริการกับลูกจ้างทำ� งานบ้านบนแพลตฟอร์มซึ่งนำ� ไปสู่การเลือกปฏิบัติได้ นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังมีข้อแนะน�ำ เบื้องต้นถึงวิธีการและการใช้คำ� พูดที่ผู้ให้บริการควรจะใช้ในกรณีที่อาจเกิด ข้อพิพาท เช่น การต่อรองเวลาทำ� งาน การปฏิเสธคำ� ขอจอง ซึ่งประเด็นนี้ อาจพิจารณาได้หลายมิติ ทางแพลตฟอร์มมองว่าเป็นการลดโอกาสในการ เกิดข้อขัดแย้ง และเพิ่มโอกาสในการบริหารเวลาท�ำงานและรายได้ที่ เหมาะสม ขณะเดียวกันวิธีการและถ้อยคำ� ที่แพลตฟอร์มแนะนำ� ให้แม่บ้าน ใช้ในการต่อรอง อาจจะเป็นการส้รางความไม่เท่าเทียมในความอำ� นาจ ต่อรอง 48 6) มีส่วนส่งเสริมความแตกต่างทางเพศ เนื่องจากภาษาและรูปภาพต่างๆ ที่แพลตฟอร์มเลือกนำ� มาใช้ในแพลตฟอร์มมีส่วนเสริมความคิดที่ว่าอาชีพ ลูกจ้างทำ� งานในบ้านเป็นอาชีพของเพศหญิงส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียม ในการเข้าถึง เข้าสู่แพลตฟอร์ม(Digital divide) แม้แพลตฟอร์มบีนีท จะไม่จ�ำกัดเพศของผู้ที่จะเสนอการให้บริการทำ� ความสะอาดบนแพลต___________________________ 48 ดูการแนะน�ำดังกล่าวได้ที่ https://www.beneat.co/declining-booking 108 ฟอร์ม แต่การเลือกใช้คำ� อาทิ“คุณแม่บ้าน” และรูปภาพต่างๆ ที่ปรากฏบน แพลตฟอร์ม มีแนวโน้มชัดเจนในการที่จะตีความได้ว่า อาชีพลูกจ้างทำ� งาน ในบ้านเป็นอาชีพของเพศหญิงเท่านั้น 7)โอกาสในการเข้าสู่แพลตฟอร์มที่ไม่เท่าเทียมกันยังคงมีอุปสรรคกีดขวาง ในการเข้าสู่แพลตฟอร์ม ลูกจ้างท�ำงานบ้านบนแพลตฟอร์มถูกบังคับให้ ต้องใช้จ่ายรายได้ที่หาจากการทำ� งานไปเป็นต้นทุนเพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์ม จึงทำ� ให้ผู้ประกอบอาชีพนี้ไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มได้อย่างเท่าเทียม กัน แพลตฟอร์มมีระบบการคัดกรองก่อนอนุญาตให้เข้าสู่แพลตฟอร์ม เช่นต้องไม่เคยมีประวัติอาชญากรและกลไกการควบคุมดีมานด์/ซัพพลาย โดยเจ้าของแพลตฟอร์ม ทำ� ให้ต้องรอคอยจนกว่าความต้องการใช้บริการ จะมีสูงขึ้นจึงจะได้เข้าสู่แพลตฟอร์ม ซึ่งความต้องการใช้บริการจะมีสูงขึ้น หรือน้อยลงผู้ให้บริการก็ไม่มีสิทธิรับ้รู จึงเป็นปัญหาในเรื่องของความ โปร่งใส นอกจากนี้ผู้ที่เข้าสู่แพลตฟอร์มก่อน มีคะแนนและความคิดเห็น จากการประเมินมากกว่า ก็จะมีโอกาสได้รับงานมากกว่าผู้เข้าสู่แพลตฟอร์มทีหลัง โอกาสในการเข้าถึงงานผ่านแพลตฟอร์มจึงยังไม่เท่าเทียมกัน 8) ลูกจ้างท�ำงานบ้านบนแพลตฟอร์มบีนีทเองไม่มีโอกาสได้ท�ำ้รูจักกัน แพลตฟอร์มไม่มีช่องทางการรวมกลุ่มเพื่อติดต่อสื่อสารกัน จึงไม่มีโอกาส ในการต่อรองแบบรวมหมู่ กรณีตัวอย่างท่ี 6 – กรณีศึกษาลูกจ้างทำ� งานบ้านบนแพลตฟอร์ม คุณสำ� ลี ลูกจ้างทำ� งานบ้านบนแพลตฟอร์มท่านหนึ่ง เป็นลูกจ้างท�ำงานบ้านในบ้านแห่งหนึ่งแถวสุขุมวิทเป็นเวลา เกือบยี่สิบปี สามีคุณสำ� ลีมีอาชีพเป็นพนักงานขับรถให้ผู้บริหาร บริษัทของชาวญี่ปุ่น ต่อมามารดาของคุณส�ำลีล้มป่วยลง ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ คุณส�ำลีจึงพามารดามาอยู่ด้วยกัน ที่กรุงเทพฯ ลูกสาวของคุณสำ� ลีก�ำลังเรียนในระดับอุดมศึกษา 109 ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอเป็นคนแนะน�ำคุณส�ำลีให้้รูจัก แพลตฟอร์มที่ช่วยในการหางานแม่บ้าน คุณสำ� ลีจึงลาออกจาก งานแม่บ้านประจ�ำ และท�ำงานบนแพลตฟอร์ม เนื่องจากมี ความสะดวกมากกว่าในเรื่องของเวลาท�ำงาน คุณส�ำลีจะเลือกเวลาท�ำงานตรงกับ วันหยุด และ วันที่ลูกสาวไม่ต้องไปเรียน ซึ่งท�ำให้คุณส�ำลีสามารถท�ำงาน เฉลี่ย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ลูกสาวเป็นผู้สอนให้คุณสำ� ลีใช้โทรศัพท์ สมาร์ตโฟน ในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและสมัครท�ำงาน บนแพลตฟอร์ม คุณส�ำลีเล่าว่า จ�ำนวนครั้งสูงสุดที่ท�ำได้คือ การรับ 3 งาน ในหนึ่งวัน ซึ่งตั้งแต่เริ่มท�ำงานบนแพลตฟอร์ม มาประมาณ 3 เดือนเพิ่งมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยมากจะ รับทำ� ได้แค่ 2 งาน ขั้นตำ่� ของการทำ� งานแต่ละครั้งอยู่ที่ 2 ชั่วโมง แต่ก็มีหลายครั้งที่คุณสำ� ลีได้ท�ำ 3-4 ชั่วโมงต่อครั้ง ขึ้นกับพื้นที่ บ้านของผู้ที่ต้องการใช้บริการ รายได้ของเธอจึงไม่แน่นอน ค่าใช้จ่ายที่เธอต้องรับผิดชอบก็จะเป็นค่าเดินทางเป็นหลัก นอกเหนือจากค่าเครื่องมือในการท�ำความสะอาดและน�้ำยา ท�ำความสะอาดประเภทต่างๆ บ่อยครั้งที่รับ 2 งานในหนึ่งวัน แต่การจราจรติดขัดก็ต้องเดินทางโดยรถแท็กซี่ รถไฟฟ้า หรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อให้ไปทันเวลานัดหมาย การไปตามเวลา นัดหมายมีความส�ำคัญมาก เพราะบางครั้งคนที่จ้างคุณสำ� ลี มีเวลาว่างเพียงแค่ช่วงเวลานั้น และการไปตรงต่อเวลาและ ส้รางความประทับใจให้ลูกค้าจะมีผลต่อคะแนนที่คุณส�ำลีจะ ได้รับจากลูกค้ารายนั้น ๆ คุณส�ำลีเล่าว่า หากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว การ รับงานสองวันต่องาน เวลาในการท�ำความสะอาด สองชั่วโมง ต่อครั้ง คุณสำ� ลีจะเหลือเงินต่อวัน 400-500 บาทต่อวัน ซึ่งแม้จะ สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ� แต่ตอนที่เธอทำ� งานบ้านแบบประจำ� เธอมี รายได้ต่อเดือนสูงกว่านี้ แต่เธอก็้รูสึกพอใจที่สามารถจัดสรรเวลา 110 ในการท�ำงานได้เอง มีลูกค้าหลายคนที่ให้เงินพิเศษ และเมื่อ ทำ� งานไปได้ระยะหนึ่ง ก็อาจจะติดต่อกันเองโดยไม่ผ่านแพลตฟอร์ม คุณส�ำลีไม่้รูจักคนอื่นที่ท�ำงานบนแพลตฟอร์มมากนัก มีเพียงเพื่อนคนหนึ่งที่คุณส�ำลีเป็นคนชักชวนให้มาสมัคร เท่านั้นเอง จึงไม่มีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับแพลตฟอร์มกับ คนงานอื่น มีบางครั้งที่เธอ้รูสึกว่าคนที่จ้างเธอไปท�ำงานมี ทัศนคติที่ไม่ดีแต่เธอก็ต้องอดทนทำ� งานให้ดีด้วยความอ้อนน้อม เพราะต้องการที่จะได้คะแนนจากการประเมินที่ดี ซึ่งเธอเชื่อว่า จะมีผลต่อการได้งานในครั้งต่อๆ ไป 3.3.3 ผลกระทบต่อตลาดแรงงานภาคบริการทำ� ความสะอาด จากการศึกษาพบว่า แพลตฟอร์มบีนีทส่งผลผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ภาคบริการท�ำความสะอาด หรือ ลูกจ้างท�ำงานในบ้าน แพลตฟอร์มอ�ำนวยความ สะดวกให้ผู้ใช้บริการที่ต้องการใช้บริการทำ� ความสะอาด แต่ไม่มีความจ�ำเป็นต้อง จ้างลูกจ้างท�ำงานบ้านแบบประจ�ำ เพิ่มความยืดหยุ่นในการจ้าง ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มก็เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้เสนอให้บริการทำ� งานบ้านในหลายประการ เช่น ความสามารถในการก�ำหนดเวลาท�ำงานเองได้ ข้อสรุปที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้ที่จะ เข้าสู่แพลตฟอร์มในฝั่งผู้เสนอบริการได้ต้องมีสัญชาติไทย ตามที่เจ้าของแพลตฟอร์ม เป็นผู้ก�ำหนด และต้องมีการศึกษาพอสมควร มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน มีเครื่องมือ ในการทำ� ความสะอาดเป็นของตนเอง ขณะที่แรงงานต่างด้าวซึ่งมีอาชีพเป็นลูกจ้าง ท�ำงานบ้านไม่สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์มได้ แพลตฟอร์มมีศักยภาพในการที่จะยกระดับสภาวะการทำ� งานของผู้เสนอ ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้หลายประการ เช่น การมีโอกาสในการกำ� หนดเวลา ท�ำงานเอง ท�ำให้การจัดสรรเวลาส่วนตัวและเวลาท�ำงานท�ำได้ง่ายขึ้นกว่าการ จ้างงานแบบเดิม แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ใช้ศักยภาพในการส้รางโอกาสที่เท่าเทียม ในการเข้าถึงงาน ทั้งที่เทคโนโลยีเอื้อให้ทำ� ได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับแพลตฟอร์ม 111 อื่นๆ ที่ผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอยู่ในสถานะที่มีความได้เปรียบ และมีการส้ราง สภาพควบคุมต่างๆ ผ่านอัลกอริทึ่มของระบบ ระบบให้คุณให้โทษแบบฝ่ายเดียว ยังท�ำให้ผู้เสนอให้บริการท�ำงานบ้านผ่านแพลตฟอร์มตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ ผู้ใช้บริการ มีอ�ำนาจต่อรองที่ไม่เท่าเทียม ส�ำหรับรายได้ ไม่แน่ชัดว่าจะสูงกว่าการจ้างงานแบบเก่า เนื่องจากไม่มี หลักประกันว่าการก�ำหนดเวลาท�ำงานเองจะเป็นเวลาที่ตรงกับความต้องการของ ผู้ใช้บริการหรือไม่ ซ�้ำยังมีต้นทุนแฝงอย่างอื่น เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ ค่าเดินทาง การเข้าสู่ตลาดถูกควบคุมด้วยกลไกของเจ้าของแพลตฟอร์มที่พยายาม ควบคุม ดีมานด์/ซัพพลายให้มีความสมดุลกัน การเสนอการรับจ้างท�ำงานบ้านผ่านแพลตฟอร์มอาจจะเหมาะกับผู้ที่มี ข้อจ�ำกัดเรื่องเวลา แต่จะเสียสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ไปทั้งหมด แม้การคุ้มครองตามกฎหมายส�ำหรับผู้มีอาชีพรับจ้างท�ำงานในบ้าน จะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับแรงงานในภาคอื่น แต่การท�ำงานบนแพลตฟอร์มจะต้อง ยอมเสียสิทธิไปเลย เนื่องจากแพลตฟอร์มไม่ถือว่าผู้เสนอบริการผ่านแพลตฟอร์ม เป็นลูกจ้างของแพลตฟอร์ม จึงท�ำให้ผู้ต้องการเข้าสู่แพลตฟอร์มเกิดความลังเล 112 4. สรุปและข้อเสนอแนะ 4.1 งานบนแพลตฟอร์มในฐานะโอกาสสู่งานท่ีมีคุณค่า จะเห็นได้ว่า แม้ตัวแพลตฟอร์มจะมีคุณสมบัติที่จะสามารถพัฒนาความ สามารถในการต่อรอง เพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงงาน ส้รางความยืดหยุ่น ในการท�ำงาน และมีแนวโน้มที่จะท�ำให้ลูกจ้างท�ำงานในบ้านสามารถที่จะเข้าถึง สภาพการท�ำงานที่เป็นงานที่มีคุณค่าได้มากขึ้น แต่แพลตฟอร์มไม่ใช้เทคโนโลยี ไปในวัตถุประสงค์ดังกล่าว และกลับกลายเป็นว่า แพลตฟอร์มเป็นอุปสรรคในการ เข้าถึงงานที่มีคุณค่า เพราะขัดกับหลักเรื่องงานที่มั่นคง ไม่มีหลักประกันทางสังคม การต่อรองกับนายจ้าง และโดยเฉพาะท�ำให้เกิดค�ำถามในความหมายของ“การ จ้างงาน” เพราะทำ� ให้คนท�ำงานเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้รับจ้างอิสระ ซึ่งเหตุผลในการที่ เศรษฐกิจแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ได้ถูกใช้ในการท�ำให้สภาวะการทำ� งาน และคุณภาพ ชีวิตของงานบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ดีขึ้น อาจมีหลายเหตุผลด้วยกันดังนี้ 1) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มมีจุดประสงค์มุ่งแสวงหาก�ำไรสูงสุดเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของกิจการประเภท สตาร์ตอัป(Startup) ที่มุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด เพื่อส้รางมูลค่าให้กับ ตัวกิจการในระยะเวลาอันรวดเร็ว ในแง่นี้ผู้พัฒนาและเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม จึงมีพฤติกรรมแทบไม่ต่างจากเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมใน ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมแต่อย่างใด(Kenny and Zysman 2016; Fabo 114 et al. 2017) ที่มุ่งท�ำก�ำไรสูงสุด เพียงแต่การส้รางสภาวะควบคุมต่างๆ ท�ำผ่านเทคโนโลยีและอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม(Rogers 2016b) ดังที่ O’Regan and Choe(2017) ได้วิพากษ์ว่าแพลตฟอร์มเป็นเพียง รูปแบบในการแสวงประโยชน์ใหม่ๆ โดยการพยายามดึงเอาทรัพยากร ส่วนตัวของผู้อื่น ซึ่งแต่เดิมทำ� ประโยชน์ให้ผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรเท่านั้น มาสู่พื้นที่ซึ่งเจ้าของแพลตฟอร์มสามารถแสวงประโยชน์และยังส้ราง สภาพบังคับเจ้าของทรัพยากรเหล่านั้นได้อีกด้วย 2) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มไม่ได้ตระหนักถึงสภาพการท�ำงานของคนงาน บนแพลตฟอร์ม เพราะการท�ำงานเหล่านั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ห่างออกไป เช่น บริษัทแอร์บีเอ็นบี หรือ อูเบอร์ อาจจะให้ความส�ำคัญกับสภาพการ ท�ำงานของลูกจ้างของบริษัทที่ท�ำงานอยู่ในส�ำนักงานของตัวเอง เช่น ผู้บริการ ฝ่ายการตลาด โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ เท่านั้น เนื่องจากกฎหมาย คุ้มครอง ทั้งแพลตฟอร์มบางแห่ง เช่น อูเบอร์สนับสนุนนโยบายไม่เลือก ปฏิบัติในการคัดเลือกพนักงานเข้ามาเป็นลูกจ้างของตนเอง 49 แอร์บีเอ็นบี ส่งเสริมสภาวะการท�ำงานที่ดี ดังที่ได้ระบุไว้ในหน้าเพจรับสมัครงานของ ตนเอง 50 แต่ส�ำหรับแรงงานบนแพลตฟอร์ม เจ้าของแพลตฟอร์มไม่ได้ พิจารณาแรงงานบนแพลตฟอร์มว่าเป็นลูกจ้างของบริษัทตั้งแต่ต้น จึง ไม่มีมาตรการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน และละเลยสภาวะการทำ� งาน ของแรงงานบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น 3) ความไม่ชัดเจนและล้าสมัยของกฎหมาย ท�ำให้ขาดการก�ำกับดูแล เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วได้ทำ� ให้เกิดรูปแบบของการ จ้างงานแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ความสัมพันธ์ทางการจ้างเปลี่ยนไป สถานะนายจ้าง ลูกจ้าง ไม่สามารถจ�ำแนกได้จากค�ำจ�ำกัดความทาง กฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบัน จึงท�ำให้เกิดสภาพสุญญากาศของการ ก�ำกับดูแล และความสับสนในการบังคับใช้กฎหมาย ___________________________ 49 ดู https://www.uber.com/diversity/ 50 ดู https://www.airbnb.com/careers 115 4) คนงานบนแพลตฟอร์มเองไม่ตระหนัก้รูถึงสิทธิและสภาพการทำ� งานที่ดี และมีคุณค่า เนื่องจากสภาพสังคมและวัฒนธรรมการท�ำงานและตัว แพลตฟอร์มไม่เอื้อให้มีการต่อรองแบบรวมกลุ่ม จึงขาดแรงกระตุ้นในการ รวมกลุ่มเพื่อต่อรองและอำ� นาจการต่อรองระหว่างแรงงานบนแพลตฟอร์ม กับผู้ว่าจ้างและเจ้าของผู้พัฒนาแพลตฟอร์มมีความไม่เท่าเทียมกัน 4.2 ข้อสรุป เศรษฐกิจแพลตฟอร์มและผลกระทบต่อตลาดแรงงาน การถือกำ� เนิดของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้ทำ� ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในหลายลักษณะ ทั้งรูปแบบความสัมพันธ์ของการจ้างงาน ความสัมพันธ์ของการ จ้างงาน ในลักษณะที่เปลี่ยนจากการจ้างงานที่มีสัญญาจ้างแบบเต็มเวลาและผู้จ้าง มีสถานะนายจ้าง เป็นการจ้างแบบเหมาช่วง ที่ผู้ท�ำงานมีสถานะผู้รับงานอิสระ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นความสัมพันธ์รูปแบบ“ปกติ” ในการท�ำงานมากยิ่งขึ้น ในอนาคต แพลตฟอร์มถูกน�ำมาใช้ในฐานะเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงความต้องการ สินค้าและบริการ จับคู่กับการเสนอสินค้าและบริการ แพลตฟอร์มมีอัลกอริทึ่มที่มี ประสิทธิภาพสูง ย่นระยะเวลา ส้รางโอกาสในการประกอบอาชีพ เทคโนโลยีได้ทำ� ให้ ต้นทุนในการจับคู่ความต้องการลดลง ซึ่งเป็นการลดสิ่งกีดขวางในการเข้าสู่ตลาด แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ ขณะเดียวกันผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเป็นผู้ควบคุม อัลกอริทึ่ม ท�ำให้สามารถส้รางสภาพบังคับเหนือผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการได้ผ่าน อัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มยังสามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการ แลกเปลี่ยนในตลาดแรงงานแบบเดิม อันมาจากการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือการ หลอกลวง แพลตฟอร์มอ�ำนวยความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากร หรือการน�ำ ทรัพยากรที่มีมาใช้ในเกิดประโยชน์ได้ทั้งในรูปของสินค้า บริการ และแรงงานอิสระ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ท�ำให้เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มก้าวข้ามพื้นที่ เชิงกายภาพ รวมทั้งก้าวข้ามจากการให้สินค้าและบริการจากพื้นที่ในโลกเสมือน ไปสู่พื้นที่เชิงกายภาพจริง เช่น บริษัทสามารถเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า และบริการข้ามประเทศผ่านแพลตฟอร์ม หรือทำ� งานในท้องถิ่นโดยใช้แรงงานหรือ 116 ทรัพยากรจากทั่วโลกได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนโครงส้รางความสัมพันธ์ ของการจ้างงาน การจ�ำแนกขั้นตอนของการท�ำงานให้ย่อยลงจนเป็นงานขนาดเล็ก ที่ไม่ต้องการทักษะมาก ท�ำให้งานบางประเภทจะค่อยๆ หายไป โครงส้รางการ จ้างงานถูกเปลี่ยนไปสู่การจ้างงานแรงงานอิสระที่มีราคาถูกลง เกิดการแข่งขัน กันเองระหว่างแรงงาน และส่งผลให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการท�ำงานในสภาพการ ท�ำงานที่ย่�ำแย่ลง เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวและการท�ำงานถูกท�ำให้พร่าเลือน เสียสมดุลระหว่าง การท�ำงาน ชีวิตส่วนตัว และครอบครัว ในกรณีศึกษาภาคขนส่งพบว่าแม้แพลตฟอร์มอูเบอร์จะช่วยให้เกิดโอกาส ในการทำ� งานในหลายรูปแบบ แต่ก็ผลักภาระ ความเสี่ยง และต้นทุนที่นายจ้างหรือ เจ้าของธุรกิจเคยเป็นผู้รับผิดชอบให้กับผู้ท�ำงานบนแพลตฟอร์มด้วยเช่นเดียวกัน เกิดข้อพิพาทในเรื่องข้อกฎหมายกับผู้มีหน้าที่ก�ำกับดูแล เกิดความขัดแย้งกับผู้ที่ ท�ำงานอยู่ก่อนหน้าอย่างรุนแรง เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม มาตรฐานในวิชาชีพ ถูกลดทอน ผู้ท�ำงานรายใหม่ถูกควบคุมโดยอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม กรณีศึกษาภาคที่พักอาศัย แพลตฟอร์มแอร์บีเอ็นบีจะช่วยให้ผู้มีทรัพยากร เหลือใช้สามารถน�ำมาหารายได้ หรือมีการจัดสรรทรัพยากรใหม่ เช่นที่เคยให้เช่า รายเดือน เปลี่ยนไปเป็นให้เช่ารายวัน และที่เคยเช่าเพื่ออยู่อาศัยเอง เปลี่ยนไปเป็น ให้เช่าต่อ เพื่อแสวงหารายได้และก�ำไรเพิ่ม ในแง่ของวัฒนธรรม แอร์บีเอ็นบี ทำ� ให้ วัฒนธรรมผู้ประกอบการหรือวิธีคิดแบบทุนนิยมเข้มข้นมากขึ้น แม้จะก่อให้เกิด อาชีพเกี่ยวเนื่องมากมาย ช่วยลดต้นทุนในการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยว และการใช้จ่าย แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงนานัปการ รวมไปถึงความเป็นส่วนตัว ไม่เฉพาะผู้เสนอให้เช่าที่พักผ่านแพลตฟอร์ม แต่เพื่อนบ้านยังต้องแบกรับความเสี่ยง นี้โดยไม่ได้รับสิ่งใดตอบแทน ที่ส�ำคัญที่สุดคือ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวและแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมการโรงแรม เช่นเดียวกับกรณีศึกษาภาคการให้บริการทำ� ความสะอาด แพลตฟอร์ม อ�ำนวยความสะดวกและส้รางความยืดหยุ่นต่อการจ้างงาน แต่ก็ต้องแลกมากับ การเสียสิทธิบางประการที่ได้จากการจ้างงานแบบเดิม แม้รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ท�ำงานจะสูงขึ้นมาก แต่ก็มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความมั่นคงที่สูญเสียไป จึงไม่อาจ สรุปได้ว่ามีรายได้เพิ่มมากขึ้นจริงหรือไม่ 117 ทั้งสามกรณี จะเห็นได้ว่า แม้แพลตฟอร์มจะใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือในการ ที่จะส้รางภาพลักษณ์ให้กับตัวเองในฐานะที่เป็นผู้ส้รางประโยชน์ในเรื่องการส้ราง โอกาสการจ้างงาน(Fabo et al. 2017) แพลตฟอร์มได้ส้รางสภาวะควบคุมเหนือ ผู้ใช้บริการและผู้เสนอสินค้าและบริการผ่านอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม กลยุทธ์ ทางการตลาดที่นำ� มาใช้ การส้รางวาทกรรมเชิญชวนให้ใช้บริการและเสนอให้บริการ ผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อให้เกิดความ้รูสึกเชิงบวก ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มก็ได้ ประโยชน์จากการไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เนื่องจากไม่ได้มีสถานะเป็นนายจ้าง/ ลูกจ้าง แต่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ เป็น“พาร์ตเนอร์” เป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง ขาดอ�ำนาจในการเจรจาต่อรองทั้งในฐานะส่วนตัวและแบบรวมหมู่ ระบบการให้ คะแนนและความคิดเห็นของแพลตฟอร์มเอื้อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เกิดโอกาส ที่ไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงการจ้างงานและการใช้บริการ รูปแบบความสัมพันธ์ เชิงอ�ำนาจที่ไม่เท่าเทียม ขณะที่ภาครัฐเองได้มีพยายามส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนา เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม อันเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้นโยบาย “ประเทศไทย 4.0” แต่ภาครัฐก็ยังไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจ แพลตฟอร์ม ยังไม่มีการวางแผนที่รอบด้าน การก�ำกับดูแลที่ล้าสมัยไม่ครอบคลุม บริบทปัจจุบันก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม การเก็บรายได้จากเจ้าของ แพลตฟอร์มที่บริหารแพลตฟอร์มจากต่างประเทศไม่สามารถท�ำได้ การปกป้อง คุ้มครองสิทธิของแรงงานบนแพลตฟอร์ม การปกป้องคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ภาระอื่นที่รัฐต้องแบกรับ อาทิ ภาระทางสาธารณสุขที่เกิดจากความคลุมเครือ ในความสัมพันธ์ทางการจ้างงาน ทำ� ให้ไม่สามารถนำ� แรงงานอิสระเหล่านี้เข้าระบบ ประกันสังคมที่มีนายจ้างร่วมจ่ายสมทบได้ 4.3 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในสหภาพยุโรปและอเมริกา ได้มีการ ตระหนักถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม มีการศึกษาวิจัยมากมายทั้งในแง่ ของกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของแรงงาน การคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และ 118 ประชาชนทั่วไป การก�ำกับดูแลเพื่อท�ำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม มีการปรับปรุง กฎหมายเดิมให้ครอบคลุม หรือออกกฎหมายใหม่ ประเทศไทยก็มีความจ�ำเป็น ที่จะต้องมีการศึกษาผลกระทบจากเศรษฐกิจแพลตฟอร์มให้รอบด้าน และหา มาตรการกำ� กับดูแลที่เหมาะสม ผู้วิจัยขอเสนอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภาครัฐพิจารณา ดำ� เนินการประเด็นต่อไปนี้ 1) ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเศรษฐกิจ แพลตฟอร์มในแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม โครงส้รางความสัมพันธ์การจ้างงาน สถานะการจ้างงาน กฎหมายแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน สวัสดิภาพ สวัสดิการ สุขภาวะ และสภาพการทำ� งาน ความสามารถจัดการผสมผสานระหว่าง งาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว อย่างพอเหมาะ 2) รัฐควรทำ� หน้าที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้น ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและมีแรงงานเป็นศูนย์กลาง และสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการเอกชนหรือชุมชนน�ำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับแรงงาน ดังกล่าวไปใช้ในการด�ำเนินธุรกิจ 3)ส่งเสริมและสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุนและความ้รูให้สถาบันการศึกษา ชั้นสูงในแต่ละพื้นที่ ร่วมมือกับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กใน ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับแรงงาน 4) ดำ� เนินการปรับปรุงกฎหมายให้มีการกำ� กับดูแลที่เอื้อให้เกิดการแข่งขัน ที่เป็นธรรมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยเท่าเทียม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้รับการคุ้มครอง แรงงาน สวัสดิภาพ สวัสดิการ สุขภาวะ สาธารณสุข ตลอดจนสภาพการ ท�ำงานให้ครอบคลุมบริบทของการท�ำงานผ่านแพลตฟอร์ม 5) พิจารณาคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ความสัมพันธ์ของผู้ใช้แพลตฟอร์ม และเจ้าของแพลตฟอร์มให้มีความเท่าเทียม ไม่เอื้อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ 6) ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งในการเจรจาต่อรองของแรงงานบนแพลตฟอร์ม 119 7) พิจารณาความปลอดภัยจากการน�ำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการไปใช้ ประโยชน์โดยแพลตฟอร์ม 8) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทักษะในวิชาชีพของแรงงานบนแพลตฟอร์ม 9) ศึกษามาตรการทางภาษีที่เหมาะสม ส�ำหรับแรงงานบนแพลตฟอร์ม และเจ้าของแพลตฟอร์ม 120 บรรณานุกรม Aloisi, A.(2015a).“The Rising of On-Demand Work, a Case Study Research on a Set of Online Platforms and Apps”, paper presented at the IV Regulating for Decent Work Conference , ILO, Geneva, 8-10 July 2015. Aloisi, A.(2015b),“Commoditized Workers. Case Study Research on Labour Law Issues Arising from a Set of On-Demand/Gig Economy’ Platforms”, Comparative Labor Law and Policy Journal , Vol. 37, No. 3 Aznar, J. P., Sayeras, J. M., Rocafort, A.,& Galiana, J.(2017). The irruption of Airbnb and its effects on hotel profitability: An analysis of Barcelona’s hotel sector. Intangible Capital , 13(1), 147-159. Bales, R. A.,& Woo, C. P.(2017).“The Uber Million Dollar Question: Are Uber Drivers Employees or Independent Contractors?”, Mercer Law Review , 68(2), 461-487. BERG, J.(2016).“Income security in the on-demand economy: Findings and policy lessons from a survey of crowdworkers”, Conditions of Work and Employment Series , No. 74.(Geneva, ILO). Boontinand, V.(2010). Domestic workers in Thailand: their situation, challenges and the way forward , ILO Subregional Office for East Asia. Codagnone, C. and Martens, B.(2016). Scoping the Sharing Economy: Origins, Definitions, Impact and Regulatory Issues (May 24, 2016). Institute for Prospective Technological Studies Digital Economy Working Paper 2016/01, JRC100369. Available at SSRN: https:// ssrn.com/abstract=2783662 121 De Groen, W.P., K. Lenaerts, Bosc, R., and Paquier, F.(2017).“Impact of Digitalisation and the On- Demand Economy on Labour Markets and the Consequences for Employment and Industrial Relations”, Study prepared for the European Economic and Social Committee , Brussels. De Stefano, V.(2016).“The Rise of the‘Just-in-Time Workforce’: OnDemand Work, Crowd Work and Labour Protection in the ‘Gig-Economy’”, Comparative Labor Law& Policy Journal , 2016, Vol. 37, No. 3, 471-504. Degryse, C.(2016).“Digitalisation of the economy and its impact on labour markets”, ETUI Working Paper 2016.02. Brussels: European Trade Union Institute. Available at: http://papers.ssrn.com/abstract¼ 2730550 Dettling, L.J.(2016). Broadband in the labor market: the impact of residential high-speed internet on married women’s labor force participation . Available at https://www.federalreserve.gov/pubs/feds/2013 /201365/201365abs.html Drahokoupil, J. and Fabo, B.(2016). The Platform Economy and the Disruption of the Employment Relationship. ETUI Policy Brief , No. 5 Elliott, R. E.(2016). Sharing App or Regulation Hack(ney)?: Defining Uber Technologies, Inc. Journal Of Corporation Law , 41(3), 727-753. Eurofound(2015). New Forms of Employment , Dublin, Eurofound. Eurostat(2016). Flash Eurobarometer 438: The use of collaborative platforms . Available at: http://ec.europa.eu/COMMFrontOffice/PublicOpinion/ index.cfm/ResultDoc/download/DocumentKy/72885 Farrell, D. and Greig, F.(2016). Paychecks, paydays and the online platform economy: Big data on income volatility . JPMorgan Chase& Company Institute 122 Fortunati, L.(2011). ICTs and immaterial labor from a feminist perspective. Journal of Communication Inquiry . 35(4). 426-432 Guttentag, D.(2016). Airbnb: Why Tourists Choose It and How They Use It . Ryerson University and Waterloo University, Ontario Guttentag, D.,& Smith, S. L.(2017). Assessing Airbnb as a disruptive innovation relative to hotels: Substitution and comparative performance expectations. International Journal of Hospitality Management , 641-10. Graham, M., Hjorth, I.,& Lehdonvirta, V.(2017). Digital labour and development: Impacts of global digital labour platforms and the gig economy on worker livelihoods. Transfer: European Review of Labour and Research , 23(2), 135-162 Hall, J.V. and Krueger A.B.(2017). An Analysis of the Labor Market for Uber’s Driver-Partners in the United States , ILR Review, Cornell University. Harris, S. D., and Krueger, A. B.(2015). A Proposal for Modernizing Labor Laws for Twenty-First-Century Work: The‘Independent’ Worker 2 (Hamilton Project, Discussion Paper 15-10, 2015) Heeks, R.(2017). Decent Work and the Digital Gig Economy: A Developing Country Perspective on Employment Impacts and Standards in Online Outsourcing, Crowdwork, etc. , Centre for Development Informatics Global Development Institute, University of Manchester, Manchester. Horan, H.(2017). Will The Growth of Uber Increase Economic Welfare?. Transportation Law Journal , 44(1), 33-105. Horn, K., and Merante, M.(2017). Is home sharing driving up rents? Evidence from Airbnb in Boston, Journal of Housing Economics , Volume 38, 2017, 14-24. 123 Hunt, A. and Machingura, F.(2016). A good gig? The rise of on-demand domestic work . Overseas Development Institute, London. Huws, U.(2014). Labor in the Global Digital Economy: The Cybertariat Comes of Age . New York: Monthly Review Press. _____.(2016).“Online labour exchanges, or‘crowdsourcing’: Implications for occupational safety and health”, review article on the future of work for the EU-OSHA(https://oshwiki.eu/wiki/A_review_on_the_ future_of_work:_online_labour_exchanges_or_crowdsourcing) International Labour Organization(2015a). World Employment Social Outlook . Geneva: International Labour Organization. _____.(2015b). Non-standard forms of employment, Report for discussion at the Meeting of Experts on Non-Standard Forms of Employment (Geneva, 16–19 February), Geneva. _____.(2015c). Governing Body, 323rd Session(Geneva, 12–27 March), Conclusions of the Meeting of Experts on Non-Standard Forms of Employment(Geneva, ILO) , available at http://www.ilo.org/ wcmsp5/groups/public/---ed_norm/--- relconf/documents/ meetingdocument/wcms_354090.pdf. _____.(2013). Domestic workers across the world: Global and regional statistics and the extent of legal protection, Geneva. _____.(2012). Global estimate of forced labour: Results and methodology (Geneva). Irani, L.(2015).“Difference and Dependence among Digital Workers: The Case of Amazon Mechanical Turk”, South Atlantic Quarterly , Vol. 114, No. 1, pp. 225-234. 124 Joyce S, Spencer, N. and Huws, U(2016). Crowd work in Europe: Preliminary results from a survey in the UK, Sweden, Germany, Austria and the Netherlands . Available at: http://researchprofiles. herts.ac.uk/portal/files/10749125/crowd_work_in_europe_draft_ report_last_version.pdf Kässi O. and Lehdonvirta V.(2016). Online labour index: measuring the online gig economy for policy and research . Paper presented at Internet, Politics& Policy 2016, Oxford, 22–23 September. Available at: http://ilabour.oii.ox.ac.uk/online-labour-index/ Kenny, M. and Zysman, J.(2016). The rise of the platform economy, Issues in Science and Technology , Spring 2016, University of Texas, Dallas, pp. 61-69 Kilhoffer, Z. and Lenaerts, K.(2017). What is happening with platform workers’ rights? Lessons from Belgium. Center for European Policy Studies Commentaries . 31 December 2017. Kilhoffer, Z., Lenaerts, K. and Beblavý, M.(2017). The Platform Economy and Industrial Relations: Applying the old framework to the new reality. Center for European Policy Studies Research Report no. 2017-12(August) Lee, D.(2016). How Airbnb Short-Term Rentals Exacerbate Los Angeles’s Affordable Housing Crisis: Analysis and Policy Recommendations. Harvard Law& Policy Review , 10229. Lehdonvirta, V. and Mezier. P.(2013). Identity and self-organization in unstructured work . Working Paper, The Dynamics of Virtual Work COST Action. Available at: http://dynamicsofvirtualwork.com/ wp-content/uploads/2013/03/COST-Action-IS1202-WorkingPaper-13.pdf 125 Lenaerts, K., Beblavý, M. and Kilhoffer, Z(2017). Government Responses to the Platform Economy: where do we stand? Center for European Policy Studies Policy Insights . no. 2017-30(July). Leimeister, J.M. and Durward, D.(2015). New Forms of Employment and IT – Crowdsourcing , Paper presented at the IV Regulating for Decent Work Conference(ILO, Geneva, 8-10 July), available at http://www.rdw2015.org/download. Lowe, M.(2017). Uber’s Gambit: Reassessing the Regulatory Realities of the‘Gig Economy’. Cornell HR Review , 1-5. Luebker, M., Simonovsky, Y., Oelz, M., International Labour, O.,& International Labour, O.(2013). Domestic Workers Across the World: Global and Regional Statistics and the Extent of Legal Protection . Geneva[Switzerland]: International Labour Office. Munkoe, M. M.(2017). Regulating the European Sharing Economy: State of Play and Challenges. Intereconomics . vol. 52, no.1, 38-44. Neff, G.(2012). Venture Labor: Work and the Burden of Risk in Innovative Industries . Cambridge: MIT Press. Oelz, M.(2014). The ILO’s Domestic Workers Convention and Recommendation: A window of opportunity for social justice. International Labour Review , 153(1), 143-172. O’Regan, D.M. and Choe, J.(2017). Airbnb: Turning the Collaborative Economy into a Collaborative Society. In Dredge, D. and Gyimothy, S.(Eds.), Collaborative Economy and Tourism: Perspectives, Politics, Policies and Prospects , pp. 153-168, Cham, Springer. Pape, K.(2016). ILO Convention C189—a good start for the protection of domestic workers: An insider’s view . Progress in Development Studies, 16(2), 189-202. 126 Risak M. and Warter, J.(2015). Legal strategies towards fair conditions in the virtual sweatshop , Paper presented at the IV Regulating for Decent Work Conference(ILO, Geneva, 8-10 July), available at http://www.rdw2015.org/download Rogers, B.(2016a).“The Social Costs of Uber”, University of Chicago Law Review Dialogue . _____.(2016b). Employment rights in the platform economy: Getting back to basics. Harvard Law& Policy Review , 10(2), 479. Rosenblat, A., and Stark, L.(2016). Algorithmic Labor and Information Asymmetries: A Case Study of Uber’s Drivers. International Journal of Communication, 10 , 27. Retrieved from http://ijoc.org/index. php/ijoc/article/view/4892/1739 SANDERS, D. E.,& PATTISON, P.(2016). WORKER CHARACTERIZATION IN A GIG ECONOMY VIEWED THROUGH AN UBER CENTRIC LENS. Southern Law Journal , 26(2), 297-320. Smith, R. and Leberstein, S.(2015). Rights on Demand: Ensuring Workplace Standards and Worker Security in the On-Demand Economy , New York, National Employment Law Project. Shevchuk A. and Strebkov D.(2015). The rise of freelance contracting on the Russian-language Internet. Small Enterprise Research 22(2–3): 146–158. Stabrowski F.(2017).‘People as businesses’: Airbnb and urban microentrepreneurialism in New York City, Cambridge Journal of Regions, Economy and Society , Volume 10, Issue 2, 1 July 2017, Pages 327–347, https://doi.org/10.1093/cjres/rsx004 Surowiecki, J.(2015). Gigs with Benefits, NEW YORKER (July 6, 2015), http:// www.newyorker.com/magazine/2015/07/06/gigs-withbenefits[https://perma.cc/UW2X- L5KP]. 127 Teubner, T., Saade N., Hawlitschek F. and Weinhardt, C.(2016). It’s only pixels, badges, and stars: On the economic value of reputation on Airbnb , Australasian Conference on Information Systems, Wollongong Valenduc, G. and Vendramin, P.(2016). Work in the digital economy: sorting the old from the new. European Trade Union Institute . Brussels. Vaughan, R. and J. Hawksworth(2014),“The sharing economy: How will it disrupt your business”, PriceWaterhouseCoopers , London. Wyman, K. M.(2017). Taxi Regulation in the Age of Uber. New York University Journal of Legislation& Public Policy , 20(1), 1-100. Xie, K. L.,& Kwok, L.(2017). Research paper: The effects of Airbnb’s price positioning on hotel performance. International Journal of Hospitality Management , 67174-184. Zervas, G., Proserpio, D., Byers, J.,(2015a). The rise of the sharing economy: Estimating the impact of Airbnb on the hotel industry . Boston University School of Management Research Paper Series, No. 2013–16. _____.(2015b). A First Look at Online Reputation on Airbnb, Where Every Stay is Above Average , Available at SSRN: https://ssrn.com/ abstract=2554500 _____.(2017). The Rise of the Sharing Economy: Estimating the Impact of Airbnb on the Hotel Industry. Journal of Marketing Research (JMR), 54(5), 687-705. 128 มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท(FES) เป็นมูลนิธิด้านการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนี มูลนิธิตั้งชื่อตาม ฟรีดริค เอแบร์ท ซึ่งเป็นประธานาธิบดีแห่งประเทศเยอรมนีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย แผนงานระดับภูมิภาคในเอเชีย เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานและโครงการ ของ FES ในระดับประเทศและระดับโลก แนวทางการด�ำเนินการและหัวข้อที่เป็น สาระส�ำคัญของแผนงานเป็นการยกระดับจากประเด็นระดับประเทศ ทั้งนี้เพื่อ ตอบสนองต่อกระแสโลกาภิวัตน์ การเคลื่อนย้ายแรงงาน การบูรณาการภูมิภาค และการเชื่อมโยงในด้านอื่นๆ ของชีวิต โครงการต่างๆ ที่จัดท�ำขึ้นภายใต้กรอบ การท�ำงานนี้ มุ่งที่การส้รางเครือข่ายและพันธมิตรระหว่างบุคคล และองค์กรต่างๆ ในระดับข้ามประเทศและส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมทาง สังคม สันติภาพที่ยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค มูลนิธิฟรีดริค เอแบรท(FES) เปนมูลนิธิดานการเมืองที่เกาแกที่สุดในประเทศเยอรมนี มูลนิธิตั้งชื่อตาม ฟรีดริค เอแบรท ซึ่งเปนประธานาธิบดีแหงประเทศเยอรมนีคนแรกที่ไดรับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แผนงานระดับภูมิภาคในเอเชีย เปนสวนหนึ่งของแผนงานและโครงการของ FES ในระดับ ประเทศและระดับโลก แนวทางการดำเนินการและหัวขอท่ีเปนสาระสำคัญของแผนงานเปน การยกระดับจากประเด็นระดับประเทศ ท้ังน้ีเพ่ือตอบสนองตอกระแสโลกาภิวัตนการเคล่ือน ยายแรงงาน การบูรณาการภูมิภาคและการเชื่อมโยงในดานอื่นๆ ของชีวิต โครงการตางๆ ที่จัดทำขึ้นภายใตกรอบการทำงานนี้ มุงที่การสรางเครือขายและพันธมิตรระหวางบุคคล และองคกรตางๆ ในระดับขามประเทศและสงเสริมการเปล่ียนแปลงเพ่ือเพ่ิมความเปนธรรม ทางสังคม สันติภาพที่ยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค